กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖


Listen Later

คะแนนนิยมล่าสุดว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน 2024 

         นับถอยหลังเลือกตั้งผู้นำไต้หวัน 2024 เหลืออีกเพียงร้อยกว่าวันเท่านั้น การเคลื่อนไหวของว่าที่ผู้สมัครรับเลือกต้้งจากพรรคการเมืองต่าง ๆ และผู้สมัครที่ยังไม่มีพรรคสังกัดก็เป็นไปอย่างคึกคักเพื่อเพิ่มฐานคะแนนเสียงของตัวเอง และในช่วงนี้ก็มีสำนักโพลต่างๆ  สำรวจคะแนนนิยมของว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเหล่านี้เป็นระยะๆ ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา โพล “เหม่ยลีต่าว” ที่เป็นสำนักโพลที่สำรวจคะแนนนิยมที่มีชื่อเสียง และมักถูกสื่อต่าง ๆ ในไต้หวันนำมาอ้างอิงเป็นประจำก็ได้ประกาศผลการสำรวจล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก 

         หากเปรียบเทียบผู้สมัครจาก 3 พรรคการเมือง คะแนนนิยมของรอง ปธน. ไล่ชิงเต๋อ จากพรรค DPP พรรครัฐบาล ยังคงนำโด่งคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น โดยได้รับการสนับสนุนจาการสำรวจในครั้งนี้ถึง 35.7% ในขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเปจากพรรคก๊กมินตั๋ง อยู่ที่ 21.9% แต่ก็แซงหน้าเป็นครั้งแรกนายเคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป จากพรรคประชาชนไต้หวัน ที่เดิมตามติดมาเป็นที่ 2 มาตลอด โดยนายเคอมีคะแนนนิยม 21.7% ห่างกันเพียง 0.2% เท่านั้น แต่ยังมีผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจอีกถึงเกือบ 15% แต่ก็ทำให้นายเคอฯ ที่ตามติดเป็นอันดับ 2 มาตลอดหล่นไปอยู่อันดับ 3 อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามความคืบหน้าของคะแนนนิยมของผู้สมัครแต่ละคนอย่างใกล้ชิด 

       เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง 5 เดือน ก็จะถึงวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้นำไต้หวัน 2024 ที่จะมีการลงคะแนนในวันที่ 13 ม.ค. 2566 

       สำหรับในส่วนของนายกัวไถหมิง หรือเทอร์รี่ กัว ผู้ก่อตั้งบริษัทฟอกซ์คอน์น มหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของไต้หวัน ที่พลาดหวังจากการขอลงสมัครในนามพรรคก๊กมินตั๋ง และเคยให้คำสัญญาว่า พรรคก๊กมินตั๋งเลือกใครลงสมัครรับเลือกตั้ง เขาก็จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนเขาจะยังคงไม่ยอมแพ้ตระเวณเคลื่อนไหวดึงบ้านใหญ่ตามเขตต่าง ๆ ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำและมีความมั่นใจว่าเขาจะได้รับการสนับสนุนจากชาวไต้หวันส่วนใหญ่ ได้ออกมาประกาศเรียกร้องให้ผู้สมัครในฝ่ายที่ไม่ใช่ฝ่าย “สีเขียว” ของพรรค DPP ต้องสามัคคีกันเพื่อโค่นพรรค DPP โดยบอกจะเชิญผู้สมัครของทั้งสองพรรคมานั่งจิกกาแฟกัน หาข้อสรุปที่จะสามัคคีและส่งผู้ลงสมัครร่วมกัน เพราะหากต่างคนต่างลงสมัคร ไม่มีทางที่จะเอาชนะรองประธานาธิบดีไล่ฯ ได้เลย เพราะแต่ละคนมีฐานคะแนนเสียงคนละไม่ถึง 20% ซึ่งยังห่างจากคะแนนนิยมของรองประธานาธิบดีไล่ฯ อยู่พอสมควรทีเดียว 

        โดยหากนำนายเทอร์รี่กัวมาร่วมการจัดทำโพลกับว่าที่ผู้สมัครของทั้ง 3 พรรคการเมืองแล้ว คะแนนนิยมของรองประธานาธิบดีไล่ฯ อยู่ที่ 34.8% นายโหวฯ กับนายเคอฯ เท่ากัน 18.9% ่ส่วนนายเทอร์รี่กัว อยู่ที่ 12.9% 

        ที่น่าสนใจจับตาเป็นพิเศษก็คือ ฐานเสียงสตรีของนายเคอฯ มีเพียง 18% เท่านั้น ต่ำกว่าของนายโหวฯที่อยู่ที่ 20% และรองประธานาธิบดีไล่ฯ 38.1% และหากวิเคราะห์เป็นรายพื้นที่ นายเคอฯ มีเสียงสนับสนุนในนิวไทเปเพียง 13.9% ส่วนรองประธานาธิบดีไล่ฯ นำโด่งคู่แข่งในเกือบทุกพื้นที่ ที่สูสีกันสุด ๆ ก็คือที่เถาหยวน ซินจู๋และเหมียวลี่ โดยรองประธานาธิบดีไล่ฯ 29.4% นายโหวฯ 27.4% นายเคอฯ 26.4% 

        หากวิเคราะห์จากกลุ่มอายุผู้ถูกสำรวจพบว่า นายเคอฯ มีคะแนนนำในส่วนของกลุ่มผู้มีอายุต่ำกว่า 40 ปี 2 กลุ่ม โดยอยู่ที่ 36.5% และ 32.2% ส่วนรองประธานาธิบดีไล่ฯ มีคะแนนนิยมในกลุ่มอายุ 20-29 ปี 31.7% นอกจากนี้ รองประธานาธิบดีไล่ฯ ยังได้เปรียบในส่วนของกลุ่มผู้สูงวัย 50 ปีขึ้นไป 

       นายหวงเหว่ยฮั่น สื่อมวลชนอาวุโส ไต้หวัน วิเคราะห์ผลการสำรวจในครั้งนี้ว่า นายเคอฯ ถูกแซง ไม่น่าแปลกใจ เมื่อมีการปรับยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการหาเสียงเลือกตั้งของตน ก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมาแซงหน้าได้อีกครั้ง นอกจากนี้ เขายังได้วิเคราะห์ผลการสำรวจคะแนนนิยม 20 ครั้งที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 17 ก.ค. - 14 ส.ค. ในช่วงรอบเดือนที่ผ่านมา นายเคอฯ มีคะแนนนิยมลดลง 3 ครั้ง หลังมีการเคลื่อนไหวเดินขบวนในประเด็นต่าง ๆ อย่างประเด็นที่นายเคอฯ ประกาศไม่เป็นมือสองของใคร จะลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีจนถึงที่สุด อาจทำให้กลุ่มที่ยังมีความหวังว่านายเคอฯ จะจับมือกับนายเทอร์รี่กัว ลงสมัครในตำแหน่งรองประธานาธิบดีคู่กับนายกัวฯ ที่จะลงสมัครในตำแหน่งประธานาธิบดี รู้สึกผิดหวัง จึงหันไปฝากความหวังว่า นายกัวฯ จะกลับไปเป็นผู้สมัครของพรรคก๊กมินตั๋ง 

กกต. ไต้หวัน ฟันธงงบหาเสียงผู้นำไต้หวันต้องไม่เกินกว่า 430 ล้าน

         เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง ไต้หวัน ได้มีมติเกี่ยวกับเพดานค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีแต่ละชุดต้องไม่เกิน 427.494 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ก.ย. ศกนี้ 

        สำหรับในส่วนของการคำนวนค่าใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้งสูงสุดคำนวนจากจำนวนประชากรในไต้หวัน 70% คูณด้วยค่าหาเสียงพื้นฐานคนละ 20 เหรียญไต้หวัน เพิ่มอีก 100 เหรียญไต้หวัน หากมียอดไม่ครบ 1000 ให้คิดเป็น 1000 ส่วนจำนวนประชากรรวมในไต้หวันคำนวนจากจำนวนประชากรในไต้หวัน 6 เดือนก่อนการลงคะแนนเสียง ซึ่งคำนวนแล้วจะได้จำนวนเงินดังกล่าวข้างต้น .

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti