กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๗


Listen Later

ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ไต้หวันแต่งตั้ง ครม. ระลอก 4 อีก 5 ตำแหน่ง 

           เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายจั๋ว หยงไท่ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งกำลังจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 พ.ค. ที่จะถึงนี้ ได้ประกาศรายชื่อรัฐมนตรีชุดใหม่ระลอกที่ 4 อีก 5 ตำแหน่ง ประกอบไปด้วย 1. นายผงฉี่หมิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม 2. นายชิวไท่หยวน รัฐบมนตรีสาธารณสุขและสวัสดิการ 3. นางเหอเพ่ยซาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 4. นางกู่ซิ่วเพ่ย ประธานคณะกรรมการกิจการฮากกา และ 5. นายเจิงจื้อหย่ง ประธานคณะกรรมการกิจการชนพื้นเมือง 

          ว่าที่นายกรัฐมนตรีจั๋วฯ ระบุว่า รายชื่อรัฐมนตรีระลอกนี้มีความพิเศษคือ “สามัคคียั่งยืน” ซึ่งหวังว่าการกำหนดนโยบายต่าง ๆ จะยึดหลักคุณธรรมและพัฒนาอย่างยั่งยืน เติบโตสีเขียวเพื่อไปสู่เป้าหมายแห่ง “ความแข็งแรงไต้หวัน” 

         รัฐมนตรีระลอกนี้ มีรัฐมนตรีหญิง 2 ท่าน ซึ่งหลายฝ่ายยังคงตั้งข้อสังเกตว่าสัดส่วนของรัฐมนตรีหญิงยังคงค่อนข้างต่ำ ซึ่งว่าที่นายกฯ ระบุว่า มีสตรีที่มีความรู้ความสามารถมาก ระลอกที่ผ่านมาอาจรู้สึกว่ามีผู้หญิงน้อยเกินไป แต่อย่างน้อยที่สุดวันนี้ก็เริ่มมีรัฐมนตรีหญิงในสัดส่วนมากขึ้น ต่อไปก็จะพยายามให้มากขึ้น พยายามทำให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ สรรหาสมาชิกคณะรัฐมนตรีที่มีความเหมาะสมให้มากขึ้น 

โฉมหน้า ครม. ระลอก 4 

        นายหง ม่งไข่ ส.ส. พรรคก๊กมิ่นตั๋ง วิจารณ์ว่า รัฐมนตรีระลอก 4 นี้ ทำให้ผู้คนผิดหวังอีกครั้ง เป็นบุคคลที่มีสีสรรการเมืองอย่างเข้มข้น เขาบอกอีกว่า ประเด็นความปลอดภัยอาหารและการละเมิดและการขูดรีดทางเพศ เป็นภารกิจอันดับต้น ๆ ที่มีความสำคัญยิ่งของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะคอบตรวจสอบการทำงานของว่าที่รัฐมนตรีสาธารณสุขคนใหม่อย่างเขัมข้น ส่วนกระทรวงสิ่งแวดล้อมก็ยังต้องเผชิญกับประเด็นการจัดเก็บภาษีคาร์บอน ก็หวังว่าท่านว่าที่รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมจะใช้ความรู้ความสามารถด้านสิ่งแวดล้อมของตนอย่างเต็มที่ 

ไต้หวัน-แคนาดากระชับความร่วมมือทางเทคโนโลยีระหว่างกัน 

        เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นางเฉินอี๋จวง รองประธานสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Council, NSTC) ไต้หวัน ในฐานะผู้แทนนายอู๋เจิ้งจง ประธาน NSTC ร่วมลงนามในพิธีลงนาม “ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ระหว่างไต้หวัน - แคนาดา” (Science, Technology, Innovation Arrangement, STIA) และจัดการประชุมทวิภาคีเทคโนโลยีระหว่างกันเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ เพื่อกระชับการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และขยายความร่วมมือด้านการวิจัยทางวิทยาศาตร์ รวมไปถึงการบ่มเพาะบุคลากร ซึ่งในช่วงเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา ไต้หวันได้พยายามขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับประเทศต่าง ๆ และมีการลงนามความตกลงทางความร่วมมือเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ เยอรมนีและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าระดับโลก ส่วนแคนาดานับเป็นประเทศที่ 4 ที่ลงนามความตกลงในลักษณะดังกล่าวกับไต้หวันในช่วง 3 ปีเศษที่ผ่านมา 

          การลงนามในความตกลงดังกล่าว มีขึ้นที่ ณ กรุงออตตาวา นครหลวงของแคนาดา เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีนายเจิงโห้วเหริน ผู้แทนรัฐบาลไต้หวันในแคนาดา และ Mr. Jim Nickel ผู้อำนวยการสำนักงานการค้าแคนาดาประจำกรุงไทเป ร่วมลงนาม โดยในอนาคต ทั้งสองฝ่ายจะมุ่งผลักดันความร่วมมือด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งการบ่มเพาะบุคลากร 

         นอกจากนี้ หลังการลงนามดังกล่าว ไต้หวันกับแคนาดายังได้ร่วมกันจัดสัมนา Global Cooperation and Training Framework (GCTF)โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นเทคโนโลยี AI เซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีชีวภาพ ระหว่างกัน และในปีนี้ NSTC ของไต้หวัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันเปิดตัว Taiwan Chip-based Industrial Innovation Program, Taiwan (CbI) อย่างเป็นทางการ 

สส. ไต้หวันกร้าวจีนประกาศใช้เนวบินn W122  W123 โดยไม่มีการหารือกับไต้หวัน  

           วันที่ 19 ที่ผ่านมา กรมการบินพลเรือนจีนได้ประกาศเริ่มใช้เส้นทางบิน W122、W123 ที่เชื่อมต่อกับเส้นทางบินขนนกับเส้นทางบิน M503 ที่เลียบแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน โดยพลการ 

           นายจ้างจื้อหาว สมาชิกสภากรุงไทเป พรรค TPP ระบุว่า “เส้นทางบิน W122 W123 เป็นเส้นทางบินจากตะวันตกไปทางตะวันออก เชื่อมต่อกับแนวบิน M503 ซึ่งยังเป็นเขตบินของเซี่ยงไฮ้ อาจกระทบไม่มาก แต่จะกระทบเส้นทางบินไปจินเหมินหรือเที่ยวบินใกล้กับสนามบินจินเหมิน” 

          ทั้ง ๆ ที่ จีนเพิ่งประกาศยกเลิกแนวบิน M503 เมื่อ 1 ก.พ. และประกาศว่าจะใช้เส้นทางบินแนวตะวันตกสู่ตะวันออก W122、W123เชื่อมต่อกับแนวบิน M503แต่ก็ประกาศเริ่มใช้ทันทีเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพลการ แม้ผู้เชี่ยวชาญจะระบุว่า แนวบินดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน แต่เป็นช่วงก่อนสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของไต้หวัน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนด้านการเมืองพอสมควร 

          นายหวางติ้งอวี่ สส. พรรค DPP แสดงความไม่พอใจว่า “จีนประเทศยักษ์ใหญ่แบบนี้ ทำอะไรแบบไร้วัฒนธรรมแบบนี้ประจำ หากมีการเปลี่ยนเส้นทางบินก็ต้องปรึกษากับประเทศน่านฟ้าใกล้เคียงก่อน เป็นปัญหาความปลอดภัยพื้นฐาน” 

         ส่วนนายสวี่ จื้อไข่ สส. DPP ก็บอกว่า “เส้นทางบิน M503 เกี่ยวกับอธิปไตยและความปลอดภัยด้านการบินของไต้หวันด้วย อาจทำให้ช่องแคบไต้หวันเครียดขึ้น เป็นทั้งเรื่องอธิปไตยและความปลอดภัยด้านการบินด้วย”

         นายเสิ่นป๋อหยาง สส. DPP อีกผู้หนึ่งก็บอกว่า “จีนอาจใช้เครื่องบินพลเรือนมาเป็นเกราะกำบัง เป้าหมายจริง ๆ คือต้องการก่อกวนไต้หวัน ซึ่งไต้หวันยังขาดมาตรการตอบโต้ที่ได้ผล หากใช้พลเรือนการกดดันไต้หวัน”  

        แม้จีนจะอ้างว่า เพื่อลดปริมาณการบินในเขตบินดังกล่าว และเป็นผลดีต่อการบินไปยังฮ่องกง มาเก๊า รวมทั้งการขนส่งเลียบชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ การประกาศโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ย่อมทำให้ผู้คนคาดเดาไปต่าง ๆ นานา  

แนวบิน W122 และ W123 เชื่อมแนวบินเลียบแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน M503ของจีน ทำไต้หวันไม่พอใจ

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti