
Sign up to save your podcasts
Or


ผู้นำไต้หวันดัน 17 มาตรการรับมือกับ 5 ภัยคุกคามจากจีน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ และเปิดเแถลงข่าว ณ ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ระบุว่า เพื่อรับมือกับการแทรกซึมและภัยคุกคามจากการเคลื่อนไหวของสปายสายลับเข้าสู่กองทัพไต้หวันของจีน ไต้หวันจะพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาคดีทหาร รื้อฟื้นการพิจารณาคดีของศาลทหาร ให้ผู้พิพากษาทหารยืนอยู่แถวหน้าสุดของคดีเหล่านี้ ร่วมมือกับหน่วยงานตุลาการและอัยการดำเนินคดีอาญากับนายทหารประจำการที่พัวพันคดีกบฎในอาณาจักร เอื้อประโยชน์ให้แก่ศัตรู เปิดเผยความลับ เฉื่อยชางานในหน้าที่ และขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา
ผู้นำไต้หวันแถลงข่าวหลังประชุมความมั่นคงแห่งชาติ
ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวคราวเกี่ยวกับการแทรกซึมสู่นายทหารประจำการไต้หวันของทางการจีนบ่อยครั้ง ซึ่งรวมถึงคดีการเปิดเผยความลับของกองทัพอากาศ อาทิความลับเกี่ยวกับขีปนาวุธสง 3 และกลไกการรับมือทางทหารของกองทัพไต้หวัน ตลอดจนการแทรกซึมเข้าสู่กองกำลังรักษาความปลอดภัยสารวัตรทหารทำเนียบประธานาธิบดีกองพลที่ 211 รวมไปจนถึงเน็ตไอดอลคู่สมรสจีนได้อาศัยรายการ “หยาหย่าในไต้หวัน” ป่าวประกาศปลุกระดมการใช้กำลังอาวุธเพื่อรวมชาติ จนถูกคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ยกเลิกสิทธิในการมีถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน ในฐานะคู่สมรสของชาวไต้หวัน รวมไปถึงการที่ศิลปินไต้หวันที่ไปขุดทองในจีนแห่กันแชร์ข้อความ “ไต้หวันต้องกลับสู่มาตุภูมิ” อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ไต้หวันเห็นว่าเป็นพฤติกรรมของศิลปินส่วนน้อยนิดที่ต้องการเอาใจและเป็น “ขุนพลอยพยัก” ในการทำสงครามจิตวิทยาของจีน
ผู้นำไต้วันย้ำในการแถลงข่าวหลังการประชุมความมั่นคงแห่งชาติภายใต้หัวข้อ “ระดมฉันทามติต่อต้านการฮุบกลืน รับมือการแทรกซึมจากจีนคอมมิวนิสต์”
ผู้นำไต้หวันได้กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ตอนนี้จีนได้กลายเป็น “พลังที่เป็นปฏิปักษ์นอกประเทศ” ตามที่ระบุในกฎหมายว่าด้วย “การต่อต้านการแทรกซึม” ของไต้หวันแล้ว
โดยผู้นำไต้หวันได้ระบุชัดถึง 5 ภัยคุกคามจากจีน และ 17 มาตรการในการรับมือ ได้แก่ ภัยคุกคามต่ออธิปไตยไต้หวัน การแทรกซึมและสืบราชการลับ ขวัญกำลังใจในกองทัพ การแทรกซึมผ่านการติดต่อแลกเปลี่ยน และแผน “หลอมรวมการพัฒนา” โดยการดึงนักลงทุนและคนรุ่นใหม่ไต้หวันไปจีน ส่วน ๑๗ มาตรการที่ประธานาธิบดีไล่ฯ จะนำมารับมือกับภัยคุกคามทั้ง 5 ดังกล่าวข้างต้นประกอบไปด้วย รื้อฟื้นการพิจารณาคดีโดยศาลทหาร การร่วมมือกันระหว่างศาลทหารกับอัยการในการสืบสวนดำเนินคดี รวมไปถึงการเพิ่มบทลงโทษผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยความลับทางทหารให้จีน สกัดการใช้โซเชียลมีเดียทำสงครามจิตวิทยา และการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างกันต้องไม่เกี่ยวการเมืองและต้องไม่มีความเสี่ยง
ปธน. ไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
เริ่มแล้ววันนี้ ซ้อมรบ 3 เหล่าทัพครั้งแรก รับมือ “สับขาหลอก” ของกองทัพจีน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมไต้หวันประกาศจัดการซ้อมรบร่วม 3 เหล่าทัพเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันนี้ (17 มี.ค.) ถึงวันที่ 21 มี.ค. รวม 5 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิินที่อาจเกิดขึั้นจากการ “สับขาหลอก” ของกองทัพจีน “เปลี่ยนจากฝึกซ้อมเป็นทำสงครามรุกรานไต้หวัน” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในบริเวณ “พื้นที่สีเทา” ที่กองทัพจีนมักส่งกองกำลังเข้ามาฝึกซ้อมบ่อยครั้ง เป็นการฝึกซ้อมจริงแต่ไม่มีการฝึกซ้อมยิงกระสุนจริง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. กองทัพจีนได้จัดการซ้อมรบโดยไม่มีการแจ้งเหตุล่วงหน้า บริเวณน่านน้ำช่องแคบไต้หวัน นอกชายฝั่งเกาสงผิงตงเพียง 40 ไมล์ทะเล โดยประกาศเป็นเขตซ้อมยิงกระสุนจริง และปฏิบัติการ “ลาดตระเวณร่วม” พร้อม ๆ กัน โดยในช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาที่มีเวลาเพียง 28 วัน จีนได้เปิดปฏิบัติการ “ลาดตระเวณร่วม” ใกล้ไต้หวันถึง 5 วัน ได้แก่วันที่ 2 5 16 19 และ 26 ก.พ. มีความถ่ีสูงสุดเท่าที่เคยมีมา หน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
การฝึกซ้อมในครั้งนี้เป็นเวลา 5 วัน กล่าวได้ว่าเป็นการอุ่นเครื่องก่อนเข้าสู่การซ้อมรบประจำปี ฮั่นกวง หมายเลข 41 ที่จะแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือการซ้อมรบจำลองบนคอมพิวเตอร์รวม 14 วัน ในช่วงเดือน มี.ค. และ เม.ย. จากนั้นในเดือน ก.ค. ก็จะเป็นการซ้อมในสนามจริงอีก 9 คืน 10 วัน
By , Rtiผู้นำไต้หวันดัน 17 มาตรการรับมือกับ 5 ภัยคุกคามจากจีน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ และเปิดเแถลงข่าว ณ ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ระบุว่า เพื่อรับมือกับการแทรกซึมและภัยคุกคามจากการเคลื่อนไหวของสปายสายลับเข้าสู่กองทัพไต้หวันของจีน ไต้หวันจะพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาคดีทหาร รื้อฟื้นการพิจารณาคดีของศาลทหาร ให้ผู้พิพากษาทหารยืนอยู่แถวหน้าสุดของคดีเหล่านี้ ร่วมมือกับหน่วยงานตุลาการและอัยการดำเนินคดีอาญากับนายทหารประจำการที่พัวพันคดีกบฎในอาณาจักร เอื้อประโยชน์ให้แก่ศัตรู เปิดเผยความลับ เฉื่อยชางานในหน้าที่ และขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา
ผู้นำไต้หวันแถลงข่าวหลังประชุมความมั่นคงแห่งชาติ
ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวคราวเกี่ยวกับการแทรกซึมสู่นายทหารประจำการไต้หวันของทางการจีนบ่อยครั้ง ซึ่งรวมถึงคดีการเปิดเผยความลับของกองทัพอากาศ อาทิความลับเกี่ยวกับขีปนาวุธสง 3 และกลไกการรับมือทางทหารของกองทัพไต้หวัน ตลอดจนการแทรกซึมเข้าสู่กองกำลังรักษาความปลอดภัยสารวัตรทหารทำเนียบประธานาธิบดีกองพลที่ 211 รวมไปจนถึงเน็ตไอดอลคู่สมรสจีนได้อาศัยรายการ “หยาหย่าในไต้หวัน” ป่าวประกาศปลุกระดมการใช้กำลังอาวุธเพื่อรวมชาติ จนถูกคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ยกเลิกสิทธิในการมีถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน ในฐานะคู่สมรสของชาวไต้หวัน รวมไปถึงการที่ศิลปินไต้หวันที่ไปขุดทองในจีนแห่กันแชร์ข้อความ “ไต้หวันต้องกลับสู่มาตุภูมิ” อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ไต้หวันเห็นว่าเป็นพฤติกรรมของศิลปินส่วนน้อยนิดที่ต้องการเอาใจและเป็น “ขุนพลอยพยัก” ในการทำสงครามจิตวิทยาของจีน
ผู้นำไต้วันย้ำในการแถลงข่าวหลังการประชุมความมั่นคงแห่งชาติภายใต้หัวข้อ “ระดมฉันทามติต่อต้านการฮุบกลืน รับมือการแทรกซึมจากจีนคอมมิวนิสต์”
ผู้นำไต้หวันได้กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ตอนนี้จีนได้กลายเป็น “พลังที่เป็นปฏิปักษ์นอกประเทศ” ตามที่ระบุในกฎหมายว่าด้วย “การต่อต้านการแทรกซึม” ของไต้หวันแล้ว
โดยผู้นำไต้หวันได้ระบุชัดถึง 5 ภัยคุกคามจากจีน และ 17 มาตรการในการรับมือ ได้แก่ ภัยคุกคามต่ออธิปไตยไต้หวัน การแทรกซึมและสืบราชการลับ ขวัญกำลังใจในกองทัพ การแทรกซึมผ่านการติดต่อแลกเปลี่ยน และแผน “หลอมรวมการพัฒนา” โดยการดึงนักลงทุนและคนรุ่นใหม่ไต้หวันไปจีน ส่วน ๑๗ มาตรการที่ประธานาธิบดีไล่ฯ จะนำมารับมือกับภัยคุกคามทั้ง 5 ดังกล่าวข้างต้นประกอบไปด้วย รื้อฟื้นการพิจารณาคดีโดยศาลทหาร การร่วมมือกันระหว่างศาลทหารกับอัยการในการสืบสวนดำเนินคดี รวมไปถึงการเพิ่มบทลงโทษผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยความลับทางทหารให้จีน สกัดการใช้โซเชียลมีเดียทำสงครามจิตวิทยา และการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างกันต้องไม่เกี่ยวการเมืองและต้องไม่มีความเสี่ยง
ปธน. ไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
เริ่มแล้ววันนี้ ซ้อมรบ 3 เหล่าทัพครั้งแรก รับมือ “สับขาหลอก” ของกองทัพจีน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมไต้หวันประกาศจัดการซ้อมรบร่วม 3 เหล่าทัพเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันนี้ (17 มี.ค.) ถึงวันที่ 21 มี.ค. รวม 5 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิินที่อาจเกิดขึั้นจากการ “สับขาหลอก” ของกองทัพจีน “เปลี่ยนจากฝึกซ้อมเป็นทำสงครามรุกรานไต้หวัน” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในบริเวณ “พื้นที่สีเทา” ที่กองทัพจีนมักส่งกองกำลังเข้ามาฝึกซ้อมบ่อยครั้ง เป็นการฝึกซ้อมจริงแต่ไม่มีการฝึกซ้อมยิงกระสุนจริง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. กองทัพจีนได้จัดการซ้อมรบโดยไม่มีการแจ้งเหตุล่วงหน้า บริเวณน่านน้ำช่องแคบไต้หวัน นอกชายฝั่งเกาสงผิงตงเพียง 40 ไมล์ทะเล โดยประกาศเป็นเขตซ้อมยิงกระสุนจริง และปฏิบัติการ “ลาดตระเวณร่วม” พร้อม ๆ กัน โดยในช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาที่มีเวลาเพียง 28 วัน จีนได้เปิดปฏิบัติการ “ลาดตระเวณร่วม” ใกล้ไต้หวันถึง 5 วัน ได้แก่วันที่ 2 5 16 19 และ 26 ก.พ. มีความถ่ีสูงสุดเท่าที่เคยมีมา หน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
การฝึกซ้อมในครั้งนี้เป็นเวลา 5 วัน กล่าวได้ว่าเป็นการอุ่นเครื่องก่อนเข้าสู่การซ้อมรบประจำปี ฮั่นกวง หมายเลข 41 ที่จะแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือการซ้อมรบจำลองบนคอมพิวเตอร์รวม 14 วัน ในช่วงเดือน มี.ค. และ เม.ย. จากนั้นในเดือน ก.ค. ก็จะเป็นการซ้อมในสนามจริงอีก 9 คืน 10 วัน