
Sign up to save your podcasts
Or


ผู้นำคนใหม่ไต้หวันย้ำนำไต้หวันก้าวสู่โลกและนำโลกก้าวสู่ไต้หวัน
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันคนใหม่พร้อมด้วยนางสาวเซียวเหม่ยฉิน หรือบีคิมเซียว รองประธานาธิบดี ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งผู้นำและรองผู้นำไต้หวันคนใหม่ สมัยที่ 16 ในตอนเช้าวันนี้ (20 พ.ค.) โดยหลังพิธีสาบานตน ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ย้ำนำพาไต้หวันก้าวสู่โลกและนำโลกก้าวสู่ไต้หวัน มุ่งเน้นสู่ “สร้างไต้หวันที่เป็น ปชต. และความเจริญรุ่งเรือง”
ปธน. ไล่ชิงเต๋อ (ซ้าย) รองประธานาธิบดีเซียวเหม่ยฉิน (ขวา) โบกมือทักทายฝูงชน ณ ลานหน้าทำเนียบประธานาธิบดี
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันได้เริ่มต้นสุนทรพจน์ว่า ในปี ๑๙๙๖ ประธานาธิบดีไต้หวันที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของไต้หวันได้ประกาศในพิธีสาบานตนต่อชาวโลกว่า ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน เป็นประเทศประชาธิปไตย อธิปไตยเป็นของปวงชน ส่วนปี 2024 หลังจากที่มีการเปลี่ยนพรรครัฐบาลมาแล้ว 3 ครั้งจากการเลือกตั้งแล้ว แต่ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลมาแล้วสองสมัย ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง ก้าวสู่การเป็นรัฐบาลในวาระที่ 3 เปิดหน้าศักราชใหม่ให้แก่การเมืองไต้หวัน
ปธน. ไล่ชิงเต๋อ กล่าวคำปฏิญานตนต่อหน้ารูปของ ดร. ซุนยัตเซ็น บิดาแห่งสาธารณรัฐจีน
เนื่องจากผลการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติไต้หวันในวันเดียวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี ไม่มีพรรคการเมืองใดมีที่นั่งในสภาฯ เกินกึ่งหนึ่ง ผู้นำไต้หวันจึงเรียกร้องให้ 3 พรรคการเมืองในสภานิติบัญญัติต้องจับมือกันเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน พร้อมทั้งย้ำว่า พรรคการเมืองนอกจากจะมีการแข่งขันกันแล้ว ก็ยังสามารถจับมือกันได้เพื่อพัฒนาประเทศร่วมกัน เสียงข้างมากต้องเคารพเสียงข้างน้อย และเสียงข้างน้อยก็ต้องขึ้นต่อเสียงส่วนใหญ่ จึงจะสามารถหลีกเลี่ยงมิให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งจนกลายเป็นกระทบกระทั่งทางร่างกายได้ เพื่อสร้างความมั่นคงและความปรองดองในสังคม
สำหรับในส่วนของการพัฒนาประชาธิปไตยไต้หวันนั้น ผู้นำไต้หวันมีความมั่นใจว่า ประชาธิปไตยไต้หวันเป็นเกียรติภูมิของโลก และต้องก้าวสู่แนวทางประชาธิปไตย สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรือง เชื่อมต่อไต้หวันกับโลกเข้าด้วยกัน เพราะไต้หวันเป็นจุดเด่นแห่งการเชื่อมต่อกับประชาธิปไตยโลก” ยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองของประชาธิปไตยได้มาถึงแล้ว
นายหานกั๋วอวี๋ (ขวา) ประธานสภานิติบัญญัติไต้หวัน ส่งมอบตราประทับประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีนให้แก่ผู้นำคนใหม่
บทพิสูจน์ความเป็นประชาธิปไตยของไต้หวันก็คือ ดัชนีประชาธิปไตยไต้หวันอยู่ในระดับแนวหน้ของเอเชีย สร้างไต้หวันให้โปร่งใส ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะ
ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้กล่าวย้ำอีกว่า ไต้หวันที่เป็นประชาธิปไตยจะต้อง แสดงบทบาทกุมบังเหียนสันติภาพโลก และชี้แจงเพิ่มเติมว่า สันติภาพมีค่าอนันต์ สงครามไม่มีผู้ชนะ ปีหน้าเป็นปีครบรอบ 80 ปี สงครามโลกครั้งที่ ๒ ไต้หวันก็เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ที่ผ่านสงครามมาด้วยความยากลำบาก หลังสงครามก็ได้ฟื้นฟูตนเองจนประสบความสำเร็จ ไม่มีใครอยากเห็นสงครามมาทำลายทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่สร้างมากับมือ โดยที่ไต้หวันตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ของ “แนวเกาะที่ 1” ซึ่งเป็นจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลต่อการพัฒนาของทั่วโลก เป็นด่านแรกแห่งการปกป้องสันติภาพโลกมาตั้งแต่ปี 1921 ซึ่งเมื่อมาถึงปีนี้ 2024 บทบาทของไต้หวันยิ่งมีความสำคัญที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น
ผู้นำไต้หวันคนใหม่ได้ขอบคุณสหรัฐฯ ที่เมื่อเดือนที่แล้ว สหรัฐ ฯ ได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือกลาโหมให้ไต้หวัน เพื่อสนับสนุนไต้หวันในการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันและในภูมิภาค นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไล่ฯ ยังได้เรียกร้องให้จีน ยุติการข่มขู่ไต้หวันด้วยกำลังอาวุธ จับมือกับไต้หวันรับผิดชอบต่อโลกร่วมกัน รวมทั้งพยายามรักษาเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันและภูมิภาค หลีกเลี่ยงมิให้โลกต้องวิตกกังวลต่อสงคราม ชาวไต้หวันรักสันติภาพ เป็นมิตรกับผู้คน และผู้นำไต้หวันก็เห็นว่า หากผู้นำประเทศถือเอาความผาสุกของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุดของตน สันติภาพ การอำนวยประโยชน์ให้แก่กันและกัน ตลอดจนการอยู่ร่วมกันเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันบนช่องแคบไต้หวัน ก็จะเป็นเป้าหมายร่วมกันของทั้งสองฝ่าย จึงหวังว่า จีนจะเล็งเห็นถึงความเป็นจริงแห่งการดำรงอยู่ของสาธารณรัฐจีน เคารพต่อการตัดสินใจของชาวไต้หวัน ใช้การเจรจาเข้าแทนที่การเผชิญหน้ากัน ใช้การติดต่อแลกเปลี่ยนแทนการปิดล้อม ร่วมมือกันกับรัฐบาลที่ชาวไต้หวันเลือกตั้งมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บนหลักการแห่งความเสมอภาคและศักดิ์ศรี ซึ่งอาจเริ่มต้นจากการรื้อฟื้นการติดต่อการท่องเที่ยวระหว่างกันอีกครั้ง ตลอดจนการอนุญาตให้นักศึกษาจีนมาศึกษาต่อในไต้หวัน แสวงหาสันติภาพร่วมกัน
ผู้นำไต้หวันเรียกร้องยื่นมือแห่งมิตรภาพเริ่มจากการท่องเที่ยว
พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีไล่ฯ ยังได้ระบุ 4 เสาหลักสำคัญของสันติภาพ ซึ่งประกอบไปด้วย เสริมความเข้มแข็งด้านกลาโหม สร้างความปลอดภัยให้แก่ระบบเศรษฐกิจ แสดงความสามารถในการเป็นผู้นำบนความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันที่มีเสถียรภาพอย่างมีหลักการ ตลอดจนการผลักดันการทูตอย่างมีคุณค่า เคียงบ่าเคียงบ่ากับประเทศประชาธิปไตย สร้างความเป็นหนึ่งเดียวแห่งสันติภาพ แสดงพลังป้องปราม หลีกเลี่ยงสงคราม อาศัยพลังที่แท้จริงของตนเพื่อเป้าหมายแห่งสันติภาพร่วมกัน
ผู้นำไต้หวันย้ำว่า ประชาธิปไตยไต้หวันจะเป็นผู้ผลักดันความรุ่งเรืองของโลก เพราะไต้หวันต้องการโลก โลกก็ต้องการไต้หวัน โลกแห่งอนาคต จะหนีไม่พ้นเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์กำลังมาแรงในขอบเขตทั่วโลก ไต้หวันมีเทคโนโลยีทันสมัยเหล่านี้อยู่ในมือ เป็นจุดศูนย์กลางแห่งการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เป็น หัวใจแห่ง “ห่วงโซ่ออุปทานประชาธิปไตยโลก” มีอิทธิพลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลก และความเจริญรุ่งเรืองตลอดจนความผาสุกของมนุษยชาติ ชาวไต้หวัน 23 ล้านคนเป็นผู้กำนดอนาคตของไต้หวัน นอกจากกำหนดอนาคตของตนเองแล้ว อนาคตของไต้หวันก็ยังมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของโลกด้วย
ส่วนทิศทางในการพัฒนาไต้หวันผู้นำไต้หวันได้ระบุชัดถึงทิศทางหลักในการพัฒนาไต้หวันว่า มี 3 ทิศทางหลัก ได้แก่ มองสู่อนาคต ใช้สติปัญญาอย่างยั่งยืน ยืนหยัดการปฏิรูปสู่ คาร์บอน 0 ในปี 2050 ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับการท้าทายของการก้าวสู่ปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก ไต้หวันมีพื้นฐานด้านเซมิคอนดักเตอร์ จึงต้องมุ่งสู่การพัฒนาให้ไต้หวันเป็น “เกาะแห่งปัญญาประดิษฐ์” ส่งเสริมอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ เร่งการพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ และการปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในทุกภาคส่วน เสริมศักยภาพของชาติ ศักยภาพด้านการทหาร กำลังแรงงาน และพลังทางเศรษฐกิจ
ทิศทางที่ 2 ได้แก่ “พัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ และมหาสมุทร” ให้ไต้หวันกลายเป็นศูนย์กลางเอเชียแห่งห่วงโซ่อุปทานประชาธิปไตยในการผลิตโดรนหรือเครื่องบินไร้คนขับ รวมทั้งพัฒนาไปสู่การใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำประสานกับการพัฒนเทคโนโลยีในมหาสมุทร เสริมศักยภาพการแข่งขันแห่งชาติ
ทิศทางที่ 3 “กระจายการลงทุนไปทั่วโลก ขยายตลาดสู่ทั่วโลก” ผลักดันไต้หวันเข้าเป็นสมาชิก CPTPP ทำความตกลงป้องกันการเก็บภาษีซ้อนกับทั่วโลก เสริมความสัมพันธ์การค้ากับหุ้นส่วนทางการค้าของไต้หวัน และแก้ปัญหาศุลกากรคาร์บอน ขยายการพัฒนาให้กว้างขวางมากขึ้น
ในตอนสุดท้ายประธานาธิบดีไล่ฯ ได้กล่าวย้ำความสามัคคี เสริมสร้างประเทศชาติให้เข้มแข็ง โดยระบุว่า มีอธิปไตยจึงจะมีประเทศชาติ ซึ่งในรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐจีนได้ระบุว่า อธิปไตยของสาธารณรัฐจีนเป็นของปวงชน ผู้มีสัญาชาติสาธารณรัฐจีน ก็คือประชาชนสาธารณรัฐจีน จากนี้จะเห็นได้ว่า สาธารณรัฐจีนกับสาธารณรัฐประชาชนจีนมิได้ขึ้นต่อกัน ประชาชนทุกคนต้องสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว รักและปกป้องประเทศชาติ พรรคการเมืองทุกพรรคต้องร่วมกันต่อต้านการฮุบกลืน ปกป้องอธิปไตยของชาติ ไม่ควรเสียสละอธิปไตยของชาติเพียงเพื่อต้องการเป็นรัฐบาล
“โลกใหม่ของไต้หวัน ไต้หวันใหม่ของโลก” ย้ำขยายมิตรในประเทศต่าง ๆ ให้โลกก้าวสู่ไต้หวัน และให้ไต้หวันก้าวสู่โลก
By , Rtiผู้นำคนใหม่ไต้หวันย้ำนำไต้หวันก้าวสู่โลกและนำโลกก้าวสู่ไต้หวัน
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันคนใหม่พร้อมด้วยนางสาวเซียวเหม่ยฉิน หรือบีคิมเซียว รองประธานาธิบดี ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งผู้นำและรองผู้นำไต้หวันคนใหม่ สมัยที่ 16 ในตอนเช้าวันนี้ (20 พ.ค.) โดยหลังพิธีสาบานตน ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ย้ำนำพาไต้หวันก้าวสู่โลกและนำโลกก้าวสู่ไต้หวัน มุ่งเน้นสู่ “สร้างไต้หวันที่เป็น ปชต. และความเจริญรุ่งเรือง”
ปธน. ไล่ชิงเต๋อ (ซ้าย) รองประธานาธิบดีเซียวเหม่ยฉิน (ขวา) โบกมือทักทายฝูงชน ณ ลานหน้าทำเนียบประธานาธิบดี
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันได้เริ่มต้นสุนทรพจน์ว่า ในปี ๑๙๙๖ ประธานาธิบดีไต้หวันที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของไต้หวันได้ประกาศในพิธีสาบานตนต่อชาวโลกว่า ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน เป็นประเทศประชาธิปไตย อธิปไตยเป็นของปวงชน ส่วนปี 2024 หลังจากที่มีการเปลี่ยนพรรครัฐบาลมาแล้ว 3 ครั้งจากการเลือกตั้งแล้ว แต่ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลมาแล้วสองสมัย ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง ก้าวสู่การเป็นรัฐบาลในวาระที่ 3 เปิดหน้าศักราชใหม่ให้แก่การเมืองไต้หวัน
ปธน. ไล่ชิงเต๋อ กล่าวคำปฏิญานตนต่อหน้ารูปของ ดร. ซุนยัตเซ็น บิดาแห่งสาธารณรัฐจีน
เนื่องจากผลการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติไต้หวันในวันเดียวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี ไม่มีพรรคการเมืองใดมีที่นั่งในสภาฯ เกินกึ่งหนึ่ง ผู้นำไต้หวันจึงเรียกร้องให้ 3 พรรคการเมืองในสภานิติบัญญัติต้องจับมือกันเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน พร้อมทั้งย้ำว่า พรรคการเมืองนอกจากจะมีการแข่งขันกันแล้ว ก็ยังสามารถจับมือกันได้เพื่อพัฒนาประเทศร่วมกัน เสียงข้างมากต้องเคารพเสียงข้างน้อย และเสียงข้างน้อยก็ต้องขึ้นต่อเสียงส่วนใหญ่ จึงจะสามารถหลีกเลี่ยงมิให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งจนกลายเป็นกระทบกระทั่งทางร่างกายได้ เพื่อสร้างความมั่นคงและความปรองดองในสังคม
สำหรับในส่วนของการพัฒนาประชาธิปไตยไต้หวันนั้น ผู้นำไต้หวันมีความมั่นใจว่า ประชาธิปไตยไต้หวันเป็นเกียรติภูมิของโลก และต้องก้าวสู่แนวทางประชาธิปไตย สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรือง เชื่อมต่อไต้หวันกับโลกเข้าด้วยกัน เพราะไต้หวันเป็นจุดเด่นแห่งการเชื่อมต่อกับประชาธิปไตยโลก” ยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองของประชาธิปไตยได้มาถึงแล้ว
นายหานกั๋วอวี๋ (ขวา) ประธานสภานิติบัญญัติไต้หวัน ส่งมอบตราประทับประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีนให้แก่ผู้นำคนใหม่
บทพิสูจน์ความเป็นประชาธิปไตยของไต้หวันก็คือ ดัชนีประชาธิปไตยไต้หวันอยู่ในระดับแนวหน้ของเอเชีย สร้างไต้หวันให้โปร่งใส ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะ
ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้กล่าวย้ำอีกว่า ไต้หวันที่เป็นประชาธิปไตยจะต้อง แสดงบทบาทกุมบังเหียนสันติภาพโลก และชี้แจงเพิ่มเติมว่า สันติภาพมีค่าอนันต์ สงครามไม่มีผู้ชนะ ปีหน้าเป็นปีครบรอบ 80 ปี สงครามโลกครั้งที่ ๒ ไต้หวันก็เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ที่ผ่านสงครามมาด้วยความยากลำบาก หลังสงครามก็ได้ฟื้นฟูตนเองจนประสบความสำเร็จ ไม่มีใครอยากเห็นสงครามมาทำลายทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่สร้างมากับมือ โดยที่ไต้หวันตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ของ “แนวเกาะที่ 1” ซึ่งเป็นจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลต่อการพัฒนาของทั่วโลก เป็นด่านแรกแห่งการปกป้องสันติภาพโลกมาตั้งแต่ปี 1921 ซึ่งเมื่อมาถึงปีนี้ 2024 บทบาทของไต้หวันยิ่งมีความสำคัญที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น
ผู้นำไต้หวันคนใหม่ได้ขอบคุณสหรัฐฯ ที่เมื่อเดือนที่แล้ว สหรัฐ ฯ ได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือกลาโหมให้ไต้หวัน เพื่อสนับสนุนไต้หวันในการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันและในภูมิภาค นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไล่ฯ ยังได้เรียกร้องให้จีน ยุติการข่มขู่ไต้หวันด้วยกำลังอาวุธ จับมือกับไต้หวันรับผิดชอบต่อโลกร่วมกัน รวมทั้งพยายามรักษาเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันและภูมิภาค หลีกเลี่ยงมิให้โลกต้องวิตกกังวลต่อสงคราม ชาวไต้หวันรักสันติภาพ เป็นมิตรกับผู้คน และผู้นำไต้หวันก็เห็นว่า หากผู้นำประเทศถือเอาความผาสุกของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุดของตน สันติภาพ การอำนวยประโยชน์ให้แก่กันและกัน ตลอดจนการอยู่ร่วมกันเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันบนช่องแคบไต้หวัน ก็จะเป็นเป้าหมายร่วมกันของทั้งสองฝ่าย จึงหวังว่า จีนจะเล็งเห็นถึงความเป็นจริงแห่งการดำรงอยู่ของสาธารณรัฐจีน เคารพต่อการตัดสินใจของชาวไต้หวัน ใช้การเจรจาเข้าแทนที่การเผชิญหน้ากัน ใช้การติดต่อแลกเปลี่ยนแทนการปิดล้อม ร่วมมือกันกับรัฐบาลที่ชาวไต้หวันเลือกตั้งมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บนหลักการแห่งความเสมอภาคและศักดิ์ศรี ซึ่งอาจเริ่มต้นจากการรื้อฟื้นการติดต่อการท่องเที่ยวระหว่างกันอีกครั้ง ตลอดจนการอนุญาตให้นักศึกษาจีนมาศึกษาต่อในไต้หวัน แสวงหาสันติภาพร่วมกัน
ผู้นำไต้หวันเรียกร้องยื่นมือแห่งมิตรภาพเริ่มจากการท่องเที่ยว
พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีไล่ฯ ยังได้ระบุ 4 เสาหลักสำคัญของสันติภาพ ซึ่งประกอบไปด้วย เสริมความเข้มแข็งด้านกลาโหม สร้างความปลอดภัยให้แก่ระบบเศรษฐกิจ แสดงความสามารถในการเป็นผู้นำบนความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันที่มีเสถียรภาพอย่างมีหลักการ ตลอดจนการผลักดันการทูตอย่างมีคุณค่า เคียงบ่าเคียงบ่ากับประเทศประชาธิปไตย สร้างความเป็นหนึ่งเดียวแห่งสันติภาพ แสดงพลังป้องปราม หลีกเลี่ยงสงคราม อาศัยพลังที่แท้จริงของตนเพื่อเป้าหมายแห่งสันติภาพร่วมกัน
ผู้นำไต้หวันย้ำว่า ประชาธิปไตยไต้หวันจะเป็นผู้ผลักดันความรุ่งเรืองของโลก เพราะไต้หวันต้องการโลก โลกก็ต้องการไต้หวัน โลกแห่งอนาคต จะหนีไม่พ้นเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์กำลังมาแรงในขอบเขตทั่วโลก ไต้หวันมีเทคโนโลยีทันสมัยเหล่านี้อยู่ในมือ เป็นจุดศูนย์กลางแห่งการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เป็น หัวใจแห่ง “ห่วงโซ่ออุปทานประชาธิปไตยโลก” มีอิทธิพลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลก และความเจริญรุ่งเรืองตลอดจนความผาสุกของมนุษยชาติ ชาวไต้หวัน 23 ล้านคนเป็นผู้กำนดอนาคตของไต้หวัน นอกจากกำหนดอนาคตของตนเองแล้ว อนาคตของไต้หวันก็ยังมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของโลกด้วย
ส่วนทิศทางในการพัฒนาไต้หวันผู้นำไต้หวันได้ระบุชัดถึงทิศทางหลักในการพัฒนาไต้หวันว่า มี 3 ทิศทางหลัก ได้แก่ มองสู่อนาคต ใช้สติปัญญาอย่างยั่งยืน ยืนหยัดการปฏิรูปสู่ คาร์บอน 0 ในปี 2050 ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับการท้าทายของการก้าวสู่ปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก ไต้หวันมีพื้นฐานด้านเซมิคอนดักเตอร์ จึงต้องมุ่งสู่การพัฒนาให้ไต้หวันเป็น “เกาะแห่งปัญญาประดิษฐ์” ส่งเสริมอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ เร่งการพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ และการปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในทุกภาคส่วน เสริมศักยภาพของชาติ ศักยภาพด้านการทหาร กำลังแรงงาน และพลังทางเศรษฐกิจ
ทิศทางที่ 2 ได้แก่ “พัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ และมหาสมุทร” ให้ไต้หวันกลายเป็นศูนย์กลางเอเชียแห่งห่วงโซ่อุปทานประชาธิปไตยในการผลิตโดรนหรือเครื่องบินไร้คนขับ รวมทั้งพัฒนาไปสู่การใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำประสานกับการพัฒนเทคโนโลยีในมหาสมุทร เสริมศักยภาพการแข่งขันแห่งชาติ
ทิศทางที่ 3 “กระจายการลงทุนไปทั่วโลก ขยายตลาดสู่ทั่วโลก” ผลักดันไต้หวันเข้าเป็นสมาชิก CPTPP ทำความตกลงป้องกันการเก็บภาษีซ้อนกับทั่วโลก เสริมความสัมพันธ์การค้ากับหุ้นส่วนทางการค้าของไต้หวัน และแก้ปัญหาศุลกากรคาร์บอน ขยายการพัฒนาให้กว้างขวางมากขึ้น
ในตอนสุดท้ายประธานาธิบดีไล่ฯ ได้กล่าวย้ำความสามัคคี เสริมสร้างประเทศชาติให้เข้มแข็ง โดยระบุว่า มีอธิปไตยจึงจะมีประเทศชาติ ซึ่งในรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐจีนได้ระบุว่า อธิปไตยของสาธารณรัฐจีนเป็นของปวงชน ผู้มีสัญาชาติสาธารณรัฐจีน ก็คือประชาชนสาธารณรัฐจีน จากนี้จะเห็นได้ว่า สาธารณรัฐจีนกับสาธารณรัฐประชาชนจีนมิได้ขึ้นต่อกัน ประชาชนทุกคนต้องสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว รักและปกป้องประเทศชาติ พรรคการเมืองทุกพรรคต้องร่วมกันต่อต้านการฮุบกลืน ปกป้องอธิปไตยของชาติ ไม่ควรเสียสละอธิปไตยของชาติเพียงเพื่อต้องการเป็นรัฐบาล
“โลกใหม่ของไต้หวัน ไต้หวันใหม่ของโลก” ย้ำขยายมิตรในประเทศต่าง ๆ ให้โลกก้าวสู่ไต้หวัน และให้ไต้หวันก้าวสู่โลก