
Sign up to save your podcasts
Or


๑. สหรัฐฯ พร้อมกระชับความร่วมมือทางทหารกับไต้หวัน
ในการประชุมคณะกรรมาธิการกลาโหม สภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ ได้พิจารณากฎหมายว่าด้วยการมอบอำนาจกลาโหมประจำปี 2023 ซึ่งได้รับการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 57 ต่อ 1 เสียง หลังจากที่มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึง 16 ชม. ร่างกฎหมายดังกล่าวระบุที่จะดำเนินการในส่วนของความสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยของไต้หวัน และระบุตรง ๆ ให้สหรัฐฯ ต้องสนับสนุนการพัฒนากองทัพของไต้หวันให้มีความทันสมัย ซึ่งรวมถึง การฝึกซ้อมและการซ้อมรบร่วมกับกองทัพไต้หวัน การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนายทหารของทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างหลักประกันให้ไต้หวันมีความสามารถในการป้องกันตนเองได้
เพนตากอน กระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ
นอกจากนี้ ในกฏหมาย NDNN 2023 ฉบับนี้ ยังได้ระบุอย่างชัดแจ้งว่า กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน กับ คำมั่น 6 ประการที่สหรัฐฯ ให้ไว้กับไต้หวัน เป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน พฤติกรรมข่มขู่คุกคามไต้หวันของจีนที่เข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ ละเมิดความคาดหวังที่จะแก้ปัญหาไต้หวันด้วยสันติวิธี ซึ่งสหรัฐฯ จะต้องรักษาพลังให้เพียงพอที่จะต่อกรกับการรุกล้ำด้วยกำลังอาวุธหรือกดดันไต้หวันในรูปแบบอื่น ๆ จนเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจ สังคมของไต้หวัน
ในตอนท้ายของกฎหมายได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ จะต้องจัดทำรายงานต่อคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ภายในวันที่ 1 มี.ค. ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการให้ความสนับสนุนช่วยเหลือการเสริมสมรรถนะการสู้รบการป้องกันภัยทางอากาศ การเชื่อมต่อระบบเตือนภัยป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันกับสหรัฐฯ เสริมสมรรถนะการป้องกันภัยทางอากาศและระบบขีปนาวุธให้เข้มแข็ง นอกจากนี้ ยังได้ระบุให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องรายงานต่อคณะกรรมาธิการภายในวันที่ 15 มี.ค. ปีหน้า เกี่ยวกับการฝึกซ้อมและการประเมินยุทธศาสตร์การแข่งขันในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกของไต้หวัน หรือสหรัฐฯ กับจีน
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการกลาโหม วุฒิสภา สหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งมีสาระแตกต่างกัน รวมทั้งมีร่างแก้ไขหลายฉบับ ดังนั้น การผ่านกฎหมายฉบับนี้ จึงคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
๒. เครื่องบินทหารจีนก่อกวนไต้หวันบ่อยครั้ง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพจีนได้ส่งเครื่องบินทหารและเรือรบของตนรุกล้ำเขตน่านฟ้าน่านน้ำไต้หวันหลายครั้งและมีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ รวมทั้งได้ประกาศไม่ยอมรับว่า ช่องแคบไต้หวันเป็นน่านน้ำสากล แต่เป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตน สร้างความไม่พอใจให้แก่ไต้หวันและสหรัฐฯ รวมทั้งสร้างความวิตกต่อสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันให้แก่บรรดาประเทศเพื่อนบ้านของไต้หวัน ซึ่งอาจมีการยื่นคัดค้านต่อสหประชาชาติ วางกรอบเพื่อสันติภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก
โดยเมื่อค่ำวันที่ 19 มิ.ย. กองทัพอากาศไต้หวันได้ประกาศความเคลื่อนไหวของเครื่องบินทหารจีน โดยมีเครื่องบินทหารจีนรวม 10 ลำ ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องบินสอดแนม 500 จำนวน 1 ลำ Y-6 1 ลำ J-11 สองลำ J-16 4 ลำ และ J-10 อีก 1 ลำ รุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศหรือ ADIZ ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน ทั้งนี้เครื่องบิน Y6 ได้รุกล้ำลึกเข้ามายังเขตน่านฟ้าฝั่งตะวันออกเฉียงใต้และฝั่งใต้ของไต้หวัน
กองทัพอากาศไต้หวันระบุว่า กองทัพได้ส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดขับไล่ กระจายเสียงเตือนให้ออกจากน่านฟ้าไต้หวัน ส่วนขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานของไต้หวันก็เล็งเป้าไปยังเครื่องบินทหารจีนตลอดเวลาที่อยู่ในเขตน่านฟ้าไต้หวัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา กองทัพอากาศไต้หวันได้รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางทหารของกองทัพจีนบนช่องแคบไต้หวัน ระบุว่า กองทัพจีนได้ส่งเครื่องบินทหารจำนวน 29 ลำ เข้าออกบริเวณช่องแคบบาชิ เคลื่อนตัวระยะไกลไปจนถึงน่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน และรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวัน ประกอบไปด้วยเครื่องบินรบ su – 30 Y-6 Y-9 เครื่องบินขนส่งน้ำมัน เครื่องบินตำรวจอากาศ-500 เครื่องบินรบต่อต้านเรือดำน้ำ Y-8 เครื่องบินรบ J-16 SU-30 และ J-11 รวมทั้งสิ้น 29 ลำ
สถิติของกระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. 2020 เป็นต้นมา เว็บไซต์ของกระทรวงกลาโหมไต้หวันได้รายงานความเคลื่อนไหวของเครื่องบินทหารจีนเป็นพิเศษ โดยเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 จีนส่งเครื่องบินทหารจำนวน 38 ลำ วันต่อมา 39 ลำ และวันที่ 3 ตค. 16 ลำ พอมาถึงวันที่ 4 ต.ค. เพิ่มจำนวนเครื่องบินทหารเป็น 56 ลำ ซึ่งมากที่สุดที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้ทำสถิติไว้ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ปีนี้ จีนส่งเครื่องบินทหารก่อกวนไต้หวันอีก 39 ลำ มากทีสุดในปีนี้ ส่วนวันที่ 5 พ.ค. ปีนี้ มีจำนวน 30 ลำ มากเป็นอันดับ 2 ของปีนี้
๓. ผู้แทนไทยประจำไต้หวันคนใหม่พบหารือประธานสภานิติบัญญัติไต้หวัน เผยกำลังพิจารณายกเว้นวีซ่าให้ชาวไต้หวัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย
เว็บไซต์สภานิติบัญญัติไต้หวัน ได้เผยแพร่ข่าวการเข้าพบหารือกับนายโหยวสีคุน ประธานสภานิติบัญญัติไต้หวัน ของนายทวีเกียรติ เจนประจักษ์ ผู้แทนไทยคนใหม่ประจำไต้หวัน ซึ่งนายทวีเกียรติฯ ได้ระบุว่า ไต้หวันกับไทยมีการติดต่อแลกเปลี่ยนกันอย่างใกล้ชิดในทุก ๆ ด้าน และขณะนี้ ไทยกำลังพิจารณาเกี่ยวกับการยกเว้นการตรวจลงตราให้แก่นักท่องเที่ยวไต้หวัน และหวังว่าในอนาคตการติดต่อและการไปมาหาสู่ระหว่างกันจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นายทวีเกียรติ เจนประจักษ์ ได้ระบุว่า ตนเพิ่งย้ายมาจากสิงคโปร์มาดำรงตำแหน่งผู้แทนไทยประจำไต้หวันเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาซึ่งรู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสมารับหน้าที่ที่ไต้หวัน และรู้สึกมีความสุขที่ได้มีโอกาสมาทำงานที่ไต้หวัน
ส่วนทางด้านนายโหยวสีคุน ประธานสภานิติบัญญัติไต้หวัน ได้กล่าวแสดงความยินดีที่นายทวีเกียรติฯ ได้มารับตำแหน่งใหม่ในไต้หวัน และระบุว่า แม้ไต้หวันกับไทยจะไม่มี คสพ. ทางการทูตระหว่างกัน แต่ในด้านการค้าและเศรษฐกิจมีการไปมาหาสู่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของท่าน ปธน. ไช่ฯ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายสำคัญของนโยบายดังกล่าว และได้แสดงความขอบคุณต่อชาวไทยจำนวนมากที่ได้มาช่วยเหลือการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวัน
นอกจากนี้ นายโหยวฯ ยังได้กล่าวถึงจีนพัฒนาเศรษฐกิจของตนจนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลก ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านต่างรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามจากจีน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในตัวเองของจีนที่ในยุคของเหมาเจ๋อตงได้ปฏิเสธแนวความคิดของขงจื้อ แต่ตอนนี้ได้ใช้แนวความคิดของขงจื้อมาขยายอิทธิพลของตนไปทั่วโลก จัดตั้งสถาบันขงจื้อขึ้นในประเทศต่าง ๆ เสนอแนวคิด “ความฝันจีน” ในปี 2013 ซึ่งก็คือแนวคิดที่ว่า “โลกนี้ไม่มีพระอาทิตย์ 2 ดวง” “โลกนี้ไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน 2 องค์” มีจีนเป็นศูนย์กลางของโลก เป็นแนวคิดในการขยายอิทธิพลของตนที่จีนพยายามขยายอิทธิพลโดยเริ่มต้นจากการถมทะเลสร้างเกาะในทะเลจีนใต้ ซึ่งตอนนี้จีนได้ใช้เป็นที่มั่นทางทหารที่สำคัญของตน ขยายไปสู่การละเมิดคำมั่นที่จะให้ฮ่องกงเป็นฮ่องกงต่อไปอีก 50 ปี ปราบปรามการเคลื่อนไหวต่อต้านจีน เรียกร้องประชาธิปไตยของคนรุ่นใหม่ในฮ่องกง ไทยก็มีการเคลื่อนไหวทางสังคมเช่นเดียวกัน ตลอดจนในปีนี้ได้เกิดสงครามยูเครนขึ้น และเนื่องจากภัยคุกคามในอินโดแปซิฟิกมาจากจีน ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ ก็เริ่มแจ่มชัดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยและเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ล้วนเป็นประเทศเพื่อนบ้านของจีน และเมื่อสัปดาห์ที่่ผ่านมาก็ประกาศหลายครั้งว่า ช่องแคบไต้หวันมิใช่น่านน้ำสากล และไม่มีเส้นแบ่งกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน และได้ส่งเครื่องบินทหารเข้ามาก่อกวนไต้หวันทุกวัน ขยายอิทธิพลออกไปเรื่อย ๆ หากไต้หวันถูกจึนยึดครอง เมียนมา เวียดนามและเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันก็จะตกอยู่ในอันตราย
ทางด้านนายทวีเกียรติฯ ก็ระบุว่า สภานิติบัญญัติไต้หวันมีผลงานอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้ได้ผ่าน กม. ลดอายุสิทธิพลเมือง จากเดิมอายุ 20 ปีบริบูรณ์เหลือ 18 ปีบริบูรณ์ และที่ผ่านมาสมาชิกรัฐสภาของทั้งสองฝ่ายก็มีการติดต่อแลกเปลี่ยนและมีผลงานโดดเด่นมาก ทางด้าน ศก. ก็ใกล้ชิดกันมาก ปัจจุบันมีนักธุรกิจไต้หวันในไทย 5000 กว่าบริษัท และชาวไต้หวันกว่า 2 แสนคนพำนักอาศัยในไทย ความร่วมมือระหว่างธุรกิจไทยกับไต้หวันก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ประกอบการไทยสนใจนำเข้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชื่อดังของไต้หวันเข้าสู่ตลาดไทย ร่วมไปถึงความร่วมมือด้านไบโอเทคโนโลยีด้วย
นายทวีเกียรติ เจนประจักษ์ (ซ้าย) นายโหยวสีคุน (ขวา)
By , Rti๑. สหรัฐฯ พร้อมกระชับความร่วมมือทางทหารกับไต้หวัน
ในการประชุมคณะกรรมาธิการกลาโหม สภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ ได้พิจารณากฎหมายว่าด้วยการมอบอำนาจกลาโหมประจำปี 2023 ซึ่งได้รับการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 57 ต่อ 1 เสียง หลังจากที่มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึง 16 ชม. ร่างกฎหมายดังกล่าวระบุที่จะดำเนินการในส่วนของความสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยของไต้หวัน และระบุตรง ๆ ให้สหรัฐฯ ต้องสนับสนุนการพัฒนากองทัพของไต้หวันให้มีความทันสมัย ซึ่งรวมถึง การฝึกซ้อมและการซ้อมรบร่วมกับกองทัพไต้หวัน การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนายทหารของทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างหลักประกันให้ไต้หวันมีความสามารถในการป้องกันตนเองได้
เพนตากอน กระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ
นอกจากนี้ ในกฏหมาย NDNN 2023 ฉบับนี้ ยังได้ระบุอย่างชัดแจ้งว่า กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน กับ คำมั่น 6 ประการที่สหรัฐฯ ให้ไว้กับไต้หวัน เป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน พฤติกรรมข่มขู่คุกคามไต้หวันของจีนที่เข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ ละเมิดความคาดหวังที่จะแก้ปัญหาไต้หวันด้วยสันติวิธี ซึ่งสหรัฐฯ จะต้องรักษาพลังให้เพียงพอที่จะต่อกรกับการรุกล้ำด้วยกำลังอาวุธหรือกดดันไต้หวันในรูปแบบอื่น ๆ จนเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจ สังคมของไต้หวัน
ในตอนท้ายของกฎหมายได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ จะต้องจัดทำรายงานต่อคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ภายในวันที่ 1 มี.ค. ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการให้ความสนับสนุนช่วยเหลือการเสริมสมรรถนะการสู้รบการป้องกันภัยทางอากาศ การเชื่อมต่อระบบเตือนภัยป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันกับสหรัฐฯ เสริมสมรรถนะการป้องกันภัยทางอากาศและระบบขีปนาวุธให้เข้มแข็ง นอกจากนี้ ยังได้ระบุให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องรายงานต่อคณะกรรมาธิการภายในวันที่ 15 มี.ค. ปีหน้า เกี่ยวกับการฝึกซ้อมและการประเมินยุทธศาสตร์การแข่งขันในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกของไต้หวัน หรือสหรัฐฯ กับจีน
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการกลาโหม วุฒิสภา สหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งมีสาระแตกต่างกัน รวมทั้งมีร่างแก้ไขหลายฉบับ ดังนั้น การผ่านกฎหมายฉบับนี้ จึงคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
๒. เครื่องบินทหารจีนก่อกวนไต้หวันบ่อยครั้ง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพจีนได้ส่งเครื่องบินทหารและเรือรบของตนรุกล้ำเขตน่านฟ้าน่านน้ำไต้หวันหลายครั้งและมีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ รวมทั้งได้ประกาศไม่ยอมรับว่า ช่องแคบไต้หวันเป็นน่านน้ำสากล แต่เป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตน สร้างความไม่พอใจให้แก่ไต้หวันและสหรัฐฯ รวมทั้งสร้างความวิตกต่อสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันให้แก่บรรดาประเทศเพื่อนบ้านของไต้หวัน ซึ่งอาจมีการยื่นคัดค้านต่อสหประชาชาติ วางกรอบเพื่อสันติภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก
โดยเมื่อค่ำวันที่ 19 มิ.ย. กองทัพอากาศไต้หวันได้ประกาศความเคลื่อนไหวของเครื่องบินทหารจีน โดยมีเครื่องบินทหารจีนรวม 10 ลำ ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องบินสอดแนม 500 จำนวน 1 ลำ Y-6 1 ลำ J-11 สองลำ J-16 4 ลำ และ J-10 อีก 1 ลำ รุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศหรือ ADIZ ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน ทั้งนี้เครื่องบิน Y6 ได้รุกล้ำลึกเข้ามายังเขตน่านฟ้าฝั่งตะวันออกเฉียงใต้และฝั่งใต้ของไต้หวัน
กองทัพอากาศไต้หวันระบุว่า กองทัพได้ส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดขับไล่ กระจายเสียงเตือนให้ออกจากน่านฟ้าไต้หวัน ส่วนขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานของไต้หวันก็เล็งเป้าไปยังเครื่องบินทหารจีนตลอดเวลาที่อยู่ในเขตน่านฟ้าไต้หวัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา กองทัพอากาศไต้หวันได้รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางทหารของกองทัพจีนบนช่องแคบไต้หวัน ระบุว่า กองทัพจีนได้ส่งเครื่องบินทหารจำนวน 29 ลำ เข้าออกบริเวณช่องแคบบาชิ เคลื่อนตัวระยะไกลไปจนถึงน่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน และรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวัน ประกอบไปด้วยเครื่องบินรบ su – 30 Y-6 Y-9 เครื่องบินขนส่งน้ำมัน เครื่องบินตำรวจอากาศ-500 เครื่องบินรบต่อต้านเรือดำน้ำ Y-8 เครื่องบินรบ J-16 SU-30 และ J-11 รวมทั้งสิ้น 29 ลำ
สถิติของกระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. 2020 เป็นต้นมา เว็บไซต์ของกระทรวงกลาโหมไต้หวันได้รายงานความเคลื่อนไหวของเครื่องบินทหารจีนเป็นพิเศษ โดยเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 จีนส่งเครื่องบินทหารจำนวน 38 ลำ วันต่อมา 39 ลำ และวันที่ 3 ตค. 16 ลำ พอมาถึงวันที่ 4 ต.ค. เพิ่มจำนวนเครื่องบินทหารเป็น 56 ลำ ซึ่งมากที่สุดที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้ทำสถิติไว้ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ปีนี้ จีนส่งเครื่องบินทหารก่อกวนไต้หวันอีก 39 ลำ มากทีสุดในปีนี้ ส่วนวันที่ 5 พ.ค. ปีนี้ มีจำนวน 30 ลำ มากเป็นอันดับ 2 ของปีนี้
๓. ผู้แทนไทยประจำไต้หวันคนใหม่พบหารือประธานสภานิติบัญญัติไต้หวัน เผยกำลังพิจารณายกเว้นวีซ่าให้ชาวไต้หวัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย
เว็บไซต์สภานิติบัญญัติไต้หวัน ได้เผยแพร่ข่าวการเข้าพบหารือกับนายโหยวสีคุน ประธานสภานิติบัญญัติไต้หวัน ของนายทวีเกียรติ เจนประจักษ์ ผู้แทนไทยคนใหม่ประจำไต้หวัน ซึ่งนายทวีเกียรติฯ ได้ระบุว่า ไต้หวันกับไทยมีการติดต่อแลกเปลี่ยนกันอย่างใกล้ชิดในทุก ๆ ด้าน และขณะนี้ ไทยกำลังพิจารณาเกี่ยวกับการยกเว้นการตรวจลงตราให้แก่นักท่องเที่ยวไต้หวัน และหวังว่าในอนาคตการติดต่อและการไปมาหาสู่ระหว่างกันจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นายทวีเกียรติ เจนประจักษ์ ได้ระบุว่า ตนเพิ่งย้ายมาจากสิงคโปร์มาดำรงตำแหน่งผู้แทนไทยประจำไต้หวันเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาซึ่งรู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสมารับหน้าที่ที่ไต้หวัน และรู้สึกมีความสุขที่ได้มีโอกาสมาทำงานที่ไต้หวัน
ส่วนทางด้านนายโหยวสีคุน ประธานสภานิติบัญญัติไต้หวัน ได้กล่าวแสดงความยินดีที่นายทวีเกียรติฯ ได้มารับตำแหน่งใหม่ในไต้หวัน และระบุว่า แม้ไต้หวันกับไทยจะไม่มี คสพ. ทางการทูตระหว่างกัน แต่ในด้านการค้าและเศรษฐกิจมีการไปมาหาสู่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของท่าน ปธน. ไช่ฯ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายสำคัญของนโยบายดังกล่าว และได้แสดงความขอบคุณต่อชาวไทยจำนวนมากที่ได้มาช่วยเหลือการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวัน
นอกจากนี้ นายโหยวฯ ยังได้กล่าวถึงจีนพัฒนาเศรษฐกิจของตนจนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลก ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านต่างรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามจากจีน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในตัวเองของจีนที่ในยุคของเหมาเจ๋อตงได้ปฏิเสธแนวความคิดของขงจื้อ แต่ตอนนี้ได้ใช้แนวความคิดของขงจื้อมาขยายอิทธิพลของตนไปทั่วโลก จัดตั้งสถาบันขงจื้อขึ้นในประเทศต่าง ๆ เสนอแนวคิด “ความฝันจีน” ในปี 2013 ซึ่งก็คือแนวคิดที่ว่า “โลกนี้ไม่มีพระอาทิตย์ 2 ดวง” “โลกนี้ไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน 2 องค์” มีจีนเป็นศูนย์กลางของโลก เป็นแนวคิดในการขยายอิทธิพลของตนที่จีนพยายามขยายอิทธิพลโดยเริ่มต้นจากการถมทะเลสร้างเกาะในทะเลจีนใต้ ซึ่งตอนนี้จีนได้ใช้เป็นที่มั่นทางทหารที่สำคัญของตน ขยายไปสู่การละเมิดคำมั่นที่จะให้ฮ่องกงเป็นฮ่องกงต่อไปอีก 50 ปี ปราบปรามการเคลื่อนไหวต่อต้านจีน เรียกร้องประชาธิปไตยของคนรุ่นใหม่ในฮ่องกง ไทยก็มีการเคลื่อนไหวทางสังคมเช่นเดียวกัน ตลอดจนในปีนี้ได้เกิดสงครามยูเครนขึ้น และเนื่องจากภัยคุกคามในอินโดแปซิฟิกมาจากจีน ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ ก็เริ่มแจ่มชัดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยและเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ล้วนเป็นประเทศเพื่อนบ้านของจีน และเมื่อสัปดาห์ที่่ผ่านมาก็ประกาศหลายครั้งว่า ช่องแคบไต้หวันมิใช่น่านน้ำสากล และไม่มีเส้นแบ่งกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน และได้ส่งเครื่องบินทหารเข้ามาก่อกวนไต้หวันทุกวัน ขยายอิทธิพลออกไปเรื่อย ๆ หากไต้หวันถูกจึนยึดครอง เมียนมา เวียดนามและเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันก็จะตกอยู่ในอันตราย
ทางด้านนายทวีเกียรติฯ ก็ระบุว่า สภานิติบัญญัติไต้หวันมีผลงานอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้ได้ผ่าน กม. ลดอายุสิทธิพลเมือง จากเดิมอายุ 20 ปีบริบูรณ์เหลือ 18 ปีบริบูรณ์ และที่ผ่านมาสมาชิกรัฐสภาของทั้งสองฝ่ายก็มีการติดต่อแลกเปลี่ยนและมีผลงานโดดเด่นมาก ทางด้าน ศก. ก็ใกล้ชิดกันมาก ปัจจุบันมีนักธุรกิจไต้หวันในไทย 5000 กว่าบริษัท และชาวไต้หวันกว่า 2 แสนคนพำนักอาศัยในไทย ความร่วมมือระหว่างธุรกิจไทยกับไต้หวันก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ประกอบการไทยสนใจนำเข้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชื่อดังของไต้หวันเข้าสู่ตลาดไทย ร่วมไปถึงความร่วมมือด้านไบโอเทคโนโลยีด้วย
นายทวีเกียรติ เจนประจักษ์ (ซ้าย) นายโหยวสีคุน (ขวา)