
Sign up to save your podcasts
Or


1. ไต้หวันขอบคุณสหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวันอย่างเด็ดเดี่ยวและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของช่องแคบไต้หวัน
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สองผู้นำมหาอำนาจได้พูดคุยกับผ่านระบบออนไลน์เป็นครั้งแรกหลังสงครามรุกรานยูเครนปะทุขึ้น ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ ได้ย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน โดยนายจางตุนหาน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้กล่าวย้ำว่า ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันได้รับทราบถึงการที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้ย้ำคำมั่นที่เคยให้ไว้กับไต้หวัน และย้ำถึงความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน ซึ่งต้องขอขอบคุณสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนช่องแคบไต้หวัน และสนับสนุนไต้หวันอย่างมั่นคงเสมอมา
นายจางตุนหาน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
ทั้งนี้ในการพูดคุยกันระหว่างสองผู้นำมหาอำนาจของโลกในครั้งนี้ ประนาธิบดีโจ ไบเดน ได้ย้ำกับผู้นำจีนว่า หากจีนช่วยเหลือรัสเซียจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมา รวมทั้งแสดงความวิตกกังวลต่อการคุกคามและการยั่วยุบนช่องแคบไต้หวันของทางการปักกิ่งด้วย
นายจางตุนหาน ได้ขอบคุณผู้นำสหรัฐฯ ดังกล่าว และย้ำวา เสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันและอินโดแปซิฟิก เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่ายในภูมิภาคนี้ และเป็นความปรารถนาร่วมกันของประชาคมนานาชาติที่ต้องการให้จีนในฐานะสมาชิกหนึ่งของภูมิภาคควรที่จะร่วมกันรับผิดชอบด้วย
ส่วนนายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ของไต้หวัน ก็ได้ย้ำว่า ไต้หวันได้ร่วมกับประเทศประชาธิปไตยต่อต้านการรุกราน ประณามรัสเซีย ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ แข็งแกร่งดั่งหินผา ทั้งสองฝ่ายจะจับมือกันอย่างเหนียวแน่นเพื่อปกป้องคุณค่าที่ทั่วโลกเห็นคุณค่าร่วมกัน
นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
นอกจากนี้ การเจรจาระหว่าง 2 ผู้นำโลก ผู้นำจีนระบุว่า มีชาวสหรัฐฯ บางส่วนส่งสัญญานผิด ๆ ให้แก่กลุ่มแยกไต้หวันเป็นเอกราช ซึ่งอันตรายมาก ส่วนประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ก็ย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนการแยกไต้หวันเป็นเอกราช แต่ก็วิตกต่อพฤติกรรมยั่วยุบนช่องแคบไต้หวันของจีนเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังแสดงจุดยืนเกี่ยวกับสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียว่า หากจีนให้ความช่วยเหลือรัสเซียก็จะต้องพบกับผลพวงอันสาหัสที่จะตามมา และย้ำว่า ผู้ผูกกระดิ่งต้องเป็นผู้ปลดกระดิ่งเอง ทุกฝ่ายควรสนับสนุนให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเปิดการเจรจากัน เจรจาหาทางออกอย่างสันติ
สองผู้นำโลกเจรจาออนไลน์ถกเรื่องสงครามยูเครนและช่องแคบไต้หวัน
2. กระทรวงกลาโหมไต้หวันยืนยันข่าวเรือบรรทุกเครื่องบินซานตงของจีนแล่นผ่านนอกชายฝั่งเกาะจินเหมินของไต้หวัน
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำจีนจะพูดคุยทางโทรศัพท์เพียงไม่กี่ชั่วโมง เรือบรรทุกเครื่องบินรบของจีนที่มีชื่อว่า “ซานตง” ได้แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันโดยมีเรือพิฆาตสหรัฐฯ คอยติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ห่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่สนใจด้านการทหารเห็นเรือบรรทุกเครื่องบินซานตงของจีนกำลังแล่นผ่านนอกชายฝั่งเกาะจินเหมิน ซึ่งเขาได้เก็บภาพไว้ได้ กระทรวงกลาโหม ไต้หวันได้ยืนยันข่าวดังกล่าวว่าเป็นความจริง รวมทั้งย้ำว่า กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้ติดตามสถานการณ์ทุกอย่างอย่างใกล้ชิด คุณหลินอิ่งโย้ว นักยุทธศาสตร์ไต้หวันวิเคราะห์ว่า เนื่องจากสังเกตจากบนดาดฟ้าเรือไม่มีเครื่องบินรบแม้แต่ลำเดียว จึงอนุมานได้ว่า ไม่ใช่เป็นการสำแดงพลังทางทหารของจีน และจีนเองก็เห็นว่าในช่วงของสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องแสดงแสนยานุภาพทางทหารใด ๆ
เรือบรรทุกเครื่องบินรบซานตง ของจีน
3. รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันตอกข่าวลือจีนจะบุกยึดไต้หวันในปีนี้ ไต้หวันเตรียมพร้อมรับมือ
สัปดาห์ที่ผ่านมาเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของสงครามรุกรานยูเครนที่ก่อเรื่องขึ้นโดยรัสเซีย แถมด้วยการปล่อยข่าวลือเป็นเอกสารราชการลับของรัสเซีย ระบุว่าจีนมีแผนการที่จะใช้กำลังทหารเข้ายึดไต้หวัน ซึ่งนายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้กล่าวยรายงานภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ และตอบข้อซักถามของ ส.ส. คณะกรรมาธิการกลาโหมและต่างประเทศ สภานิติบัญญัติไต้หวัน และให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าเอกสารลับนี้จะเป็นของจริงหรือของปลอม แต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ เชื่อว่ากระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และเตรียมพร้อมตลอดเวลา
สงครามรุกรานยูเครนของรัสเซีย ทำให้ ส.ส. ในสภาฯ สนใจประเด็นเกี่ยวกับหากจีนใช้กำลังทหารโจมตีไต้หวัน สหรัฐฯ จะส่งทหารมาช่วยไต้หวันรบหรือไม่ ซึ่งนายอู๋ฯ ได้ตอบว่า การปกป้องไต้หวันต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยวของพวกเราเอง ต้องสั่งซื้ออาวุธที่พอเพียงในการป้องกันตนเอง ฝ่ายสหรัฐฯ ก็จะสนองอาวุธให้แก่ไต้หวันต่อไปอย่างต่อเนื่อง และในเร็ว ๆ นี้ ก็จะประกาศจำหน่ายอาวุธล็อตใหม่ให้ไต้หวัน
ส่วนประเด็นที่รัสเซียระบุไต้หวันเป็นหนึ่งใน 42 ประเทศที่ไม่เป็นมิตรต่อรัสเซีย นายอู๋ฯ บอกว่า เมื่อพิจารณาจากรายชื่อ 48 ประเทศเหล่านี้ก็จะเห็นได้ว่า เป็นประเทศที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยทั้งสิ้น ดังนั้น จึงเชื่อว่าชาวไต้หวันจะมีความรู้สึกว่าเมื่อยืนอยู่ข้างประเทศประชาธิปไตย ไต้หวันก็จะไม่โดดเดี่ยวในประชาคมโลกอย่างแน่นอน
ส่วนการเจรจากันระหว่างระดับสูงด้านการต่างประเทศของสหรัฐฯ กับจีน ที่อิตาลี นานกว่า 7 ชม. ในประเด็นสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ซึ่งนายอู๋ฯ ระบุว่า ในการเจรจาสหรัฐฯ ได้กดดันจีนค่อนข้างมาก ประเด็นสำคัญหากสหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวันต่อไป ไต้หวันก็ไม่จำเป็นต้องวิกตกกังวลอะไรมากมายนัก
นายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
นอกจากนี้ รมว. กต. ไต้หวันยังได้ให้สัมภาษณ์ออนไลน์หนังสือพิมพ์ Hospodarske noviny จากสาธารณรัฐเช็ก ย้ำว่า ตอนเกิดสงครามยูเครน-รัสเซียใหม่ ๆ ผู้คนจำนวนไม่น้อยวิตกว่า จีนจะฉวยโอกาสนี้โจมตีไต้หวันด้วยกำลังทหาร หากจีนเห็นว่า ประเทศตะวันตกสามัคคีกันอย่างหลวม ๆ ไม่เหนียวแน่นนัก ก็อาจจะอาศัยจังหวะที่เกิดสงครามยูเครน-รัสเซียหาประโยชน์เข้าตัวเอง จีนกำลังติดตามปฏิกิริยาของปรเทศตะวันตก ไต้หวันก็ต้องติดตามพัฒนาการของสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นรวมทั้งการติดตามความเคลื่อนไหวของจีนอย่างใกล้ชิดด้วย ตอนนี้ การรุกรานยูเครนของรัสเซียมิได้เป็นไปตามที่คาดไว้ในตอนแรก จีนก็คงจะได้รับบทเรียนจากเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
นายอู๋จาวเซี่ย (ขวา) รัฐมนตรีต่างประเทศ ไต้หวัน ขณะให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Hospodarske noviny ของสาธารณรัฐเช็ก
4.นักวิชาการแนะยุทธศาสตร์สงครามไร้สมดุลอาวุธสำคัญอยู่ที่ขีปนาวุธ
รัสเซียรุกรานยูเครน แต่ถูกกองทัพยูเครนต้านทานอย่างเต็มที่และประสบผลสำเร็จ ทำให้มีการพูดคุยกันในประเด็น “กำลังรบไร้สมดุล” ในไต้หวันมากยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาจากทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว มีผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า การพัฒนากองทัพในลักษณะ “กำลังรบไร้สมดุล” ก็อาจให้ความสำคัญกับการขยายกำลังรบด้านขีปนาวุธให้มากขึ้น หากเป็นขีปนาวุธที่ผลิตเองก็ต้องผลิตต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากจัดซื้อจากต่างประเทศก็ต้องซื้อเก็บไว้เยอะๆ และก็ควรที่จะต้องพยายามขอซื้อขีปนาวุธพิสัยไกลต้านเรือรบรุ่นใหม่จากสหรัฐฯ ส่วนเรือดำน้ำก็เป็นอาวุธหนึ่งในการสู้รบลักษณะ “กำลังรบไร้สมดุล” จึงคุ้มค่ามากในการสร้างเรือดำน้ำด้วยตนเอง
เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ เห็นว่า ไต้หวันควรพัฒนากองทัพในกลักษณะ “กำลังรบไร้สมดุล” ส่วนคุณเซี่ยจงผิง ผู้สื่อข่าวสายทหารมานานกว่า 20 ปี มีความเห็นว่า อาวุธที่สหรัฐฯ ขายให้ไต้หวันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างระบบขีปนาวุธป้องกันชายฝั่งหรือ M142 High Mobility Artillery Rocket System ก็เป็นอาวุธที่สอดคล้องกับการพัฒนากองทัพในลักษณะไร้สมดุลของไต้หวัน นอกจากนี้กองทัพเรือไต้หวันยังได้เร่งเสริมกองเรือวางทุ่น เพื่อสกัดกั้นรุกล้ำของกองทัพศัตรูที่พยายามยกพลขึ้นบกหรือเข้ายึดท่าเรือ
นายเซี่ยฯ บอกว่า ปัจจุบันการพัฒนากำลังพลในลักษณะไร้สมดุลที่สำคัญจึงควรอยู่ที่การสั่งสมขีปนาวุธให้มาก ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งจัดซื้อขีปนาวุธพิสัยไกล LRASM ที่มีสมรรถนะในการอำพรางตัว
ขีปนาวุธ Sky Sword II或Tien Chien II ที่ไต้หวันผลิตเอง
By , Rti1. ไต้หวันขอบคุณสหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวันอย่างเด็ดเดี่ยวและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของช่องแคบไต้หวัน
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สองผู้นำมหาอำนาจได้พูดคุยกับผ่านระบบออนไลน์เป็นครั้งแรกหลังสงครามรุกรานยูเครนปะทุขึ้น ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ ได้ย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน โดยนายจางตุนหาน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้กล่าวย้ำว่า ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันได้รับทราบถึงการที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้ย้ำคำมั่นที่เคยให้ไว้กับไต้หวัน และย้ำถึงความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน ซึ่งต้องขอขอบคุณสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนช่องแคบไต้หวัน และสนับสนุนไต้หวันอย่างมั่นคงเสมอมา
นายจางตุนหาน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
ทั้งนี้ในการพูดคุยกันระหว่างสองผู้นำมหาอำนาจของโลกในครั้งนี้ ประนาธิบดีโจ ไบเดน ได้ย้ำกับผู้นำจีนว่า หากจีนช่วยเหลือรัสเซียจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมา รวมทั้งแสดงความวิตกกังวลต่อการคุกคามและการยั่วยุบนช่องแคบไต้หวันของทางการปักกิ่งด้วย
นายจางตุนหาน ได้ขอบคุณผู้นำสหรัฐฯ ดังกล่าว และย้ำวา เสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันและอินโดแปซิฟิก เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่ายในภูมิภาคนี้ และเป็นความปรารถนาร่วมกันของประชาคมนานาชาติที่ต้องการให้จีนในฐานะสมาชิกหนึ่งของภูมิภาคควรที่จะร่วมกันรับผิดชอบด้วย
ส่วนนายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ของไต้หวัน ก็ได้ย้ำว่า ไต้หวันได้ร่วมกับประเทศประชาธิปไตยต่อต้านการรุกราน ประณามรัสเซีย ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ แข็งแกร่งดั่งหินผา ทั้งสองฝ่ายจะจับมือกันอย่างเหนียวแน่นเพื่อปกป้องคุณค่าที่ทั่วโลกเห็นคุณค่าร่วมกัน
นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
นอกจากนี้ การเจรจาระหว่าง 2 ผู้นำโลก ผู้นำจีนระบุว่า มีชาวสหรัฐฯ บางส่วนส่งสัญญานผิด ๆ ให้แก่กลุ่มแยกไต้หวันเป็นเอกราช ซึ่งอันตรายมาก ส่วนประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ก็ย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนการแยกไต้หวันเป็นเอกราช แต่ก็วิตกต่อพฤติกรรมยั่วยุบนช่องแคบไต้หวันของจีนเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังแสดงจุดยืนเกี่ยวกับสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียว่า หากจีนให้ความช่วยเหลือรัสเซียก็จะต้องพบกับผลพวงอันสาหัสที่จะตามมา และย้ำว่า ผู้ผูกกระดิ่งต้องเป็นผู้ปลดกระดิ่งเอง ทุกฝ่ายควรสนับสนุนให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเปิดการเจรจากัน เจรจาหาทางออกอย่างสันติ
สองผู้นำโลกเจรจาออนไลน์ถกเรื่องสงครามยูเครนและช่องแคบไต้หวัน
2. กระทรวงกลาโหมไต้หวันยืนยันข่าวเรือบรรทุกเครื่องบินซานตงของจีนแล่นผ่านนอกชายฝั่งเกาะจินเหมินของไต้หวัน
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำจีนจะพูดคุยทางโทรศัพท์เพียงไม่กี่ชั่วโมง เรือบรรทุกเครื่องบินรบของจีนที่มีชื่อว่า “ซานตง” ได้แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันโดยมีเรือพิฆาตสหรัฐฯ คอยติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ห่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่สนใจด้านการทหารเห็นเรือบรรทุกเครื่องบินซานตงของจีนกำลังแล่นผ่านนอกชายฝั่งเกาะจินเหมิน ซึ่งเขาได้เก็บภาพไว้ได้ กระทรวงกลาโหม ไต้หวันได้ยืนยันข่าวดังกล่าวว่าเป็นความจริง รวมทั้งย้ำว่า กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้ติดตามสถานการณ์ทุกอย่างอย่างใกล้ชิด คุณหลินอิ่งโย้ว นักยุทธศาสตร์ไต้หวันวิเคราะห์ว่า เนื่องจากสังเกตจากบนดาดฟ้าเรือไม่มีเครื่องบินรบแม้แต่ลำเดียว จึงอนุมานได้ว่า ไม่ใช่เป็นการสำแดงพลังทางทหารของจีน และจีนเองก็เห็นว่าในช่วงของสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องแสดงแสนยานุภาพทางทหารใด ๆ
เรือบรรทุกเครื่องบินรบซานตง ของจีน
3. รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันตอกข่าวลือจีนจะบุกยึดไต้หวันในปีนี้ ไต้หวันเตรียมพร้อมรับมือ
สัปดาห์ที่ผ่านมาเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของสงครามรุกรานยูเครนที่ก่อเรื่องขึ้นโดยรัสเซีย แถมด้วยการปล่อยข่าวลือเป็นเอกสารราชการลับของรัสเซีย ระบุว่าจีนมีแผนการที่จะใช้กำลังทหารเข้ายึดไต้หวัน ซึ่งนายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้กล่าวยรายงานภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ และตอบข้อซักถามของ ส.ส. คณะกรรมาธิการกลาโหมและต่างประเทศ สภานิติบัญญัติไต้หวัน และให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าเอกสารลับนี้จะเป็นของจริงหรือของปลอม แต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ เชื่อว่ากระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และเตรียมพร้อมตลอดเวลา
สงครามรุกรานยูเครนของรัสเซีย ทำให้ ส.ส. ในสภาฯ สนใจประเด็นเกี่ยวกับหากจีนใช้กำลังทหารโจมตีไต้หวัน สหรัฐฯ จะส่งทหารมาช่วยไต้หวันรบหรือไม่ ซึ่งนายอู๋ฯ ได้ตอบว่า การปกป้องไต้หวันต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยวของพวกเราเอง ต้องสั่งซื้ออาวุธที่พอเพียงในการป้องกันตนเอง ฝ่ายสหรัฐฯ ก็จะสนองอาวุธให้แก่ไต้หวันต่อไปอย่างต่อเนื่อง และในเร็ว ๆ นี้ ก็จะประกาศจำหน่ายอาวุธล็อตใหม่ให้ไต้หวัน
ส่วนประเด็นที่รัสเซียระบุไต้หวันเป็นหนึ่งใน 42 ประเทศที่ไม่เป็นมิตรต่อรัสเซีย นายอู๋ฯ บอกว่า เมื่อพิจารณาจากรายชื่อ 48 ประเทศเหล่านี้ก็จะเห็นได้ว่า เป็นประเทศที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยทั้งสิ้น ดังนั้น จึงเชื่อว่าชาวไต้หวันจะมีความรู้สึกว่าเมื่อยืนอยู่ข้างประเทศประชาธิปไตย ไต้หวันก็จะไม่โดดเดี่ยวในประชาคมโลกอย่างแน่นอน
ส่วนการเจรจากันระหว่างระดับสูงด้านการต่างประเทศของสหรัฐฯ กับจีน ที่อิตาลี นานกว่า 7 ชม. ในประเด็นสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ซึ่งนายอู๋ฯ ระบุว่า ในการเจรจาสหรัฐฯ ได้กดดันจีนค่อนข้างมาก ประเด็นสำคัญหากสหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวันต่อไป ไต้หวันก็ไม่จำเป็นต้องวิกตกกังวลอะไรมากมายนัก
นายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
นอกจากนี้ รมว. กต. ไต้หวันยังได้ให้สัมภาษณ์ออนไลน์หนังสือพิมพ์ Hospodarske noviny จากสาธารณรัฐเช็ก ย้ำว่า ตอนเกิดสงครามยูเครน-รัสเซียใหม่ ๆ ผู้คนจำนวนไม่น้อยวิตกว่า จีนจะฉวยโอกาสนี้โจมตีไต้หวันด้วยกำลังทหาร หากจีนเห็นว่า ประเทศตะวันตกสามัคคีกันอย่างหลวม ๆ ไม่เหนียวแน่นนัก ก็อาจจะอาศัยจังหวะที่เกิดสงครามยูเครน-รัสเซียหาประโยชน์เข้าตัวเอง จีนกำลังติดตามปฏิกิริยาของปรเทศตะวันตก ไต้หวันก็ต้องติดตามพัฒนาการของสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นรวมทั้งการติดตามความเคลื่อนไหวของจีนอย่างใกล้ชิดด้วย ตอนนี้ การรุกรานยูเครนของรัสเซียมิได้เป็นไปตามที่คาดไว้ในตอนแรก จีนก็คงจะได้รับบทเรียนจากเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
นายอู๋จาวเซี่ย (ขวา) รัฐมนตรีต่างประเทศ ไต้หวัน ขณะให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Hospodarske noviny ของสาธารณรัฐเช็ก
4.นักวิชาการแนะยุทธศาสตร์สงครามไร้สมดุลอาวุธสำคัญอยู่ที่ขีปนาวุธ
รัสเซียรุกรานยูเครน แต่ถูกกองทัพยูเครนต้านทานอย่างเต็มที่และประสบผลสำเร็จ ทำให้มีการพูดคุยกันในประเด็น “กำลังรบไร้สมดุล” ในไต้หวันมากยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาจากทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว มีผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า การพัฒนากองทัพในลักษณะ “กำลังรบไร้สมดุล” ก็อาจให้ความสำคัญกับการขยายกำลังรบด้านขีปนาวุธให้มากขึ้น หากเป็นขีปนาวุธที่ผลิตเองก็ต้องผลิตต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากจัดซื้อจากต่างประเทศก็ต้องซื้อเก็บไว้เยอะๆ และก็ควรที่จะต้องพยายามขอซื้อขีปนาวุธพิสัยไกลต้านเรือรบรุ่นใหม่จากสหรัฐฯ ส่วนเรือดำน้ำก็เป็นอาวุธหนึ่งในการสู้รบลักษณะ “กำลังรบไร้สมดุล” จึงคุ้มค่ามากในการสร้างเรือดำน้ำด้วยตนเอง
เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ เห็นว่า ไต้หวันควรพัฒนากองทัพในกลักษณะ “กำลังรบไร้สมดุล” ส่วนคุณเซี่ยจงผิง ผู้สื่อข่าวสายทหารมานานกว่า 20 ปี มีความเห็นว่า อาวุธที่สหรัฐฯ ขายให้ไต้หวันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างระบบขีปนาวุธป้องกันชายฝั่งหรือ M142 High Mobility Artillery Rocket System ก็เป็นอาวุธที่สอดคล้องกับการพัฒนากองทัพในลักษณะไร้สมดุลของไต้หวัน นอกจากนี้กองทัพเรือไต้หวันยังได้เร่งเสริมกองเรือวางทุ่น เพื่อสกัดกั้นรุกล้ำของกองทัพศัตรูที่พยายามยกพลขึ้นบกหรือเข้ายึดท่าเรือ
นายเซี่ยฯ บอกว่า ปัจจุบันการพัฒนากำลังพลในลักษณะไร้สมดุลที่สำคัญจึงควรอยู่ที่การสั่งสมขีปนาวุธให้มาก ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งจัดซื้อขีปนาวุธพิสัยไกล LRASM ที่มีสมรรถนะในการอำพรางตัว
ขีปนาวุธ Sky Sword II或Tien Chien II ที่ไต้หวันผลิตเอง