
Sign up to save your podcasts
Or


ไต้หวันตอบโต้การบิดเบือนสุนทรพจน์ผู้นำไต้หวันของจีน เรียกร้องจีนอย่ามองข้ามความเป็นจริง
คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ (MAC) ไต้หวัน ได้แถลงตอบโต้จีนที่บิดเบือนสุนทรพจน์วันชาติของประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อที่กล่าวหาว่า สุนทรพจน์ของผู้นำไต้หวันเป็นเสมือน “อ้างสาธารณรัฐจีนเพื่อการแยกไต้หวันเป็นเอกราช” “อาศัยพลังต่างชาติเพื่อแยกไต้หวันเป็นเอกราช” และ “ทฤษฎีสองประเทศฉบับใหม่”
เอ็มเอซี ไต้หวันตอบโต้ว่า สุนทรพจน์วันชาติของผู้นำไต้หวัน ได้ระบุว่า สาธารณรัฐจีนก่อตั้งมาแล้วนานกว่า 113 ปี รวมทั้งย้ำว่า สาธารณรัฐจีนได้ปักรากฝังลึกลงไปบนผืนแผ่นดินไต้หวัน เผิงหู จินเหมินและมัตสุ ไม่ได้ขึ้นต่อกันกับสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสถานะความเป็นจริงในปัจจุบันอย่างชัดแจ้งแล้ว แต่ที่สร้างความตะลึงให้แก่ผู้คนก็คือ จีนยังคงปฏิเสธการดำรงอยู่จริงของสาธารณรัฐจีน ในสายตาของจีน สาธารณรัฐจีนก็คือ “อำนาจรัฐผิดกฎหมาย” สาธารณรัฐจีนเป็นเพียง “รัฐบาลท้องถิ่น” ส่วน “หลักการจีนเดียว” “ฉันทามติ 1992” และ “หนึ่งประเทศสองระบอบ” ที่จีนเสนอ เป็นข้อเสนอทางการเมือง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การทำลายล้างสาธารณรัฐจีน ฮุบกลืนไต้หวันและทำให้ไต้หวันกลายเป็น “ฮ่องกง” นั่นเอง
ประการต่อมา จีนกดดันไต้หวันอย่างต่อเนื่องและรุนแรงยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทหาร เศรษฐกิจ การทูต การแทรกซึมทางสังคม และการก่อกวนในเขตพื้นที่สีเทา ซึ่งจีนย้ำว่าเป็นปฏิบัติการที่มุ่งเฉพาะเจาะจงลงโทษต่อ “กลุ่มแยกไต้หวันเป็นเอกราชที่เป็นคนส่วนน้อยนิด” ในขณะที่จีนระบุว่า “อ้างสาธารณรัฐจีนเพื่อแยกไต้หวันเป็นเอกราช” “และ “ต่อต้านการแยกไต้หวันเป็นเอกราช” เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อที่จะฮุบกลืนไต้หวันเท่านั้น เพื่อที่จะ “ขจัดอธิปไตย” ของสาธารณรัฐจีน ทำลายระบอบประชาธิปไตยไต้หวัน ยึดสิทธิเสรีภาพของชาวไต้หวัน รวมทั้งรูปแบบการดำรงชีวิตอย่างหลากหลายของชาวไต้หวันด้วย เอ็มเอซี ไต้หวันได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกเข้าใจอย่างถ่องแท้ และมองให้ทะลุปรุโปร่งถึงความสามานย์ทางการเมืองของจีน การรุกรานไต้หวันได้บ่อนทำลายคุณค่าสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยของทั่วโลกด้วย สร้างความท้าทายอย่างร้ายแรงต่อสันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของประชาคมโลก ประเทศชาติและภูมิภาค
ไต้หวันแฉจีนอาศัยนิติสงครามเพื่อสร้างภาพ “ช่องแคบไต้หวันเป็นน่านน้ำในประเทศ”
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกู้ลี่สง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ตอบกระทู้ของ สส. ในสภานิติบัญญัติระบุว่า นับตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์เรือประมงจีนล่มในบริเวณน่านน้ำจินเหมินเมื่อ ก.พ. ที่ผ่านมา เรือตำรวจน้ำของจีนได้อ้างการปฏิบัติตามกฎหมายทะเลของตนเสริมการก่อกวนเขตน่านน้ำของเกาะรอบนอกไต้หวันมากขึ้น และอาศัยเว็บไซต์ทางการของตน และองค์กรแขนขาของจีน สร้างกระแสข่าวปลอมต่าง ๆ เพื่อใช้ “นิติสงคราม” มาสร้างภาพให้ “ช่องแคบไต้หวันกลายเป็นน่านน้ำในประเทศของจีน”
นายกู้ลี่สง รมว. กลาโหม ไต้หวันระบุว่า จีนยังคงใช้วิธีการก่อกวนและซ้อมรบอย่างมีแผนการในบริเวณพื้นที่สีเทา และทำสงครามจิตวิทยากับไต้หวัน รวมทั้งอาศัยสื่อทางการ องค์กรที่เป็นแขนขา และช่องทางอื่น ๆ ปล่อยข่าวปลอมทำสงครามจิตวิทยา โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ “นิติสงคราม” มาสร้างความสับสนให้แก่ชาวไต้หวัน นายกู้ฯ ระบุว่า “จีนทำสงครามจิตวิทยาต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งผลต่อความเข้าใจของชาวไต้หวันในทุกมิติ ลดทอนความสามัคคีและขวัญกำลังใจของกองทัพและชาวไต้หวัน สร้างบรรยากาศที่เป็นผลดีต่อตัวเอง ซึ่งเมื่อไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับสงครามจิตวิทยาของจีน กระทรวงกลาโหมจะเร่งเสริมศักยภาพความสามารถในการตอบโต้ในทุกมิติของกองทัพไต้หวัน ส่วนการปล่อยข่าวปลอมทางโซเชียลมีเดีย นอกจากตรวจสอบและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังต้องตรวจสอบแหล่งที่มาและเตรียมการรับมือไว้ให้พร้อม
By , Rtiไต้หวันตอบโต้การบิดเบือนสุนทรพจน์ผู้นำไต้หวันของจีน เรียกร้องจีนอย่ามองข้ามความเป็นจริง
คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ (MAC) ไต้หวัน ได้แถลงตอบโต้จีนที่บิดเบือนสุนทรพจน์วันชาติของประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อที่กล่าวหาว่า สุนทรพจน์ของผู้นำไต้หวันเป็นเสมือน “อ้างสาธารณรัฐจีนเพื่อการแยกไต้หวันเป็นเอกราช” “อาศัยพลังต่างชาติเพื่อแยกไต้หวันเป็นเอกราช” และ “ทฤษฎีสองประเทศฉบับใหม่”
เอ็มเอซี ไต้หวันตอบโต้ว่า สุนทรพจน์วันชาติของผู้นำไต้หวัน ได้ระบุว่า สาธารณรัฐจีนก่อตั้งมาแล้วนานกว่า 113 ปี รวมทั้งย้ำว่า สาธารณรัฐจีนได้ปักรากฝังลึกลงไปบนผืนแผ่นดินไต้หวัน เผิงหู จินเหมินและมัตสุ ไม่ได้ขึ้นต่อกันกับสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสถานะความเป็นจริงในปัจจุบันอย่างชัดแจ้งแล้ว แต่ที่สร้างความตะลึงให้แก่ผู้คนก็คือ จีนยังคงปฏิเสธการดำรงอยู่จริงของสาธารณรัฐจีน ในสายตาของจีน สาธารณรัฐจีนก็คือ “อำนาจรัฐผิดกฎหมาย” สาธารณรัฐจีนเป็นเพียง “รัฐบาลท้องถิ่น” ส่วน “หลักการจีนเดียว” “ฉันทามติ 1992” และ “หนึ่งประเทศสองระบอบ” ที่จีนเสนอ เป็นข้อเสนอทางการเมือง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การทำลายล้างสาธารณรัฐจีน ฮุบกลืนไต้หวันและทำให้ไต้หวันกลายเป็น “ฮ่องกง” นั่นเอง
ประการต่อมา จีนกดดันไต้หวันอย่างต่อเนื่องและรุนแรงยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทหาร เศรษฐกิจ การทูต การแทรกซึมทางสังคม และการก่อกวนในเขตพื้นที่สีเทา ซึ่งจีนย้ำว่าเป็นปฏิบัติการที่มุ่งเฉพาะเจาะจงลงโทษต่อ “กลุ่มแยกไต้หวันเป็นเอกราชที่เป็นคนส่วนน้อยนิด” ในขณะที่จีนระบุว่า “อ้างสาธารณรัฐจีนเพื่อแยกไต้หวันเป็นเอกราช” “และ “ต่อต้านการแยกไต้หวันเป็นเอกราช” เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อที่จะฮุบกลืนไต้หวันเท่านั้น เพื่อที่จะ “ขจัดอธิปไตย” ของสาธารณรัฐจีน ทำลายระบอบประชาธิปไตยไต้หวัน ยึดสิทธิเสรีภาพของชาวไต้หวัน รวมทั้งรูปแบบการดำรงชีวิตอย่างหลากหลายของชาวไต้หวันด้วย เอ็มเอซี ไต้หวันได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกเข้าใจอย่างถ่องแท้ และมองให้ทะลุปรุโปร่งถึงความสามานย์ทางการเมืองของจีน การรุกรานไต้หวันได้บ่อนทำลายคุณค่าสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยของทั่วโลกด้วย สร้างความท้าทายอย่างร้ายแรงต่อสันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของประชาคมโลก ประเทศชาติและภูมิภาค
ไต้หวันแฉจีนอาศัยนิติสงครามเพื่อสร้างภาพ “ช่องแคบไต้หวันเป็นน่านน้ำในประเทศ”
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกู้ลี่สง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ตอบกระทู้ของ สส. ในสภานิติบัญญัติระบุว่า นับตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์เรือประมงจีนล่มในบริเวณน่านน้ำจินเหมินเมื่อ ก.พ. ที่ผ่านมา เรือตำรวจน้ำของจีนได้อ้างการปฏิบัติตามกฎหมายทะเลของตนเสริมการก่อกวนเขตน่านน้ำของเกาะรอบนอกไต้หวันมากขึ้น และอาศัยเว็บไซต์ทางการของตน และองค์กรแขนขาของจีน สร้างกระแสข่าวปลอมต่าง ๆ เพื่อใช้ “นิติสงคราม” มาสร้างภาพให้ “ช่องแคบไต้หวันกลายเป็นน่านน้ำในประเทศของจีน”
นายกู้ลี่สง รมว. กลาโหม ไต้หวันระบุว่า จีนยังคงใช้วิธีการก่อกวนและซ้อมรบอย่างมีแผนการในบริเวณพื้นที่สีเทา และทำสงครามจิตวิทยากับไต้หวัน รวมทั้งอาศัยสื่อทางการ องค์กรที่เป็นแขนขา และช่องทางอื่น ๆ ปล่อยข่าวปลอมทำสงครามจิตวิทยา โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ “นิติสงคราม” มาสร้างความสับสนให้แก่ชาวไต้หวัน นายกู้ฯ ระบุว่า “จีนทำสงครามจิตวิทยาต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งผลต่อความเข้าใจของชาวไต้หวันในทุกมิติ ลดทอนความสามัคคีและขวัญกำลังใจของกองทัพและชาวไต้หวัน สร้างบรรยากาศที่เป็นผลดีต่อตัวเอง ซึ่งเมื่อไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับสงครามจิตวิทยาของจีน กระทรวงกลาโหมจะเร่งเสริมศักยภาพความสามารถในการตอบโต้ในทุกมิติของกองทัพไต้หวัน ส่วนการปล่อยข่าวปลอมทางโซเชียลมีเดีย นอกจากตรวจสอบและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังต้องตรวจสอบแหล่งที่มาและเตรียมการรับมือไว้ให้พร้อม