กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๗


Listen Later

การเมืองไต้หวัน-ไทย ระอุ 

        สัปดาห์ที่ผ่านมา การเมืองไต้หวันและการเมืองไทยระอุ เป็นจุดโฟกัสการเมืองโลกในเอเชีย 

        ไต้หวัน - พรรค TPP ซึ่งมีนายเคอเหวินเจ๋อ อดีต ผู้ว่าการกรุงไทเป 2 สมัย เป็นหัวหน้าพรรคฯ ถูกกล่าวหาว่าไม่ชอบมาพากลเงินบริจาคทางการเมืองที่พรรคฯ ได้รับนับร้อยล้าน ซึ่งนายเคอฯ ได้ปฏฺิเสธและระบุว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ตรวจสอบบัญชีที่พรรคฯ มอบหมายให้ดำเนินการ ซึ่งพรรคฯ ได้ยื่นฟ้องต่อผู้ตรวจสอบบัญขีดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ดี กรณีนี้ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรค TPP พอสมควร ระดับนำลาออกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ กระทั่งมีข่าวลือว่าอาจทำให้พรรค TPP ต้องล่มสลายลง เหลือพรรคการเมืองหลักเพียง 2 พรรคในไต้หวัน ซึ่งนายเคอฯ ได้ออกมาปฏิเสธว่า เป็นไปไม่ได้ที่ไต้หวันจะเหลือเพียง 2 พรรคการเมืองหลักเท่านั้น 

นายเคอเหวินเจ๋อ หัวหน้าพรรค TPP

        ส่วนการเมืองไทยก็ระอุไม่แพ้กัน เริ่มจากการยุบพรรคก้าวไกล การวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีเศรษฐาฯ พ้นจากตำแหน่ง ไปจนถึงการเลือกนางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิน ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของไทย แต่ก็ยังมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สื่อต่างชาติจับตานโยบายของรัฐบาลใหม่ของไทยอย่างใกล้ชิด

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของไทย

พลังไร้เสียง ไร้ขีดจำกัด - อันชิ่งหลง โค้ช “มนุษย์เหล็ก” Summer Deaflympics สานฝันสู่โอลิมปิก

                 นักกรีฑาระยะสั้นวัย 33 ปี ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงขาลงของชีวิตนักกีฬาของตน การแข่งขันกีฬาผู้ทุพพลภาพทางหู Summer Deaflympics ที่จัดให้มีขึ้นเมื่อปี 2009 เดิมคุณอันชิ่งหลงกำลังคิดที่จะขอเกษียณอายุก่อนเวลา แต่ในฐานะเจ้าของเหรียญทอง Summer Deaflympics เหรียญแรกของไต้หวัน จึงแบกภารกิจในฐานะนักกีฬาเจ้าภาพ กลายเป็นนักกีฬาที่มีอายุมากที่สุดที่ลงแข่งขันในครั้งนั้น และเพื่อเก็บ “เหรียญทองให้อยู่ในไต้หวันต่อไป” เขายังต้องกัดฟันสู้ตาย ฝึกซ้อมอย่างหนักจนมีรอยบาดแผลอยู่ทั่วร่างกาย จนถูกสื่อไต้หวันตั้งสมญานามว่า “หมีเหล็ก” มิเพียงเปรียบเทียบรูปร่างภายนอกที่เต็มไปด้วย “กล้ามเนื้อคนหนุ่ม” เท่านั้น แต่ยังได้แสดงให้เห็นถึงสปิริตเหล็กกล้าเอาชนะ “ความเป็นไปไม่ได้” 

                การลงแข่งขันทศกรีฑา นักกีฬาต้องเข้าร่วมการแข่งขันรวม 10 รายการ ภายใน 2 วัน ทดสอบทั้งทางด้านความเร็ว พลังและความอึด ส่วนที่มีความสำคัญและเป็นปมเงื่อนสำคัญยิ่งกว่านี้ก็คือจะสามารถรับมือกับการใช้กำลังอย่างมากมายมหาศาลต่อเนื่อง ท้าทายจุดสูงสุดของความอดทนของร่างกาย

              เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันรายการสุดท้ายคือวิ่ง 1500 เมตร  คุณอันชิ่งหลง ก็นอนแผ่บนลานวิ่งหายใจหอบแฮ๊ก ๆ เขาทุบสถิติของตัวเองอีกแล้ว โดยคว้าเหรียญทองแดงด้วยคะแนน 6106 คะแนน มากกว่าคะแนนที่ผู้คว้าเหรียญทองในปี 2001 ที่กรุงโรม ที่ได้คะแนนเพียง 5407 คะแนน ขณะเดียวกัน เขายังสามารถคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันค้ำถ่อด้วยสถิติ 4.55 ม. 

             ในฐานะตัวเก็งเหรียญทองในปีนั้น และแขวนรองเท้าจากการเป็นนักกีฬามายึดอาชีพโค้ช ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ความเร็วเพื่อชัยชนะในการแข่งขันวิ่งระยะสั้น ก็ดูเหมือนว่าโค้ชอันชิ่งหลงที่น่าจะมีความ “ทรหด” มากกว่า เป็นโค้ชมาอย่างยาวนานถึง 20 ปี ให้กำลังใจแก่นักเรียนนับไม่ถ้วนให้สานฝันก้าวสู่ “นักกีฬา Summer Deaflympics ” ห้องฝึกฝนกำลังร่างกายอย่างหนักที่ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินโรงเรียนคนหูหนวกหรือ ฉี่ชง ไทเป หรือ Taipei School for the Hearing Impaired บนกำแพงติดคำขวัญตัวโตไว้ ว่า “พลังแห่งความไร้เสียง” ด้านข้างยังมีโปสเตอร์การแข่งขันSummer Deaflympics ไทเป ในปีนั้น คุณอันชิ่งหลง ไม่เพียงแต่ถ่ายทอดวิทยายุทธกรีฑาให้แก่บรรดาเด็ก ๆ และเยาวชนมานานกว่า 14-18 ปีเท่านั้น แต่ยังได้ให้คำแนะนำให้พวกเขา “ต้องกล้าหาญ” “สามารถทำได้ด้วยตนเอง” เสมือนหนึ่งเป็นโค้ชแห่งชีวิตหรือ life coach ของบรรดาเด็ก ๆ 

ก้าวแรกในการเปิดประตูหัวใจของเด็ก ๆ คือการเรียนภาษามือ 

                  เมื่อกล่าวถึงความแตกต่างของ “การสอนคนประสาทหูดี 1 ครั้ง แต่ผมต้องสอนเด็ก ๆ อย่างน้อย 3-5 ครั้ง” คุณอันชิ่งหลงเล่าว่า ผู้ทุพพลภาพทางหูต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจต่อคำสั่งมากกว่าคนปกติ สิ่งที่ท้าทายงานโค้ชมากที่สุดก็คือการทำความเข้าใจกัน 

                 อุปสรรคในการฟังแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่เป็นมาแต่กำเนิด และเป็นหลังกำเนิด ผู้มีปัญหาด้านการฟังบางส่วนอาจคุ้นเคยกับใช้ภาษาปาก บางส่วนก็คุ้นเคยกับการใช้ภาษามือ ส่วนคุณอันชิ่งหลงมิได้มีปัญหาประสาทหูมาแต่กำเนิด เริ่มมีอาการประสาทหูบกพร่องตอนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 มีอาการเป็นไข้สูงกระทบต่อประสาทหู เขาจึงไม่ได้เรียนภาษามือมาตั้งแต่เด็ก “บางครั้งผมไม่เข้าใจว่า พวกเขา (นักเรียน) คิดอะไรกัน บางคนไม่สามารถฟังสิ่งที่คุณพูดได้ ได้แต่ออกเสียงเท่านั้น ความจำก็ไม่สู้ดีด้วย” คุณอันชิ่งหลงยกตัวอย่างว่า อย่างออกคำสั่งให้ไปเวิ่งรอบสนาม 6 รอบแล้วค่อยมาวอร์มร่างกาย แต่พวกเขากลับนั่งพักอยู่ที่ขอบสนาม  พอเดินเข้าไปถามจึงทราบว่า “สิ่งที่สั่งไปเมื่อสักครู่นี้ พวกเขาฟังไม่เข้าใจ และก็ไม่ถามให้แน่ใจด้วย”

                ปี 2004 คุณอันชิ่งหลง จากเวทีการแข่งขัน Summer Deaflympics บกพร่องทางประสาทหูมายังโรงเรียนคนหูหนวกไทเป นักเรียนส่วนใหญ่ใช้ภาษามือ ไม่ค่อยมีใครใช้ภาษาพูดกัน ส่วนตัวเขาที่เพิ่งหัดเรียนภาษามือมักจะมองภาษามือจนตาลาย แถมเดาไม่ถูกว่าอีกฝ่ายต้องการสื่อความหมายอะไร 

               สิ่งที่เขาประทับใจเป็นอย่างมากก็คือ ได้มีโอกาสคุยกับนักเรียนในโรงเรียน รู้สึกได้อยา่งดีว่า “อีกฝ่ายอยากให้ผมไปเรียนภาษามือให้มากกว่านี้” และเพื่อให้อีกฝ่ายมีความรู้สึกว่า “ได้รับการเคารพ” คุณอันชิ่งหลงต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ภาษามือแบบ “คำต่อคำ” ตั้งแต่เริ่มต้น เริ่มจากคำว่า “มีความสุข” “ขอบคุณ” จนสามารถใช้ภาษามือถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองได้อย่างคล่องแคล่ว และเข้าใจความหมายของฝ่ายตรงข้าม

             “อยากออกเสียงก็ใช้วิธี ตะโกน ออกมา จึงมีพลังออกมา” เมื่อประสาทสัมผัสทั้ง 5 ขาดการฟังไป คุณอันชิ่งหลงจึงเสริม “ประสาทตา” และ “ประสาทสัมผัส” ซึ่งทุกวันนี้ เขาใช้ภาษามือกับภาษาพูดสลับกันสื่อสารกับลูกศิษย์ ให้คำแนะนำเทคนิคการทุ่มน้ำหนัก ปรับท่าการทุ่มของนักกีฬา ซึ่งยากที่จะจินตนาการได้ว่า “ภาษามือ” มิใช่ภาษา “แม่” ของเขา คุณอันชิ่งหลงบอกกับพวกเราด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองว่า “ภาษามือก็คือวัฒนธรรมของพวกเรา” ปกติเขาจะไม่ใช้เครื่องช่วยฟัง ใช้ภาษามือสื่อสารกับเพื่อน ๆ ไม่มีช่องว่างระหว่างกัน

            “เคยมีนักเรียนถามผมว่า “คุณครูครับ ทำไมสายตาของทุกคนจึงจับจ้องมาที่ผมครับ?” ผมจึงบอกกับเขาว่า “คนมองเธอใช้ภาษามือเพราะรู้สึกว่าเธอมีความพิเศษ เท่ห์มาก ไม่ต้องกลัวว่าไม่เหมือนกับพวกเขา” 

             ตอนที่คุณอันชิ่งหลงรุ่นราวคราวเดียวกับเด็ก ๆ พวกนี้ ก็ซุกซนเหมือนกัน แต่ตอนเข้าทีมกรีฑาโรงเรียนมัธยม ในทีมมีเขาคนเดียวที่มีอุปสรรคทางหู ทำให้เขายากที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทีมได้ โค้ชก็ไม่ค่อยทำความเข้าใจกับเขานัก 

           ในช่วงที่เรียนระดับมัธยม 3 ปีเต็ม ๆ เขาต้องวิ่งตามเงาของเพื่อน ๆ มาโดยตลอด อาศัยความรู้สึกไปทำความเข้าใจ ไปจินตนาการ ไม่ง่ายที่จะสู้จนได้โอกาส แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถคว้ารางวัลอะไรมาได้เลย

             ความหลังวัยเด็กช่วงนี้ ทำให้คุณอันชิ่งหลงมีความต้องการ “ถูกเข้าใจ” มากกว่าเพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เขาไม่เพียงแต่สร้าง “มหัศจรรย์” ทางการกีฬา และยิ่งกลายเป็นพลังหนุนกำลังใจให้แก่วัยเด็กของบรรดาเด็ก ๆ เหลา่นี้ 

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti