
Sign up to save your podcasts
Or


๑. นางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ระบุอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า การที่มีหลายประเทศ อาทิ อิตาลี เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย อิสราเอล และมอริเชียส ได้สั่งห้ามชาวไต้หวันเดินทางเข้าประเทศของตน ซึ่งมีบางประเทศเมื่อกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันได้ทำความเข้าใจ ก็ยกเลิกมาตรการดังกล่าว แต่บางประเทศก็ยังคงมาตรการห้ามนี้ต่อไป นั้น มีต้นตอมาจากการที่รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ของ WHO ได้รวมเอาไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งในเขตระบาดของจีน เช่นเดียวกับฮ๋องกง และมาเก๊า ดังนั้น จึงได้เรียกร้องให้ WHO ต้องแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวให้ถูกต้อง เพื่อมิให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตและสำนักงานตัวแทนทุกแห่งต้องเร่งทำความเข้าใจกับรัฐบาลประเทศที่ตนประจำการอยู่อย่างเต็มที่ว่า ไต้หวันไม่ใช่ส่วนหนึ่งที่เป็นเขตระบาดของจีน มีการควบคุมการระบาดเป็นอย่างดี ซึ่งต้องทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแจ้งให้ WHO ได้ทราบว่า การรวมไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีนทำให้ประชาคมโลกเกิดความเข้าใจผิด ทำให้บางประเทศประกาศห้ามเดินทางหรือยกเลิกเที่ยวบินกับไต้หวัน สร้างความยุ่งยากให้แก่ทั้งรัฐบาลและชาวไต้หวัน จำเป็นต้องแก้ไขให้ถูกต้องโดยด่วน
นางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
๒. ผู้นำไต้หวันย้ำ ไต้หวันพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ในการดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ของไต้หวัน ให้แก่ประชาคมโลก
วันที่ 18 ก.พ.นี้เป็นวันครบกำหนดการกักบริเวณเพื่อเฝ้าระวังโรคนักธุรกิจไต้หวันและครอบครัวรวม 247 คนที่เดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่นเป็นเวลา 14 วัน โดยนักธุรกิจกลุ่มนี้เดินทางจากอู่ฮั่น จีนแผ่นดินใหญ่ด้วยเครื่องบินที่รัฐบาลไต้หวันจัดส่งไปรับ เดินทางกลับถึงไต้หวันเมื่อคืนวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ศูนย์บัญชาการป้องกันโรคติดต่อไต้หวันเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 1 ราย ขณะนี้ยังรับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนอีก 246 คนถูกปล่อยให้กลับบ้านได้แล้ว
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน แห่งสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน)กล่าวขณะปราศรัยในการพบปะกับคณะผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติจาก 3 ประเทศพันธมิตร ได้แก่ ลอยส์ มิเชล ยัง (Lois Michele Young) จากประเทศเบลีซ ลุยส์ อันโตนิโอ ลัม พาดิลลา (Luis Antonio Lam Padilla) จากสาธารณรัฐกัวเตมาลา และแพทริก เซนต์ ฮิแลร์ (Patrick Saint-Hilaire) จากสาธารณรัฐเฮติ ในช่วงเช้าของวันที่ 18 ก.พ. โดยระบุว่า เช้าวันนี้นักธุรกิจไต้หวันที่กลับจากเมืองอู่ฮั่นครบกำหนดการกักบริเวณ 14 วันส่วนใหญ่ได้กลับบ้านกันแล้ว เป็นเรื่องที่น่ายินดี พวกเขามีสุขภาพแข็งแรงดี และรัฐบาลจะแสดงความห่วงใยพวกเขาต่อไป พร้อมขอให้พวกเขาเฝ้าระวังสุขภาพของตนเอง พร้อมกล่าวว่า การป้องกันโรคติดต่อเปรียบเสมือนการทำสงคราม ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างรัฐบาลกับประชาชน และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันฝ่าด่านสำคัญนี้ไปได้ ปธน.ไช่ฯยังแสดงความเห็นว่า ประสบการณ์ครั้งนี้ของไต้หวันควรค่าที่จะนำไปแบ่งปันให้แก่ประชาคมโลก
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน
๓. เครื่องบินสอดแนมอิเล็กทรอนิกส์สหรัฐฯ โผล่ทางน่านฟ้าแถบภาคใต้ของไต้หวัน กองทัพไต้หวันระบุเป็นความร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อติตดามสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวัน และได้ติดตามสถานการณ์โยดยรอบช่องแคบไต้หวันอย่างใกล้ชิดด้วย
By , Rti๑. นางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ระบุอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า การที่มีหลายประเทศ อาทิ อิตาลี เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย อิสราเอล และมอริเชียส ได้สั่งห้ามชาวไต้หวันเดินทางเข้าประเทศของตน ซึ่งมีบางประเทศเมื่อกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันได้ทำความเข้าใจ ก็ยกเลิกมาตรการดังกล่าว แต่บางประเทศก็ยังคงมาตรการห้ามนี้ต่อไป นั้น มีต้นตอมาจากการที่รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ของ WHO ได้รวมเอาไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งในเขตระบาดของจีน เช่นเดียวกับฮ๋องกง และมาเก๊า ดังนั้น จึงได้เรียกร้องให้ WHO ต้องแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวให้ถูกต้อง เพื่อมิให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตและสำนักงานตัวแทนทุกแห่งต้องเร่งทำความเข้าใจกับรัฐบาลประเทศที่ตนประจำการอยู่อย่างเต็มที่ว่า ไต้หวันไม่ใช่ส่วนหนึ่งที่เป็นเขตระบาดของจีน มีการควบคุมการระบาดเป็นอย่างดี ซึ่งต้องทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแจ้งให้ WHO ได้ทราบว่า การรวมไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีนทำให้ประชาคมโลกเกิดความเข้าใจผิด ทำให้บางประเทศประกาศห้ามเดินทางหรือยกเลิกเที่ยวบินกับไต้หวัน สร้างความยุ่งยากให้แก่ทั้งรัฐบาลและชาวไต้หวัน จำเป็นต้องแก้ไขให้ถูกต้องโดยด่วน
นางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
๒. ผู้นำไต้หวันย้ำ ไต้หวันพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ในการดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ของไต้หวัน ให้แก่ประชาคมโลก
วันที่ 18 ก.พ.นี้เป็นวันครบกำหนดการกักบริเวณเพื่อเฝ้าระวังโรคนักธุรกิจไต้หวันและครอบครัวรวม 247 คนที่เดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่นเป็นเวลา 14 วัน โดยนักธุรกิจกลุ่มนี้เดินทางจากอู่ฮั่น จีนแผ่นดินใหญ่ด้วยเครื่องบินที่รัฐบาลไต้หวันจัดส่งไปรับ เดินทางกลับถึงไต้หวันเมื่อคืนวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ศูนย์บัญชาการป้องกันโรคติดต่อไต้หวันเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 1 ราย ขณะนี้ยังรับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนอีก 246 คนถูกปล่อยให้กลับบ้านได้แล้ว
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน แห่งสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน)กล่าวขณะปราศรัยในการพบปะกับคณะผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติจาก 3 ประเทศพันธมิตร ได้แก่ ลอยส์ มิเชล ยัง (Lois Michele Young) จากประเทศเบลีซ ลุยส์ อันโตนิโอ ลัม พาดิลลา (Luis Antonio Lam Padilla) จากสาธารณรัฐกัวเตมาลา และแพทริก เซนต์ ฮิแลร์ (Patrick Saint-Hilaire) จากสาธารณรัฐเฮติ ในช่วงเช้าของวันที่ 18 ก.พ. โดยระบุว่า เช้าวันนี้นักธุรกิจไต้หวันที่กลับจากเมืองอู่ฮั่นครบกำหนดการกักบริเวณ 14 วันส่วนใหญ่ได้กลับบ้านกันแล้ว เป็นเรื่องที่น่ายินดี พวกเขามีสุขภาพแข็งแรงดี และรัฐบาลจะแสดงความห่วงใยพวกเขาต่อไป พร้อมขอให้พวกเขาเฝ้าระวังสุขภาพของตนเอง พร้อมกล่าวว่า การป้องกันโรคติดต่อเปรียบเสมือนการทำสงคราม ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างรัฐบาลกับประชาชน และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันฝ่าด่านสำคัญนี้ไปได้ ปธน.ไช่ฯยังแสดงความเห็นว่า ประสบการณ์ครั้งนี้ของไต้หวันควรค่าที่จะนำไปแบ่งปันให้แก่ประชาคมโลก
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน
๓. เครื่องบินสอดแนมอิเล็กทรอนิกส์สหรัฐฯ โผล่ทางน่านฟ้าแถบภาคใต้ของไต้หวัน กองทัพไต้หวันระบุเป็นความร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อติตดามสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวัน และได้ติดตามสถานการณ์โยดยรอบช่องแคบไต้หวันอย่างใกล้ชิดด้วย