
Sign up to save your podcasts
Or


สภานิติบัญญัติไต้หวันเร่งเครื่องเสริมสัมพันธ์กับประเทศมุ่งใต้ใหม่ เปิดตัว 7 องค์กรมิตรสัมพันธ์สมาชิกรัฐสภาไต้หวัน-ประเทศมุ่งใต้ใหม่
แม้สภานิติบัญญัติไต้หวันสมัยที่ 11 จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมาแล้ว แต่ก็ติดช่วงวันหยุดยาวตรุษจีน ทำให้เพิ่งเปิดประชุมนัดแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยในวันเปิดประชุมวันแรก สมาชิสภานิติบัญญัติไต้หวัน สังกัดพรรค DPP พรรครัฐบาลได้ร่วมกันประกาศจัดตั้งสมาคมมิตรสัมพันธ์สมาชิกรัฐสภาไต้หวัน-ประเทศมุ่งใต้ใหม่ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ทั้งนี้เพื่อผลักดันนโยบายมุ่งใต้ของรัฐบาลพรรค DPP ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาโดยการผลักดันของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน
ส.ส. พรรครัฐบาลที่ร่วมกันจัดตั้งสมาคมฯ เหล่านี้ ประกอบไปด้วย นายสวี่จื้อเจี๋ย นายจงเจียปิน นายหลิวเจี้ยนกั๋ว และนางหลัวเหม่ยหลิง โดย ส.ส. แต่ละท่านดำรงตำแหน่งประธานของแต่ละสมาคม ในส่วนของสมาคมมิตรสัมพันธ์ไต้หวัน-ไทย มีนายหลิวเจี้ยนกั๋ว ส.ส. หลายสมัยจากหยุนหลิน ซึ่งเป็นเมืองเกษตรกรรม โดยเขาได้ย้ำว่า จะอาศัยประเด็นด้านการเกษตรกระชับความร่วมมือกับไทย ส่วนนายสวี่จื้อเจี๋ย ส.ส. อาวุโสของพรรค DPP ดูแลความสัมพันธ์กับสมาชิกสภาอินโดนีเซีย ระบุว่า สำนักการท่องเที่ยวไต้หวันมีแผนการเปิดสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันในจากาตาร์ ซึ่งหวังว่าในอนาคตอินโดนีเซียจะยกเว้นการตรวจลงตราหรือวีซ่าให้แก่ไต้หวัน
ในพิธีเปิดตัวที่สภานิติบัญญัติได้รับเกียรติจาก Dr. Lee Eun Ho ผู้แทนเกาหลีใต้ประจำไต้หวัน NGO Phuong Thao รองผู้แทนเวียดนาม ประจำไต้หวัน และนาย Alice Q. Visperas รองผู้แทนฟิลิปปินส์ ประจำไต้หวัน ร่วมเป็นสักขีพยาน
หลายประเทศสนับสนุนท่าทีไต้หวัน กรณีจีนประกาศเปลี่ยนแนวบิน 503 โดยพลการ
สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา จีนได้ประกาศเปลี่ยนแนวบิน M503 ชิดแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันมากขึ้น รวมทั้งใช้แนวบิน W122 W123 จากตะวันตกไปทางตะวันออกเชื่อต่อกับแนวบิน M503 โดยมิได้ปรึกษาหรือเจรจากับไต้หวันก่อน นั้น กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุว่า กรณีดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และประเทศแคนาดา ต่างสนับสนุนจุดยืนของไต้หวัน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะประสานงานกับกระทรวงคมนาคมอย่างใกล้ชิด หากส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน ก็จะประสานงานกับนานาชาติเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความปลอภัยด้านการบินระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ระบุว่า หลังจากที่จีนได้ประกาศดังกล่าวแล้ว กระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการให้สำนักงานในประเทศต่าง ๆ ชี้แจงให้ประชาคมโลกได้เข้าใจ และขอให้ประชาคมโลกสนับสนุนจุดยืนของไต้หวัน จนถึงขณะนี้ มีทั้งกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ กระทรวงคมนาคมแคนาดา ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน นายซุนเจี่ยนหยวน อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า “โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวอย่างเปิดเผยเรียกร้องให้จีนยุติการกดดันไต้หวันทั้งทางด้านการทหาร การทูตและเศรษฐกิจ รวมทั้งเรียกร้องให้ช่องแคบไต้หวันเปิดการเจรจาแก้ปัญหาด้านการบินและความปลอดภัยระหว่างช่องแคบไต้หวัน
นอกจากฝ่ายบริหารแล้ว ปัจจุบันมีสมาชิกรัฐสภาจำนวน 58 รายจาก 10 ประเทศ อาทิ สหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอแลนด์ อิตาลี ไอร์แลนด์ และอาร์เจนตินา แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวันด้วยรูปแบบต่างๆ
ส่วนทางด้านสื่อมวลชน มีสื่อจาก 22 ประเทศ นับร้อยสื่อแสดงความคิดเห็นสนับสนุนไต้หวัน ซึ่งไต้หวันได้แสดงความขอบคุณด้วยความจริงใจต่อประเทศต่างๆ เหล่านี้ที่ให้ความสำคัญต่อสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันและความปลอดภัยด้านการบิน
ไต้หวันย้ำจุดยืนปกป้องความปลอดภัยไต้หวันด้วยตนเองต่อไป หลังสหรัฐฯ อนุมัติจำหน่ายอาวุธครั้งที่ 13 ในยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้อนุมัติแผนการจำหน่ายอาวุธให้แก่ไต้หวัน มูลค่า 75 ล้านดอลลาร์ “ระบบเสริมสมรรถนะขีปนาวุธแพทธิออต” หรือที่เรียกว่า “Link-16” ซึ่งได้แจ้งให้รัฐสภาสหรัฐฯ รับทราบแล้ว โดยโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้แสดงความขอบคุณที่รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการตามคำมั่นที่เคยให้ไว้ทั้งในส่วนที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน และ คำมั่น 6 ประการที่มีต่อความปลอดภัยของไต้หวัน
คุณหลินอวี้ฉาน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันระบุว่า การอนุมัติจำหน่ายอาวุธให้ไต้หวันในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 13 ในวาระของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แสดงให้เห็นถึงการเล็งเห็นถึงสหรัฐฯ ให้ความสำคัญต่อความต้องการด้านกลาโหมปลอดภัยของไต้หวัน ตลอดจนชี้ชัดว่า ความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ แน่นแฟ้นดุจหินผา และอาวุธที่อนุมติในครั้งนี้จะเป็นการเสริมยกระดับสมรรถนะในการสู้รบของกองทัพไต้หวัน เสริมความมั่นใจในการป้องกันตนเองของไต้หวันด้วย
คุณหลินอวี้ฉาน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
ผู้นำไต้หวันย้ำไต้หวันได้แสดงบทบาทประชาธิปไตยและสันติภาพโลก
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันได้ให้การต้อนรับนาย Mike Gallagher ส.ส. และประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยการแข่งขันยุทธศาสตร์สหรัฐฯ-จีน สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ และคณะ ซึ่งประกอบไปด้วย นาย Raja Krishnamoorthi จากพรรคเดโมแครต นาย John Moolenaar นาย Seth Moulton และนาย Dusty Johnson จากหลายพรรคการเมือง ซึ่งเป็นการเยือนไต้หวันเป็นครั้งแรกของคณะกรรมาธิการพิเศษชุดดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีคณะที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน เป็นคณะเยือนไต้หวันของสหรัฐฯ คณะที่ 3 หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน ในปีนี้
By , Rtiสภานิติบัญญัติไต้หวันเร่งเครื่องเสริมสัมพันธ์กับประเทศมุ่งใต้ใหม่ เปิดตัว 7 องค์กรมิตรสัมพันธ์สมาชิกรัฐสภาไต้หวัน-ประเทศมุ่งใต้ใหม่
แม้สภานิติบัญญัติไต้หวันสมัยที่ 11 จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมาแล้ว แต่ก็ติดช่วงวันหยุดยาวตรุษจีน ทำให้เพิ่งเปิดประชุมนัดแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยในวันเปิดประชุมวันแรก สมาชิสภานิติบัญญัติไต้หวัน สังกัดพรรค DPP พรรครัฐบาลได้ร่วมกันประกาศจัดตั้งสมาคมมิตรสัมพันธ์สมาชิกรัฐสภาไต้หวัน-ประเทศมุ่งใต้ใหม่ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ทั้งนี้เพื่อผลักดันนโยบายมุ่งใต้ของรัฐบาลพรรค DPP ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาโดยการผลักดันของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน
ส.ส. พรรครัฐบาลที่ร่วมกันจัดตั้งสมาคมฯ เหล่านี้ ประกอบไปด้วย นายสวี่จื้อเจี๋ย นายจงเจียปิน นายหลิวเจี้ยนกั๋ว และนางหลัวเหม่ยหลิง โดย ส.ส. แต่ละท่านดำรงตำแหน่งประธานของแต่ละสมาคม ในส่วนของสมาคมมิตรสัมพันธ์ไต้หวัน-ไทย มีนายหลิวเจี้ยนกั๋ว ส.ส. หลายสมัยจากหยุนหลิน ซึ่งเป็นเมืองเกษตรกรรม โดยเขาได้ย้ำว่า จะอาศัยประเด็นด้านการเกษตรกระชับความร่วมมือกับไทย ส่วนนายสวี่จื้อเจี๋ย ส.ส. อาวุโสของพรรค DPP ดูแลความสัมพันธ์กับสมาชิกสภาอินโดนีเซีย ระบุว่า สำนักการท่องเที่ยวไต้หวันมีแผนการเปิดสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันในจากาตาร์ ซึ่งหวังว่าในอนาคตอินโดนีเซียจะยกเว้นการตรวจลงตราหรือวีซ่าให้แก่ไต้หวัน
ในพิธีเปิดตัวที่สภานิติบัญญัติได้รับเกียรติจาก Dr. Lee Eun Ho ผู้แทนเกาหลีใต้ประจำไต้หวัน NGO Phuong Thao รองผู้แทนเวียดนาม ประจำไต้หวัน และนาย Alice Q. Visperas รองผู้แทนฟิลิปปินส์ ประจำไต้หวัน ร่วมเป็นสักขีพยาน
หลายประเทศสนับสนุนท่าทีไต้หวัน กรณีจีนประกาศเปลี่ยนแนวบิน 503 โดยพลการ
สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา จีนได้ประกาศเปลี่ยนแนวบิน M503 ชิดแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันมากขึ้น รวมทั้งใช้แนวบิน W122 W123 จากตะวันตกไปทางตะวันออกเชื่อต่อกับแนวบิน M503 โดยมิได้ปรึกษาหรือเจรจากับไต้หวันก่อน นั้น กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุว่า กรณีดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และประเทศแคนาดา ต่างสนับสนุนจุดยืนของไต้หวัน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะประสานงานกับกระทรวงคมนาคมอย่างใกล้ชิด หากส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน ก็จะประสานงานกับนานาชาติเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความปลอภัยด้านการบินระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ระบุว่า หลังจากที่จีนได้ประกาศดังกล่าวแล้ว กระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการให้สำนักงานในประเทศต่าง ๆ ชี้แจงให้ประชาคมโลกได้เข้าใจ และขอให้ประชาคมโลกสนับสนุนจุดยืนของไต้หวัน จนถึงขณะนี้ มีทั้งกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ กระทรวงคมนาคมแคนาดา ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน นายซุนเจี่ยนหยวน อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า “โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวอย่างเปิดเผยเรียกร้องให้จีนยุติการกดดันไต้หวันทั้งทางด้านการทหาร การทูตและเศรษฐกิจ รวมทั้งเรียกร้องให้ช่องแคบไต้หวันเปิดการเจรจาแก้ปัญหาด้านการบินและความปลอดภัยระหว่างช่องแคบไต้หวัน
นอกจากฝ่ายบริหารแล้ว ปัจจุบันมีสมาชิกรัฐสภาจำนวน 58 รายจาก 10 ประเทศ อาทิ สหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอแลนด์ อิตาลี ไอร์แลนด์ และอาร์เจนตินา แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวันด้วยรูปแบบต่างๆ
ส่วนทางด้านสื่อมวลชน มีสื่อจาก 22 ประเทศ นับร้อยสื่อแสดงความคิดเห็นสนับสนุนไต้หวัน ซึ่งไต้หวันได้แสดงความขอบคุณด้วยความจริงใจต่อประเทศต่างๆ เหล่านี้ที่ให้ความสำคัญต่อสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันและความปลอดภัยด้านการบิน
ไต้หวันย้ำจุดยืนปกป้องความปลอดภัยไต้หวันด้วยตนเองต่อไป หลังสหรัฐฯ อนุมัติจำหน่ายอาวุธครั้งที่ 13 ในยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้อนุมัติแผนการจำหน่ายอาวุธให้แก่ไต้หวัน มูลค่า 75 ล้านดอลลาร์ “ระบบเสริมสมรรถนะขีปนาวุธแพทธิออต” หรือที่เรียกว่า “Link-16” ซึ่งได้แจ้งให้รัฐสภาสหรัฐฯ รับทราบแล้ว โดยโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้แสดงความขอบคุณที่รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการตามคำมั่นที่เคยให้ไว้ทั้งในส่วนที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน และ คำมั่น 6 ประการที่มีต่อความปลอดภัยของไต้หวัน
คุณหลินอวี้ฉาน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันระบุว่า การอนุมัติจำหน่ายอาวุธให้ไต้หวันในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 13 ในวาระของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แสดงให้เห็นถึงการเล็งเห็นถึงสหรัฐฯ ให้ความสำคัญต่อความต้องการด้านกลาโหมปลอดภัยของไต้หวัน ตลอดจนชี้ชัดว่า ความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ แน่นแฟ้นดุจหินผา และอาวุธที่อนุมติในครั้งนี้จะเป็นการเสริมยกระดับสมรรถนะในการสู้รบของกองทัพไต้หวัน เสริมความมั่นใจในการป้องกันตนเองของไต้หวันด้วย
คุณหลินอวี้ฉาน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
ผู้นำไต้หวันย้ำไต้หวันได้แสดงบทบาทประชาธิปไตยและสันติภาพโลก
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันได้ให้การต้อนรับนาย Mike Gallagher ส.ส. และประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยการแข่งขันยุทธศาสตร์สหรัฐฯ-จีน สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ และคณะ ซึ่งประกอบไปด้วย นาย Raja Krishnamoorthi จากพรรคเดโมแครต นาย John Moolenaar นาย Seth Moulton และนาย Dusty Johnson จากหลายพรรคการเมือง ซึ่งเป็นการเยือนไต้หวันเป็นครั้งแรกของคณะกรรมาธิการพิเศษชุดดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีคณะที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน เป็นคณะเยือนไต้หวันของสหรัฐฯ คณะที่ 3 หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน ในปีนี้