กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๔ กรกฎาคม


Listen Later

จับกระแสในรอบสัปดาห์

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน:เลขาธิการนาโตกังวลเรื่องความมั่นคงบริเวณช่องแคบไต้หวัน มีความสำคัญอย่างยิ่ง

          จากแถลงการณ์ร่วมในการประชุมสุดยอดนาโต (องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ North Atlantic Treaty Organisation : Nato) ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ประณามนโยบายของจีนซึ่งเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและการใช้กำลังทางทหารข่มขู่คุกคาม ซึ่งถือเป็นการท้าทายนาโต ทั้งด้านผลประโยชน์ ความมั่นคง และค่านิยมนั้น นายเยน สโตลเตนเบิร์ก (Jens Stoltenberg) เลขาธิการนาโต กล่าวว่า จีนกำลังท้าทายกฎระเบียบสากลมากขึ้นเรื่อยๆ จีนไม่เคยประณามรัสเซียที่ก่อสงครามรุกรานยูเครน อีกทั้งยังมีความพยายามคุกคามไต้หวันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นประเทศสมาชิก NATO จึงมีมติเห็นชอบที่จะยังคงร่วมมือกันเพื่อตอบโต้พฤติกรรมการข่มขู่คุมคามจากจีนต่อไป

         กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน แถลงวันนี้ (13 ก.ค.) ว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเลขาธิการนาโตได้ออกแถลงการณ์และจดหมายหลายฉบับต่อสาธารณะ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความกังวลต่อสถานการณ์สองฝั่งช่องแคบไต้หวัน และยังคงให้ความสำคัญกับปัญหาด้านความมั่นคงบริเวณช่องแคบไต้หวัน โดยเหยาจินเสียง (姚金祥) อธิบดีกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน เปิดเผยว่า แถลงการณ์หลังการประชุมสุดยอดนาโตฉบับนี้ได้กล่าวถึงภัยคุกคามจากจีนที่มีต่อไต้หวันอย่างชัดเจน ซึ่งการที่นาโตแสดงออกถึงความกังวงต่อสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณช่องแคบไต้หวันถือว่ามีความหมายอย่างยิ่ง

สำรวจพบ 90% คัดค้านจีนใช้กำลังอาวุธคุกคามไต้หวัน 

        คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ MAC ไต้หวัน เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของชาวไต้หวันครั้งที่ 2 ของปีนี้ ร้อยละ 80 ขึ้นไปไม่เห็นด้วยกับการที่จีนเสนอแนวทาง “หนึ่งประเทศสองระบอบ” และพบว่าเกือบ 90%คัดค้านการที่กองทัพจีนใช้เครื่องบินรบและเรือรบเคลื่อนไหวอยู่บริเวณโดยรอบไต้หวัน กระทั่งจงใจล้ำเส้นแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุกคามชาวไต้หวันด้วยกำลังอาวุธ และเมื่อไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากจีน ก็มีถึง 90% ที่สนับสนุนรัฐบาลเตรียมการป้องกันตนเองให้พร้อมต่อไปอย่างต่อเนื่อง ปกป้องอธิปไตยแห่งชาติและประชาธิปไตยของไต้หวัน และไม่ยั่วยุความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน เพื่อรักษาสถานะปัจจุบันที่เป็นสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน 

        MAC มีความเห็นว่า ผู้ถูกสำรวจส่วนใหญ่ที่สุดคัดค้านการกดดัน และคุกคามไต้หวันด้วยกำลังอาวุธอย่างต่อเนื่องของจีน  รวมทั้งสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่จะเสริมสมรรถนะในการป้องกันตนเองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และก็ยิ่งเห็นว่า ประชาคมโลกได้ส่งเสียงสนับสนุนสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน คัดค้านการบ่อนทำลายสถานะปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน  ซึ่งนับว่ามีความสำคัญยิ่ง ในขณะที่จีนกับฮ่องกงเสริมมาตรการความมั่นคง ควบคุมสังคมของตนอย่างเหนียวแน่น ใช้วิธีการจับและควบคุมตัวชาวไต้หวันตามอำเภอใจ ซึ่งทำให้ชาวไต้หวันให้ความสำคัญกับประเด็นนี้และรู้สึกต่อต้านมากยิ่งขึ้น 

        ในการสำรวจครั้งนี้ยังพบอีกว่า 90% ของผู้ถูกสำรวจสนับสนุนนโยบายช่องแคบไต้หวันที่สมเหตุสมผลและเสมอภาค เคารพซึ่งกันและกัน อาศัยการพูดคุยทำความเข้าใจโดยไม่มีการวางเงื่อนไขใด ๆ ไว้ล่วงหน้า เพื่อขจัดความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกัน 81% สนับสนุนให้การติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างช่องแคบไต้หวัน ต้องเป็นไปอย่างเสมอภาค มีศักดิ์ศรี และเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ป้องกันการแทรกซึมจากจีน 76% สนับสนุนรัฐบาลเปิดพรมแดนอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อม ๆ กับการเสริมการบริหารด้านความปลอดภัยจากการที่ชาวจีนเดินทางมายังไต้หวัน MAC ไต้หวันระบุว่า ผลสำรวจนี้ชี้ชัดว่า กระแสหลักในไต้หวันก็คือเห็นด้วยกับจุดยืนและนโยบายของรัฐบาลที่จะผลักดันการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างช่องแคบไต้หวันอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและแข็งแรง 

         เมื่อพิจารณาประเด็นเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เกือบ 90% มีจุดยืน “รักษาสถานะปัจจุบันในความหมายกว้าง” 82% สนับสนุนให้อนาคตของไต้หวันและการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันต้องตัดสินใจโดยชาวไต้หวัน 23 ล้านคน รักษาเสถียรภาพในระยะยาว ส่วนความไม่เป็นมิตรต่อรัฐบาลและประชาชนของจีนอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเช่นเดียวกันคือ 69.6% และ 55.7% ตามลำดับ 

         MAC ไต้หวันระบุว่า นโยบายช่องแคบไต้หวันของรัฐบาลเป็นนโยบายที่ต่อเนื่องกันมา เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผลักดันกิจการระหว่างช่องแคบไต้หวันให้มีเสถียรภาพ ยืนหยัดปกป้องความปลอดภัยในอธิปไตยและผลประโยชน์ของไต้หวัน และเรียกร้องให้จีนยุติปฏิบัติการในทางลบต่อไต้หวัน ปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและมีเหตุมีผล 

สำรวจล่าสุดแคนดิเดทผู้นำไต้หวันเรียงลำดับ ไล่ฯ เคอฯ โหวฯ และกัวฯ 4 ทหารเสือฟัดกันนัว 

         Association of Chinese Elite Leadership เป็นองค์กรเอ็นจีโอที่มีนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในไต้หวันร่วมกันก่อตั้งขึ้น และได้สำรวจคะแนนนิยมของว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีของพรรคการเมืองสำคัญและมหาเศรษฐีที่ยังอยากลงประลองในสนามเลือกตั้งผู้นำไต้หวัน โดยสำรวจเมื่อสัปดาห์กลางเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจเปรียบเทียบ 3 คู่แข่ง หรือ 4 คู่แข่ง ล้วนพบว่า รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ หัวหน้าพรรค DPP ว่าที่ผู้สมัครของพรรคฯ ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชนอย่างน้อย 30% ขึ้นไป นำหน้าคู่แข่งคนอื่น ๆ ในขณะที่นายเคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป หัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวัน หรือ TPP ตามติดมาเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ประมาณ 20% ส่วนนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป พรรคก๊กมินตั๋ง มีคะแนนนิยมอยู่ในอันดับ 3 และหากนายเทอร์รี่ กัว หรือ กัวไถหมิง ผู้ก่อตั้งบริษัทฟอกซ์คอน์น มหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของไต้หวัน ลงลุยสนามเลือกตั้งด้วย จะทำให้คะแนนนิยมของนายโหวฯ ลดลง นายหวางจื้อเซิ่ง เลขาธิการสมาคมฯ มีความเห็นว่า หลังจากที่นายจินผู่ชง อดีตคนสนิทของอดีตประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่ว เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานหาเสียงของนายโหวฯ การบูรณาการภายในพรรคฝ่ายสีน้ำเงินยังไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งสังเกตเห็นได้จากการสำรวจคะแนนนิยมที่ยังคงเป็นไปในลักษณะแยกการสนับสนุนคนที่ตัวเองชอบ สะท้อนถึงความแตกแยกของกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายสีน้ำเงินที่ยังไม่สามารถบูรณาการให้มาสนับสนุนผู้สมัครคนเดียวกันได้ 

        Association of Chinese Elite Leadership สำรวจพบว่า ในกรณีที่มีผู้สมัครลงแข่งขันกัน 3 คน จาก 3 พรรคการเมือง พบว่า คะแนนนิยมของรองประธานาธิบดีไล่ฯ นายเคอฯ และนายโหวฯ อยู่ที่ 32.4% 25.9% และ 17.6% ตามลำดับ โดยที่กลุ่มผู้สนับสนุนรองประธานาธิบดีไล่ฯ เป็นผู้สนับสนุนพรรค DPP 82.8% นายเคอฯ เป็นผู้สนับสนุนพรรค TPP 82.5% ส่วนนายโหวฯ ผู้สนับสนุนพรรคก๊กมินตั๋งมีเพียง 57.1% ที่สนับสนุนนายโหวฯ 

       ในกรณีที่นายเทอร์รี่ กัว หรือกัวไถหมิง ลงสนามเลือกตั้งด้วย กลายเป็นการแข่งขันระหว่าง 4 ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ก็จะพบว่า รองประธานาธิบดีไล่ฯ นายเคอฯ นายโหวฯ และนายกัวฯ จะได้รับการสนับสนุน เรียงลำดับดังนี้ 33.6% 21.1% 14.8% และ 12.5% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า หากนายกัวฯ ลงเลือกตั้งในนามผู้สมัครอิสระ ก็จะทำให้คะแนนเสียงของฝ่ายสนับสนุนสีน้ำเงินและสีขาว แตกเป็นเสี่ยง ๆ  นายหวางฯ ระบุว่า ผลการสำรวจนี้ สำรวจในช่วงที่นายโหวฯ ดึงนายจินผู่ชง อดีตคนสนิทของอดีตประธานาธิบดีหม่าฯ มาเสริมทัพหาเสียงของตนมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นผลเท่าที่ควร รองประธานาธิบดีไล่ฯ ยังคงมีคะแนนนิยมนำโด่ง แม้ฝ่ายสีน้ำเงินจะมีขุนทัพจินมาร่วมทีม แต่ก็ยังคงไม่สามารถบูรณาการคะแนนสนับสนุนให้มารวมกันที่นายโหวฯ ผู้สมัครของพรรคก๊กมินตั๋งได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ อย่างที่นายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคฯ ได้เคยประกาศ “บรูณาการ” ฐานคะแนนเสียงกลุ่มฐานคะแนนเสียงที่ไม่ใช่ฐานคะแนนเสียงของกลุ่มสนับสนุนพรรคสีเขียว 3 ขั้นตอน เห็นได้ชัดว่า คะแนนเสียงยังคงแยกกันสนับสนุน ไม่สามารถรวบรวมเป็นกลุ่มเป็นก้อนได้ตามที่หวังไว้” 

        ทางด้านนายเฉินลี่ผู่ นายกสมาคมศาสตราจารย์ไต้หวันมีความเห็นว่า หากมีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 4 คน จะเป็นผลดีต่อรองประธานาธิบดีไล่ฯ แต่ผลการสำรวจนี้จะทำให้ทีมงานของรองประธานาธิบดีไล่ฯ เข้าใจทิศทางในการหาเสียงในอนาคตดียิ่งขึ้น ซึ่งก็คือฐานคะแนนเสียงเดิมค่อนข้างแน่นหนา ไม่ได้เพิ่มขึ้นเพราะอาจมีผู้สมัครถึง 4 คน ไม่ได้มีผลต่อฐานคะแนนเสียงที่เป็นกลางเท่าใดนัก โดยส่วนใหญ่ที่เลือกสิ่งใหม่ ๆ แต่ก็ไม่ได้เลือกรองประธานาธิบดีไล่ฯ 

       ส่วนนายอู๋เซ่อะจื้อ นักวิจัยประจำสมาคมนโยบายช่องแคบไต้หวันเห็นว่า คะแนนนิยม 25% อาจเป็นเพดานสูงสุดของนายเคอฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาการสำรวจครั้งนี้ ยังไมเกิดเหตุความขัดแย้งที่นายเคอฯ ขอยืมใช้สถานที่จากเทศบาลไทเปไม่ได้ เพราะระเบียบที่ตนเป็นผู้กำหนดขึ้นในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งผู้ว่าการกรุงไทเป ที่ห้ามใช้สถานที่ดังกล่าวเพื่อการเมือง และทฤษฎี “ขันที” ที่เขาระบุการตัดสินใจดังกล่าวของกองวัฒนธรรมที่เป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าวว่า ตัดสินใจโดย “ขันที” ไม่จำเป็นต้องไปถึง “จักรพรรดิ” ของนายเคอฯ จนเขาต้องออกมาขอโทษ

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti