
Sign up to save your podcasts
Or


ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันเตรียมเสนอตีความรัฐธรรมนูญ กฎหมายปฏิรูปรัฐสภา
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 2 พรรคฝ่ายค้าน KMT + TPP และ สส. อิสระ รวมตัวกันลงคะแนนเสียง 62 ต่อ 51 เสียง ปฏิเสธญัตติทบทวนที่เสนอโดยสภาบริหาร ท่ามกลางการชุมนุมของทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านนอกสภาฯ ทำให้บรรยากาศนอกสภาฯ ตึงเครียดพอสมควร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระดมกำลังนับพันนายรักษาความสงบโดยรอบ แต่ทุกอย่างก็เป็นไปโดยราบรื่น ส่วนกฎหมายฉบับนี้ก็จะมีผลบังคับใช้เมื่อประธานาธิบดีได้ลงนามประกาศใช้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี เนื่องจากพรรครัฐบาลยังไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะเห็นว่า ยังมีส่วนที่ขัดรัฐธรรมนูญ อย่างเช่น ส่วนที่เกี่ยวกับการกล่าวรายงานต่อสภาฯ ของประธานาธิบดี ซึ่งต้องตอบกระทู้ของ สส. แบบถามตอบด้วย รวมไปถึงการกำหนดบทลงโทษในกรณีที่สภาฯ เห็นว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลมีท่าทีขณะตอบคำถามไม่เคารพ สส. หรือให้ข้อมูลไม่หมดหรือไม่ตรงกับความจริงก็จะมีความผิดโทษปรับสูงสุดถึง 2 แสนเหรียญไต้หวัน ดังนั้น ทำเนียบประธานาธิบดีจึงกำลังพิจารณาที่จะเสนอให้รัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องนี้
นางกัวหย่าฮุ่ย โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน
นางกัวหย่าฮุ่ย โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ระบุว่า “สภาบริหารและวิปพรรค DPP ต่างมีความเห็นที่จะเสนอให้มีการตีความรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำเนียบประธานาธิบดีเคารพต่อการตัดสินใจของทั้งสองส่วน และเมื่อประธานาธิบดีได้รับหนังสือแจ้งกฎหมายดังกล่าวแล้ว ก็จะพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะเสนอให้มีการตีความรัฐธรรมนูญหรือไม่”
โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันระบุเพิ่มเติมผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “น้ำเงิน+ขาว รวมหัว ทำลายรัฐธรรมนูญและสร้างความวุ่นวายทางการเมือง” การเสนอตีความรัฐธรรมนูญของวิปพรรค DPP ปกป้องประชาธิปไตย
ส่วนพรรคฝ่ายค้าน อย่างพรรค TPP ที่มี สส. 8 คน เป็นคะแนนเสียงชี้ขาดในสภาฯ ซึ่งหลายครั้งรวมทั้งครั้งนี้ได้เทคะแนนสนับสนุนญัตติดังกล่าว ได้เปิดแถลงข่าวพร้อมชูป้าย “ต้านคอร์รัปชั่น ปกป้องไต้หวัน” โดยนายหวงกั๋วชาง ประธานวิปฯ ระบุว่า สส.ของพรรคฯ ทั้งหมดสนับสนุนญัตติของพรรคก๊กมินตั๋ง จึงลงมติปฏิเสธญัตติทบทวนของสภาบริหาร
ส่วนนายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรค KMT ระบุว่า หวังว่าพรรครัฐบาลจะเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน กลับไปสู่หนทางแห่งการปฏิรูปประชาธิปไตย ประชาชนต้องการให้แสงสว่างส่องเข้าไปในรัฐสภา ให้ความถูกต้องทั้งหลายทั้งปวง และกรณีทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นความหวังของประชาชน ตอนนี้ เรากำลังต้อนรับกระแสแห่งประชาธิปไตยระลอกที่ 3 อย่างมีความสุข และย้ำว่า หากพรรครัฐบาลยังคงต่อต้านการปฏิรูป พรรค KMT ก็จะตระเวณชี้แจงให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจความเด็ดเดี่ยวในการปฏิรูปของพรรคฯ ต่อไป
MAC ไต้หวันย้ำกฎหมายจีนไม่เกี่ยวคนไต้หวัน หลังจีนประกาศลงโทษผู้เคลื่อนไหวแยกไต้หวันเป็นเอกราช
สืบเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางการจีนโดยสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ได้ประกาศ “ความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงโทษผู้มีพฤติกรรมหรือยุยงปลุกปั่นให้มีการแยกไต้หวันเป็นเอกราช” โดยการพิจารณาไม่จำเป็นต้องมีจำเลยอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง ประหารชีวิต นั้น คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่หรือ MAC ไต้หวันระบุว่า การกระทำของทางการปักกิ่งสร้างความเป็นปฏิปักษ์ฬห้แก่ประชาชนบนช่องแคบไต้หวัน กระทบต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างรุนแรง ไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ไปในทิศทางที่ดีของช่องแคบไต้หวัน และยิ่งเป็นพฤติกรรมยั่วยุอย่างหยาบช้า ไร้อารยธรรมต่อผู้รักในไต้หวันและสนับสนุนเสรีภาพประชาธิปไตยไต้หวันจากทั่วโลก และเห็นว่า กรณีดังกล่าวชี้ชัดว่า ระบอบการปกครองของจีนกับระบอบเสรีภาพประชาธิปไตยของไต้หวันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นความแตกต่างกันอย่างถ่องแท้ของระบอบการปกครองของช่องแคบไต้หวัน
นายเหลียงเหวินเจี๋ย รองประธาน MAC ระบุว่า “ชาวไต้หวัน 23 ล้านคน มีสิทธิ เสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐจีน ทางการปักกิ่งไม่มีอำนาจปกครอง ตุลาการไต้หวันแม้แต่น้อย กฎหมายของจีนไม่มีผลบังคับใช้ต่อชาวไต้หวันอย่างสิ้นเชิง”
By , Rtiทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันเตรียมเสนอตีความรัฐธรรมนูญ กฎหมายปฏิรูปรัฐสภา
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 2 พรรคฝ่ายค้าน KMT + TPP และ สส. อิสระ รวมตัวกันลงคะแนนเสียง 62 ต่อ 51 เสียง ปฏิเสธญัตติทบทวนที่เสนอโดยสภาบริหาร ท่ามกลางการชุมนุมของทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านนอกสภาฯ ทำให้บรรยากาศนอกสภาฯ ตึงเครียดพอสมควร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระดมกำลังนับพันนายรักษาความสงบโดยรอบ แต่ทุกอย่างก็เป็นไปโดยราบรื่น ส่วนกฎหมายฉบับนี้ก็จะมีผลบังคับใช้เมื่อประธานาธิบดีได้ลงนามประกาศใช้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี เนื่องจากพรรครัฐบาลยังไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะเห็นว่า ยังมีส่วนที่ขัดรัฐธรรมนูญ อย่างเช่น ส่วนที่เกี่ยวกับการกล่าวรายงานต่อสภาฯ ของประธานาธิบดี ซึ่งต้องตอบกระทู้ของ สส. แบบถามตอบด้วย รวมไปถึงการกำหนดบทลงโทษในกรณีที่สภาฯ เห็นว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลมีท่าทีขณะตอบคำถามไม่เคารพ สส. หรือให้ข้อมูลไม่หมดหรือไม่ตรงกับความจริงก็จะมีความผิดโทษปรับสูงสุดถึง 2 แสนเหรียญไต้หวัน ดังนั้น ทำเนียบประธานาธิบดีจึงกำลังพิจารณาที่จะเสนอให้รัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องนี้
นางกัวหย่าฮุ่ย โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน
นางกัวหย่าฮุ่ย โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ระบุว่า “สภาบริหารและวิปพรรค DPP ต่างมีความเห็นที่จะเสนอให้มีการตีความรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำเนียบประธานาธิบดีเคารพต่อการตัดสินใจของทั้งสองส่วน และเมื่อประธานาธิบดีได้รับหนังสือแจ้งกฎหมายดังกล่าวแล้ว ก็จะพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะเสนอให้มีการตีความรัฐธรรมนูญหรือไม่”
โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันระบุเพิ่มเติมผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “น้ำเงิน+ขาว รวมหัว ทำลายรัฐธรรมนูญและสร้างความวุ่นวายทางการเมือง” การเสนอตีความรัฐธรรมนูญของวิปพรรค DPP ปกป้องประชาธิปไตย
ส่วนพรรคฝ่ายค้าน อย่างพรรค TPP ที่มี สส. 8 คน เป็นคะแนนเสียงชี้ขาดในสภาฯ ซึ่งหลายครั้งรวมทั้งครั้งนี้ได้เทคะแนนสนับสนุนญัตติดังกล่าว ได้เปิดแถลงข่าวพร้อมชูป้าย “ต้านคอร์รัปชั่น ปกป้องไต้หวัน” โดยนายหวงกั๋วชาง ประธานวิปฯ ระบุว่า สส.ของพรรคฯ ทั้งหมดสนับสนุนญัตติของพรรคก๊กมินตั๋ง จึงลงมติปฏิเสธญัตติทบทวนของสภาบริหาร
ส่วนนายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรค KMT ระบุว่า หวังว่าพรรครัฐบาลจะเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน กลับไปสู่หนทางแห่งการปฏิรูปประชาธิปไตย ประชาชนต้องการให้แสงสว่างส่องเข้าไปในรัฐสภา ให้ความถูกต้องทั้งหลายทั้งปวง และกรณีทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นความหวังของประชาชน ตอนนี้ เรากำลังต้อนรับกระแสแห่งประชาธิปไตยระลอกที่ 3 อย่างมีความสุข และย้ำว่า หากพรรครัฐบาลยังคงต่อต้านการปฏิรูป พรรค KMT ก็จะตระเวณชี้แจงให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจความเด็ดเดี่ยวในการปฏิรูปของพรรคฯ ต่อไป
MAC ไต้หวันย้ำกฎหมายจีนไม่เกี่ยวคนไต้หวัน หลังจีนประกาศลงโทษผู้เคลื่อนไหวแยกไต้หวันเป็นเอกราช
สืบเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางการจีนโดยสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ได้ประกาศ “ความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงโทษผู้มีพฤติกรรมหรือยุยงปลุกปั่นให้มีการแยกไต้หวันเป็นเอกราช” โดยการพิจารณาไม่จำเป็นต้องมีจำเลยอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง ประหารชีวิต นั้น คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่หรือ MAC ไต้หวันระบุว่า การกระทำของทางการปักกิ่งสร้างความเป็นปฏิปักษ์ฬห้แก่ประชาชนบนช่องแคบไต้หวัน กระทบต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างรุนแรง ไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ไปในทิศทางที่ดีของช่องแคบไต้หวัน และยิ่งเป็นพฤติกรรมยั่วยุอย่างหยาบช้า ไร้อารยธรรมต่อผู้รักในไต้หวันและสนับสนุนเสรีภาพประชาธิปไตยไต้หวันจากทั่วโลก และเห็นว่า กรณีดังกล่าวชี้ชัดว่า ระบอบการปกครองของจีนกับระบอบเสรีภาพประชาธิปไตยของไต้หวันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นความแตกต่างกันอย่างถ่องแท้ของระบอบการปกครองของช่องแคบไต้หวัน
นายเหลียงเหวินเจี๋ย รองประธาน MAC ระบุว่า “ชาวไต้หวัน 23 ล้านคน มีสิทธิ เสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐจีน ทางการปักกิ่งไม่มีอำนาจปกครอง ตุลาการไต้หวันแม้แต่น้อย กฎหมายของจีนไม่มีผลบังคับใช้ต่อชาวไต้หวันอย่างสิ้นเชิง”