
Sign up to save your podcasts
Or


๑. นับถอยหลังเลือกตั้งท้องถิ่น+ลงประชามติ อายุ 20 ปี จึงจะมีสิทธิ
การเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันที่จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 26 พ.ย. จัดมีขึ้นพร้อมกับการลงประชามติรับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิทธิพลเมืองจาก 20 ปี เป็น 18 ปีบริบูรณ์ นายหลี่จิ้นหย่ง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไต้หวันได้รายงานและตอบข้อซักถามของ ส.ส. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมี ส.ส. ซักถามว่า มีชาวบ้านถามวา่ ทำไมการลงประชามติในครั้งนี้ต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ แต่การลงประชามติปีที่แล้ว อายุ 18 ปีก็ลงประชามติได้ ซึ่งนายหลี่จิ้นหย่ง ตอบว่า การลงประชามติเมื่อปีที่แล้วจัดขึ้นภายใต้กฎหมายว่าด้วยการลงประชามติ ส่วนการลงประชามติปีนี้จัดขึ้นภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 1 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ระบุคุณสมบัติผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติรับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์จึงจะมีสิทธิใช้สิทธิได้
นอกจากนี้ นายหลี่จิ้นหย่งยังได้กล่าวถึงกรณีผู้ติดโควิดหรือต้องกักตัวจะสามารถใช้สิทธิได้หรือไม่ ซึ่งมี ส.ส. พรรคดีพีพีแนะนำว่า ควรศึกษาจากเกาหลีใต้ที่ขยายเวลาการลงคะแนนเสียงอีก 1 ชม. เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากคนปกติ โดยระบุว่า ทั้งสองประเด็นนี้ ได้มีการปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่มีความยากลำบากในการปฏิบัติ การขยายเวลาลงคะแนนเสียงจะทำให้เจ้าหน้าท่ประจำหน่วยไม่เพียงพอ หรือเป็นภาระต่อการจัดสถานที่ กระทบความต้องการในการมาใช้สิทธิของผู้มีสิทธิส่วนการจัดหน่วยเลือกตั้งพิเศษ จะเป็นไปในลักษณะเดียวกับการใช้สิทธิล่วงหน้านอกภูมิลำเนา ซึ่งตอนนี้ไต้หวันยังไม่มีกลไกดังกล่าว
เขาระบุอีกว่า หากประชาชนถูกกักตัวอยู่นอกเขตภูมิลำเนาของตน จนทำให้มีคนส่วนหนึ่งใช้สิทธิได้ อีกส่วนหนึ่งใช้สิทธิไม่ได้ ก็จะไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ การจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้งต้องหาสถานที่และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปค่อนข้างยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด หากใช้วิธีการขยายเวลาการลงคะแนนเสียง หลาย ๆ ฝ่ายทั้งเจ้าหน้าที่และเจ้าของสถานที่และผู้ปกครอง เพราะฉะนั้นแม้จะเป็นการตัดสินใจที่ไม่มีทางเลือก แต่ก็หวังว่าผู้ติดเชื้อจะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของรัฐบาล
ส่วนประเด็นที่ว่า อาจมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2-3 แสนคน ที่ถูกตัดสิทธิเพราะติดโควิด จะเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายหลี่ฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการตีความกรณีดังกล่าว เห็นว่า กรณีเช่นนี้ไม่เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเหตุที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ส่วนประเด็นที่ว่า อาจมีการปกปิดการติดเชื้อของตนเพื่อออกมาใช้สิทธิ นายหลี่ฯ ระบุว่า ส่วนนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งคงไม่มีอำนาจที่จะไปตรวจสอบหรือติดตามได้ จึงขอให้ประชาชนนอกจากรักษาสุขภาพของตนเองก็ควรคำนึงถึงสุขภาพของเพื่อน มิตรและญาติ ๆ ด้วย ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด
๒. รมว. กลาโหมไต้หวันย้ำตอบโต้ทันทีหากถูกโจมตี
ในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 ที่ผ่านมา นายสีจิ้นผิง ผู้นำจีนได้กล่าวย้ำว่า “จีนจะไม่ให้คำมั่นว่าจะไม่ใช่กำลังอาวุธเพื่อยึดไต้หวันรวมประเทศ” ส่วนนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ก็ได้ร่วมสนทนากับนางคอโดเลซซา ไรซ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ย้ำว่า จีนได้เตรียมการและตัดสิในใจแล้ว ซึ่งก็คือไม่ยอมรับสถานะปัจจุบัน ปักกิ่งตัดสินใจที่จะรวมประเทศเร็วขึ้น
นายชิวกั๋วเจิ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ได้ตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการต่างประเทศและกลาโหม สภานิติบัญญัติไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กองทัพไต้หวันมีการกำหนดเวลาในการพัฒนาเสริมสมรรถนะการสู้รบของกองทัพ ส่วนก้าวต่อไปของกองทัพจีน ไต้หวันมีการเตรียมพร้อมไว้แล้ว รมว.ชิวฯ ย้ำว่า อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งต้องเสริมการวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจ ข้อมูลในการตัดสินใจก็คือต้องพิจารณาจากสถานการณ์ สถานการณ์ทุกอย่างมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ กองทัพจะจับตาอย่างใกล้ชิด
นายชิวกั๋วเจิ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ระบุว่า “กองทัพเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่ากองทัพจีนจะทำอะไรในวินาทีต่อไปหรือชั่วโมงต่อไป กองทัพไต้หวันพร้อมเสมอ จีนคิดจะเลื่อนเวลาออกไป หรือเร็วขึ้น ไต้หวันมีจังหวะของตนเอง มิใช่ว่าไม่สนใจการเปลี่ยนแปลง แต่จะพิจารณาทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ระบุเพิ่มเติมว่า โดรนหรือเครื่องบินไร้คนขับเป็นอากาศยานที่ถูกนำมาใช้ในยามสงคราม สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ในยามปกติเป็นการปั่นป่วนผู้คน ซึ่งเป็นความเสียหายอย่างหนึ่ง ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่อยากพบอยากเห็นแต่เมื่อต้องเผชิญกับการยั่วยุจากจีน การพัฒนากองทัพต้องมีมาตรการรับมือ เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า หากจีนเป็นฝ่ายเริ่ม “ลั่นกระสุนนัดแรก” กองทัพจะรับมืออย่างไร? จะตอบโต้หรือไม่? นายชิวฯ ย้ำว่า “กระสุนนัดแรก”ของจีน ก็จะเป็นการเริ่มต้นของการป้องกันตนเองของกองทัพ เหมือนกับเวลาคุณถูกผลัก “คุณจะหลบหรือจะปัดทิ้ง เป็นเหตุผลเดียวกัน”
นายพลชิวกั๋วเจิ้ง รมว. กลาโหม ไต้หวัน
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษก็ได้เตือนว่า ขณะนี้จีนกำลังทุ่มเงินมหาศาลเพื่อจ้างนักบินอังกฤษ ซึ่งมีนักบินเกษียณจำนวน 30 ราย ไปทำงานที่จีนแล้ว โดยการให้ความช่วยเหลือฝึกการบินแก่นักบินกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน โดยมุ่งเน้นการฝึกบินสู้รบแบบใหม่ ๆ รูปแบบการสู้รบ และฝึกฝนสมรรถนะการสู้รบของกองทัพอากาศจีน ซึ่งนายชิวฯ รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวันมีความเห็นว่า ไต้หวันทำในสิ่งที่เราต้องทำให้ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว ไต้หวันมีกฎหมายเกี่ยวกับทหารปลดประจำการ และการเกษียณราชการ ส่วนของประเทศอื่น ๆ เราก็เอามาประกอบการพิจารณาเท่านั้น แต่ไม่จำเป็นต้องเอาเป็นแบบอย่างไปทุกอย่าง
ส่วนปัญหาทหารปลดประจำการถูกหลอกล่อเป็นสปายสายลับ รัฐมนตรีกลาโหม ไต้หวัน ย้ำว่าจะต้องแก้ปัญหานี้โดยการเสริมคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้น ล่าสุดก็คือกรณีพันเอกเซี่ยงเต๋อเอิน ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาแผนสู้รบ กองทัพบกไต้หวันถูกอัยการจับกุมในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่นและศาลอนุมัติการอายัดตัว ซึ่ง รมว. กลาโหม ไต้หวัน ระบุว่า “เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงปีสองปีนี้” กระทรวงกลาโหมจะพิจารณาทบทวนเสริมคุณภาพชีวิตของทหารให้ดีขึ้น แต่คดีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็คงพูดอะไรมากไม่ได้
ในการพิจารณางบประมาณกลาโหม ของสภานิติบัญญัติไต้หวันในวันนี้ ส.ส. พรรคประชาชนไต้หวัน ได้ซักถามเกี่ยวกับการเกิดคดีสปายสายลับ คดีความลับรั่วไหลถึง 13 คดีในช่วงเวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น จับกุมผู้เกี่ยวข้องกับคดีระดับนายพล 2 ราย ระดับพันเอก 6 คน สัดส่วนเช่นนี้ค่อนข้างสูงหรือไม่ กระทรวงกลาโหมมีการพิจารณาทบทวนหาสาเหตุในเรื่องนี้หรือไม่ และทำไมทหารไต้หวันถูกดึงตัวจากจีนได้ง่ายดายขนาดนี้ นายชิวฯ ระบุว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดในช่วงปีสองปีนี้ การพูดแบบนี้ไม่ใช่เป็นการผลักความรับผิดชอบ แต่หมายความว่า มันเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในกองทัพไต้หวันมานานแล้ว ส่วนคดีล่าสุดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว การตรวจสอบภายในก็พบว่า นายพันเซี่ยงฯ มีการคบหาสมาคมกับบุคคลที่ไม่น่าวางใจ ซึ่งกองทัพจะเสริมในส่วนนี้ ประเด็นความปลอดภัยในกองทัพมีขอบเขตก็ค่อนข้างกว้างมาก เกี่ยวกับการบริหารภายใน บุคลากร ซึ่งรวมถึงทั้งการบังคับบัญชา การทำงานการเมือง การต้านการล้วงข่าวลือ มีความรอบคอบรัดกุมหรือไม่ กระทรวงกลาโหมต้องมีการทบทวนเสริมความเข้มข้นให้มากขึ้น แต่ไม่อาจแสดงความคิดเห็นต่อคดีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้
By , Rti๑. นับถอยหลังเลือกตั้งท้องถิ่น+ลงประชามติ อายุ 20 ปี จึงจะมีสิทธิ
การเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันที่จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 26 พ.ย. จัดมีขึ้นพร้อมกับการลงประชามติรับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิทธิพลเมืองจาก 20 ปี เป็น 18 ปีบริบูรณ์ นายหลี่จิ้นหย่ง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไต้หวันได้รายงานและตอบข้อซักถามของ ส.ส. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมี ส.ส. ซักถามว่า มีชาวบ้านถามวา่ ทำไมการลงประชามติในครั้งนี้ต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ แต่การลงประชามติปีที่แล้ว อายุ 18 ปีก็ลงประชามติได้ ซึ่งนายหลี่จิ้นหย่ง ตอบว่า การลงประชามติเมื่อปีที่แล้วจัดขึ้นภายใต้กฎหมายว่าด้วยการลงประชามติ ส่วนการลงประชามติปีนี้จัดขึ้นภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 1 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ระบุคุณสมบัติผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติรับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์จึงจะมีสิทธิใช้สิทธิได้
นอกจากนี้ นายหลี่จิ้นหย่งยังได้กล่าวถึงกรณีผู้ติดโควิดหรือต้องกักตัวจะสามารถใช้สิทธิได้หรือไม่ ซึ่งมี ส.ส. พรรคดีพีพีแนะนำว่า ควรศึกษาจากเกาหลีใต้ที่ขยายเวลาการลงคะแนนเสียงอีก 1 ชม. เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากคนปกติ โดยระบุว่า ทั้งสองประเด็นนี้ ได้มีการปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่มีความยากลำบากในการปฏิบัติ การขยายเวลาลงคะแนนเสียงจะทำให้เจ้าหน้าท่ประจำหน่วยไม่เพียงพอ หรือเป็นภาระต่อการจัดสถานที่ กระทบความต้องการในการมาใช้สิทธิของผู้มีสิทธิส่วนการจัดหน่วยเลือกตั้งพิเศษ จะเป็นไปในลักษณะเดียวกับการใช้สิทธิล่วงหน้านอกภูมิลำเนา ซึ่งตอนนี้ไต้หวันยังไม่มีกลไกดังกล่าว
เขาระบุอีกว่า หากประชาชนถูกกักตัวอยู่นอกเขตภูมิลำเนาของตน จนทำให้มีคนส่วนหนึ่งใช้สิทธิได้ อีกส่วนหนึ่งใช้สิทธิไม่ได้ ก็จะไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ การจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้งต้องหาสถานที่และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปค่อนข้างยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด หากใช้วิธีการขยายเวลาการลงคะแนนเสียง หลาย ๆ ฝ่ายทั้งเจ้าหน้าที่และเจ้าของสถานที่และผู้ปกครอง เพราะฉะนั้นแม้จะเป็นการตัดสินใจที่ไม่มีทางเลือก แต่ก็หวังว่าผู้ติดเชื้อจะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของรัฐบาล
ส่วนประเด็นที่ว่า อาจมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2-3 แสนคน ที่ถูกตัดสิทธิเพราะติดโควิด จะเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายหลี่ฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการตีความกรณีดังกล่าว เห็นว่า กรณีเช่นนี้ไม่เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเหตุที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ส่วนประเด็นที่ว่า อาจมีการปกปิดการติดเชื้อของตนเพื่อออกมาใช้สิทธิ นายหลี่ฯ ระบุว่า ส่วนนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งคงไม่มีอำนาจที่จะไปตรวจสอบหรือติดตามได้ จึงขอให้ประชาชนนอกจากรักษาสุขภาพของตนเองก็ควรคำนึงถึงสุขภาพของเพื่อน มิตรและญาติ ๆ ด้วย ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด
๒. รมว. กลาโหมไต้หวันย้ำตอบโต้ทันทีหากถูกโจมตี
ในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 ที่ผ่านมา นายสีจิ้นผิง ผู้นำจีนได้กล่าวย้ำว่า “จีนจะไม่ให้คำมั่นว่าจะไม่ใช่กำลังอาวุธเพื่อยึดไต้หวันรวมประเทศ” ส่วนนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ก็ได้ร่วมสนทนากับนางคอโดเลซซา ไรซ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ย้ำว่า จีนได้เตรียมการและตัดสิในใจแล้ว ซึ่งก็คือไม่ยอมรับสถานะปัจจุบัน ปักกิ่งตัดสินใจที่จะรวมประเทศเร็วขึ้น
นายชิวกั๋วเจิ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ได้ตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการต่างประเทศและกลาโหม สภานิติบัญญัติไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กองทัพไต้หวันมีการกำหนดเวลาในการพัฒนาเสริมสมรรถนะการสู้รบของกองทัพ ส่วนก้าวต่อไปของกองทัพจีน ไต้หวันมีการเตรียมพร้อมไว้แล้ว รมว.ชิวฯ ย้ำว่า อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งต้องเสริมการวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจ ข้อมูลในการตัดสินใจก็คือต้องพิจารณาจากสถานการณ์ สถานการณ์ทุกอย่างมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ กองทัพจะจับตาอย่างใกล้ชิด
นายชิวกั๋วเจิ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ระบุว่า “กองทัพเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่ากองทัพจีนจะทำอะไรในวินาทีต่อไปหรือชั่วโมงต่อไป กองทัพไต้หวันพร้อมเสมอ จีนคิดจะเลื่อนเวลาออกไป หรือเร็วขึ้น ไต้หวันมีจังหวะของตนเอง มิใช่ว่าไม่สนใจการเปลี่ยนแปลง แต่จะพิจารณาทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ระบุเพิ่มเติมว่า โดรนหรือเครื่องบินไร้คนขับเป็นอากาศยานที่ถูกนำมาใช้ในยามสงคราม สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ในยามปกติเป็นการปั่นป่วนผู้คน ซึ่งเป็นความเสียหายอย่างหนึ่ง ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่อยากพบอยากเห็นแต่เมื่อต้องเผชิญกับการยั่วยุจากจีน การพัฒนากองทัพต้องมีมาตรการรับมือ เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า หากจีนเป็นฝ่ายเริ่ม “ลั่นกระสุนนัดแรก” กองทัพจะรับมืออย่างไร? จะตอบโต้หรือไม่? นายชิวฯ ย้ำว่า “กระสุนนัดแรก”ของจีน ก็จะเป็นการเริ่มต้นของการป้องกันตนเองของกองทัพ เหมือนกับเวลาคุณถูกผลัก “คุณจะหลบหรือจะปัดทิ้ง เป็นเหตุผลเดียวกัน”
นายพลชิวกั๋วเจิ้ง รมว. กลาโหม ไต้หวัน
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษก็ได้เตือนว่า ขณะนี้จีนกำลังทุ่มเงินมหาศาลเพื่อจ้างนักบินอังกฤษ ซึ่งมีนักบินเกษียณจำนวน 30 ราย ไปทำงานที่จีนแล้ว โดยการให้ความช่วยเหลือฝึกการบินแก่นักบินกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน โดยมุ่งเน้นการฝึกบินสู้รบแบบใหม่ ๆ รูปแบบการสู้รบ และฝึกฝนสมรรถนะการสู้รบของกองทัพอากาศจีน ซึ่งนายชิวฯ รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวันมีความเห็นว่า ไต้หวันทำในสิ่งที่เราต้องทำให้ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว ไต้หวันมีกฎหมายเกี่ยวกับทหารปลดประจำการ และการเกษียณราชการ ส่วนของประเทศอื่น ๆ เราก็เอามาประกอบการพิจารณาเท่านั้น แต่ไม่จำเป็นต้องเอาเป็นแบบอย่างไปทุกอย่าง
ส่วนปัญหาทหารปลดประจำการถูกหลอกล่อเป็นสปายสายลับ รัฐมนตรีกลาโหม ไต้หวัน ย้ำว่าจะต้องแก้ปัญหานี้โดยการเสริมคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้น ล่าสุดก็คือกรณีพันเอกเซี่ยงเต๋อเอิน ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาแผนสู้รบ กองทัพบกไต้หวันถูกอัยการจับกุมในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่นและศาลอนุมัติการอายัดตัว ซึ่ง รมว. กลาโหม ไต้หวัน ระบุว่า “เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงปีสองปีนี้” กระทรวงกลาโหมจะพิจารณาทบทวนเสริมคุณภาพชีวิตของทหารให้ดีขึ้น แต่คดีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็คงพูดอะไรมากไม่ได้
ในการพิจารณางบประมาณกลาโหม ของสภานิติบัญญัติไต้หวันในวันนี้ ส.ส. พรรคประชาชนไต้หวัน ได้ซักถามเกี่ยวกับการเกิดคดีสปายสายลับ คดีความลับรั่วไหลถึง 13 คดีในช่วงเวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น จับกุมผู้เกี่ยวข้องกับคดีระดับนายพล 2 ราย ระดับพันเอก 6 คน สัดส่วนเช่นนี้ค่อนข้างสูงหรือไม่ กระทรวงกลาโหมมีการพิจารณาทบทวนหาสาเหตุในเรื่องนี้หรือไม่ และทำไมทหารไต้หวันถูกดึงตัวจากจีนได้ง่ายดายขนาดนี้ นายชิวฯ ระบุว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดในช่วงปีสองปีนี้ การพูดแบบนี้ไม่ใช่เป็นการผลักความรับผิดชอบ แต่หมายความว่า มันเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในกองทัพไต้หวันมานานแล้ว ส่วนคดีล่าสุดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว การตรวจสอบภายในก็พบว่า นายพันเซี่ยงฯ มีการคบหาสมาคมกับบุคคลที่ไม่น่าวางใจ ซึ่งกองทัพจะเสริมในส่วนนี้ ประเด็นความปลอดภัยในกองทัพมีขอบเขตก็ค่อนข้างกว้างมาก เกี่ยวกับการบริหารภายใน บุคลากร ซึ่งรวมถึงทั้งการบังคับบัญชา การทำงานการเมือง การต้านการล้วงข่าวลือ มีความรอบคอบรัดกุมหรือไม่ กระทรวงกลาโหมต้องมีการทบทวนเสริมความเข้มข้นให้มากขึ้น แต่ไม่อาจแสดงความคิดเห็นต่อคดีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้