กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๕


Listen Later

การเมืองเรื่องประเด็นร้อนประจำสัปดาห์

  • รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ เป็นผู้สม้ครรับเลือกต้ังซ่อมหัวหน้าพรรค DPP คนใหม่เพียงคนเดียว ซึ่งจะจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมในวันที่15 ม.ค. 2566 แทนประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ที่ลาออกจากตำแหน่งหลังพรรค DPP แพ้เลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อ 26 พ.ย. 2565 โดยรองผู้นำไต้หวันท่านนี้เป็นตัวเก็งที่จะเป็นผู้สมัครรับเลือกต้้งประธานาธิบดีของพรรค DPP ในปี 2024 

    รอง ปธน. ไล่ชิงเต๋อ กลายเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรค DPP เพียงรายเดียว

    • นางสาวเกาหงอัน ว่าที่ผู้ว่าการเมืองซินจู๋ แต่ยังดำรงตำแหน่ง ส.ส. ของพรรคTPP ที่มีเคอเหวินเจ๋อ ผู้ว่าการกรุงไทเป 2 สมัย เป็นหัวหน้าพรรค ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินค่าจ้างผู้ช่วย ส.ส. ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง ส.ส. และถูกอัยการสอบสวนในฐานะจำเลยพร้อมกับทีมงานอีก 3 คน ซึ่งได้รับการประกันตัวในวงเงิน 6 แสนเหรียญไต้หวัน ในขณะที่พรรค TPP กล่าวหาว่าเป็นการล้างแค้นทางการเมืองของพรรค DPP พรรครัฐบาล 

      น.ส. เกาหงอัน ว่าที่ผู้ว่าการเมืองซินจู๋ 

      • ส่วนด้านการต่างประเทศ รัฐสภาสหรัฐฯ อนุมัติกฎหมายว่าด้วยการมอบอำนาจกลาโหม ประจำปี 2023 หรือ NDAA  ซึ่งระบุชัดให้เงินช่วยเหลือด้านการทหารแก่ไต้หวัน 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน แบบให้เปล่า ซึ่งหลายฝ่ายในไต้หวันได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ จัดสรรเงินช่วยเหลือนี้ล็อตแรกอย่างน้อย 500 ล้านดอลลาร์ให้แก่ไต้หวัน

        NDAA 2023 ของสหรัฐฯ 

        ๒. ไต้หวันพัฒนาและทดสอบขีปนาวุธพิสัย 1000 กม. ซุปเปอร์โซนิก“หยุนฟง” ยิงถึงปักกิ่ง

                  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวการวิจัย ค้นคว้า พัฒนา ขีปนาวุธพิสัยกลาง 1000 กม. ของไต้หวัน ถูกจับตามองเป็นพิเศษ หลังนายก่งเจียเจิ้ง อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์จงซัน กระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ได้ให้สัมภาษณ์ระบุว่า ในยุคที่ท่านอยู่ในตำแหน่ง คือในช่วงของอดีตประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน ปี 2000-2008 ไต้หวันได้พัฒนาขีปนาวุธพิสัยกลาง 1000 กม. ที่ตั้งชื่อว่า “สุงเอ้อร์E” จนประสบความสำเร็จแล้ว นอกจากนี้ เขายังได้ยืนยันเป็นครั้งแรกว่า ไต้หวันยังได้พัฒนาขีปนาวุธซุปเปอร์โซนิก “หยุนฟง” ได้เป็นผลสำเร็จ โดยใช้เครื่องยนต์ Ramjet ความเร็วเหนือเสียง สูงถึง 3 มัคและเมื่อถึงจุดเป้าหมายก็จะดิ่งลงด้วยความเร็วสูง โจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ มีฤทธิ์ทำลายล้างรุนแรง รวมทั้งสามารถยิงได้ไกลนับพันกิโลเมตร ถึงปักกิ่งด้วย 

                   ท่ามกลางภัยคุกคามจากจีน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์จงซันของไต้หวันได้วิจัยพัฒนาขีปนาวุธระดับความสูงไม่จำกัด แต่ในการยิงทดสอบ มักจะถูกปิดเป็นความลับทั้งรุ่น ขนาดและสมรรถนะของขีปนาวุธ อย่างไรก็ดี นายก่งเจียเจิ้ง อดีต ผอ. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์จงซัน ได้เปิดเผยว่า ในช่วงที่ตนอยู่ในตำแหน่ง ได้ผลักดันการวิจัยพัฒนาขีปนาวุธ “สุงเอ้อร์อี” หรือ “สุง หมายเลข 2E” “สุง หมายเลข3” “เทียนกงหมายเลข 3” ซึ่งถือเป็นขีปนาวุธที่ไต้หวันผลิตเองทั้ง 3 ชนิด โดยในส่วนของขีปนาวุธ “สุง หมายเลข 2E” รุ่น B มีรัศมีไกลถึง 1,000 กม. นอกจากนี้ เขายังได้เปิดเผยว่า ขีปนาวุธ “หยุนฟง” ที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุให้เป็นขีปนาวุธข่มขู่ทางยุทธศาสตร์ะบุเป็นความลับสุดยอด เป็นขีปนาวุธจากพื้นสู่พื้น เป็นโครงการที่เริ่มขึ้นในยุคของอดีตประธานาธิบดีลีเติงฮุย และประสบความสำเร็จในยุคของอดีตประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน และยังผ่านการทดสอบประเมินด้านยุทธศาสตร์ด้วย ขีปนาวุธรุ่นนี้ยากที่จะถูกยิงสกัดได้ มีผลในการข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามได้มากทีเดียว 

                   นายหวางติ้งอวี่ ส.ส. พรรครัฐบาลเปิดเผยว่า ขีปนาวุธติดหัวรบของจีนเล็งเป้ามายังจุดสำคัญ ๆ ของไต้หวัน ทำให้ไต้หวันต้องเตรียมการรับมือป้องกันไว้ให้พร้อม และย้ำว่า “เท่าที่ทราบ หากต้องการยิงสกัดขีปนาวุธที่ไต้หวันผลิตเอง แม้แต่ประเทศก้าวหน้าทั่วโลกก็ยังรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้ามากทีเดียว”

                 ส่วนคุณเจียจ้ง นักวิจัยแห่ง Associate of Strategic Foresight ของไต้หวันมีความเห็นว่า ขีปนาวุธ “หยุนฟง” มีรัศมีทำการที่ไกลกว่าของ “สุงหมายเลข 2B” อยู่มากทีเดียวอย่างแน่นอน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกินกว่า 1,000 กม. ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง ส่วนคุณซูจื่อหยุน ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์และอุตสาหกรรมการทหาร กระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ก็ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่เปิดเผยในตอนนี้ จะเห็นได้ว่า ขีปนาวุธ “หยุนฟง” มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีการผลิตในปริมาณมากและเข้าประจำการในกองทัพไต้หวัน เจ้าหน้าที่กลาโหมไต้หวันหลายท่าน ก็เคยยืนยันว่า “ไต้หวันมีความสามารถในการตอบโต้การรุกราน” ได้อย่างแน่นอน 

                ทางด้านนายจ้าวเทียนหลิน ส.ส. พรรค DPP ระบุว่า ตอนแรกที่เห็นข่าวนี้ทางสื่อสารมวลชนก็รู้สึกตกใจเหมือนกัน แต่ก็เชื่อว่าคุณก่งเจียเจิ้ง อดีต ผอ. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์จงซันของไต้หวันได้ให้ความสนใจต่อหน้าที่ในการเก็บรักษาความลับ ส่วนนายเจียงฉี่เฉิน ส.ส. พรรคก๊กมินตั๋ง ระบุว่า เขาอยู่ในคณะกรรมาธิการกลาโหมมานานหลายปี ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้จากปากของรัฐมนตรีกลาโหม ส่วนจะมีปัญหาเกี่ยวกับความลับหรือไม่ กระทรวงกลาโหมควรออกมาชี้แจง หรือได้หมดอายุการเก็บรักษาเป็นความลับแล้ว” 

        ๓. ไต้หวันเตรียมแก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง ห้ามบุคคล 4 ประเภทลงเลือกตั้ง 

                   สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมของทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่า พรรคการเมืองของฝ่ายตรงข้ามเต็มไปด้วยบุคคลที่มีคดีติดตัวหรือเป็นพวกแก๊งมาเฟีย ต่างฝ่ายต่างก็ปฏิเสธกันเป็นพัลวัน ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนโดยทั่วไป ดังนั้น เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ครม. ไต้หวันจึงมีมติเห็นชอบร่างแก้ไข “กฎหมายเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” และ “กฎหมายเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี” ระบุชัดว่า ผู้ที่เคยก่ออาชญากรรมร้ายแรง “แก๊งมาเฟีย ปล้น ค้ายาเสพติด” ซื้อเสียง และอาชญากรรมร้ายแรง จะถูกตัดสิทธิมิให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนี้ ในร่างแก้ไขกฎหมายนี้ยังระบุกลไกในการลบภาพหรือคลิปที่จะส่งผลต่อการเลือกตั้งด้วย 

                        ร่างแก้ไขกฎหมายทั้งสองฉบับที่ผ่านมาการรับรองจากคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ได้ระบุห้ามบุคคล 4 ประเภทที่ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วลงเลือกตั้ง อาทิ เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ ผลิต ขนส่งหรือค้ายาเสพติดและอาวุธปืน หลอกลวงบุคคลอื่นให้เสพยาเสพติด และผู้กระทำผิดกฎหมายโทษจำคุก 7 ปีขึ้นไป และถูกพิพากษาจำคุก 10 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ ยังรวมถึงโทษการซื้อเสียงหรือติดสินบนเจ้าพนักงาน ทั้งการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น และการเลือกตั้งภายในพรรคการเมืองด้วย ซึ่งต้องถูกพิพากษาจนถึงที่สุดแล้วว่า มีความผิดจริง 

                      นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ระบุว่า ประชาชนตั้งความหวังไว้ที่ผู้ที่จะมาเป็นผู้นำ เป็นตัวแทนของประชาชนในการใช้อำนาจต่าง ๆ ค่อนข้างสูงมาก การแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ต้องไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง อย่างไรก็ดี นายหลัว ปิ่งเฉิง โฆษกรัฐบาลระบุว่า “รัฐบาลส่งเสริมให้ผู้ที่เคยกระทำผิดกฎหมายและรับโทษแล้วกลับเนื้อกลับตัวเข้าสู่สังคมอีกครั้ง แต่ในส่วนของตำแหน่งที่จะกุมอำนาจรัฐ มีตำแหน่งสำคัญที่จะใช้อำนาจรัฐหรือตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หรือคานอำนาจของรัฐบาล ต้องมีการกำหนดมาตรฐานของคุณสมบัติของตำแหน่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและมีศักดิ์ศรี หากไม่สามารถป้องกันแต่เนิ่น ๆ ได้ ก็จะทำให้ประชาชนผิดหวัง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขคุณสมบัติเหล่านี้ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น” 

                      นอกจากนี้ ร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวยังได้วางกรอบกลไกในการป้องกันการปล่อยข่าวทางอินเตอร์เน็ทหรือทางเว็บไซต์หรือทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อการเลือกต้้ง โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งร้องเรียนไปยังหน่วยงานตำรวจพร้อมแนบหลักฐานต่าง ๆ เพื่อขอให้สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ดำเนินการแก้ไขภายใน 2 วัน นับจากวันที่ร้องขอ นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มโทษสำหรับผู้ที่จงใจปล่อยข่าวสร้างความวุ่นวายที่หวังผลทางการเมืองด้วย 

        ...more
        View all episodesView all episodes
        Download on the App Store

        กระแสประชาธิปไตยBy , Rti