
Sign up to save your podcasts
Or


กลาโหมไต้หวันปล่อยคลิปเตรียมพร้อมรับมือการซ้อมรบร่วมรอบไต้หวันของจีน
กลาโหมไต้หวันประณามจีนซ้อมรบรอบไต้หวัน บ่อนทำลายเสถียรภาพสันติภาพในภูมิภาค
ไต้หวันเตรียมพร้อมรับมือ การซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันของจีนเป็นเวลา 2 วัน 23-24 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเป็นการซ้อมรบทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอากาศ ตลอดจนกองทัพขีปนาวุธ ภายใต้แผน “ซ้อมรบร่วม ลี่เจี้ยน 2024A" ซึ่งอยู่ภายใต้การจับตาอย่างใกล้ชิดของกองทัพไต้หวัน โดยในช่วงการซ้อมทั้ง 2 วัน ตรวจจับพบเครื่องบินรบและเรือรบจีนหลายสิบลำ เคลื่อนไหวอยู่บริเวณการซ้อมรบของจีน โดยระหว่างเวลา 6.00 น. ของวันที่ 24 พ.ค. ถึง 6.00 น. วันที่ 25 พ.ค. พบเครื่องบินรบจีน 62 ลำครั้ง ซึ่งล้ำเส้นมัธยฐานช่องแคบไต้หวันจำและล้ำเข้าสู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือและน่านฟ้าฝั่งตะวันออกของไต้หวันจำนวน 47 ลำครั้ง รวมทั้งตรวจจับพบเรือรบจีนอีกจำนวน 27 ลำครั้ง เคลื่อนไหวอยู่บริเวณช่องแคบไต้หวัน
กระทรวงกลาโหม ไต้หวันระบุว่า กองทัพไต้หวันได้สั่งการให้เครื่องบินรบและเรือรบรวมทั้งระบบขีปนาวุธแนวชายฝั่งติดตามความเคลื่อนไหวของจีนอย่างใกล้ชิดและดำเนินการรับมืออย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เครื่องบินรบจีนเคลื่อนไหวในบริเวณที่ใกล้กับเมืองจีหลงทางเหนือสุดของไต้หวันเพียง 39 ไมล์ทะเล นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินรบจีนเคลื่อนไหวห่างจากแหลมเหิงชุนทางใต้สุดของไต้หวันเพียง 41 ไมล์ทะเลเท่านั้น
ทางด้านฝายความมั่นคงแห่งชาติของไต้หวันระบุว่า ข่าวกรองของฝ่ายไต้หวันระบุว่า การซ้อมรบครั้งนี้ของจีน เป็นคำแนะนำจากนายพลเหอเว่ยตง อดีตผู้บัญชาการยุทธภูมิภาคตะวันออกของจีนคนสนิทของนายสีจิ้นผิง ผู้นำจีน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการทหาร พรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยกำหนดบทบาทของการซ้อมรบในคราวนี้ว่า เ้ป็นการข่มขู่ทางทหารต่อไต้หวัน อย่างไรก็ดี พฤติกรรมดังกล่าวของจีนสวนทางกับความพยายามของจีนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงภาพพจน์ “สุนัขสงคราม” ในประชาคมโลก ของตน หรือกล่าวได้ว่า ทำให้นโยบายนี้ “เสียหาย” เป็นจุลไปในพริบตา
ฝ่ายความมั่นคงไต้หวันยังเสริมอีกว่า พฤติกรรมของจีนทำให้ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านหันมามีจุดยืนร่วมกัน รวมทั้งทำให้เดิมทีที่ในไต้หวันมีความคิดเห็นหลากหลายแต่ตอนนี้ได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว จึงกล่าวได้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวของจีนในครั้งนี้เป็น “บทละครที่แย่ที่สุด”ก็ว่าได้
ในช่วงก่อนการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันของกองทัพจีน กองบัญชาการเรือรบสหรัฐฯ ประจำมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ประกาศระดมพันธมิตรรอบมหาสมุทรแปซิฟิกรวม 29 ประเทศ จัดการซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งตั้งชื่อว่า RIMPAC 2024 ในวันที่ 26 มิ.ย. ศกนี้ ซึ่งจะเป็นการซ้อมรบที่มีขนาดใหญ่กว่าการซ้อมรบร่วมเมื่อ 2 ปีก่อน รวมทั้งเหตุปะทะกันหลายครั้งในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ และความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นที่ตึงเครียดขึ้นเนื่องจากญี่ปุ่นได้ส่งกองกำลังเข้าร่วมการซ้อมรบด้วย ส่วนจีนเริ่มถูกกีดกันออกจากการซ้อมรบร่วมนานาชาติมาตั้งแต่ปี 2018 การรุกคืบและปฏิกิริยาแข็งกร้าวทำให้สถานการณ์ในแปซิฟิกตึงเครียดมากยิ่งขึ้น
การซ้อมรบร่วมของกองทัพสหรัฐฯ ในครั้งนี้จะระดมกองทัพจาก 29 ประเทศเข้าร่วมด้วย รวมถึง เรือรบ 40 ลำ เรือดำน้ำ 3 ลำ กองทัพบกจาก 14 ประเทศ เครื่องบินกว่า 150 ลำ กำลังพลเกินกว่า 2.5 หมื่นนาย
29 ประเทศที่จะเข้าร่วมการซ้อมรบในคราวนี้ประกอบไปด้วย ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม บราซิล บรูไน แคนาดา ชิลี โคลัมเบีย เดนมาร์ก เอกาดอร์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิสราเอล อิตาลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ เปรู เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา ตองก้า สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และประเทศไทย โดยไม่มีจีนเข้าร่วมแต่อย่างใด
การซ้อมรบ RIMPAC 2018 เป็นการซ้อมรบร่วมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ในสภานิติบัญญัติไต้หวันยังคงเต็มไปด้วยความ “ดุเดือด” ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ที่ยังมีความคิดเห็นไม่ลงรอยกันเป็นอย่างมากในเรื่องของการแก้กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปสภาฯ โดยที่พรรคฝ่ายค้านอาศัยเสียข้างมากที่รวบรวมจากพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคประชาชนไต้หวัน ดันกฎหมายปฏิรูปสภาฯ รวม 5 กฏหมาย ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงของกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลที่เกรงว่า การแก้กฎหมายดังกล่าวจะเป็นการบ่อนทำลายประชาธิปไตยของไต้หวัน โดยจัดการชุมประท้วงในวันที่มีการประชุมสภาฯ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีการระดมผู้สนับสนุนได้มากกว่าแสนคนชุมนุมนหน้าสภาฯ แต่ก็ไม่อาจสกัดการพิจารณาและลงมติด้วยเสียงข้างมากของฝ่ายค้าน
การชุมนุมประท้วงหน้าสภานิติบัญญัติของกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายปฏิรูปสภา
โดยในช่วงการประชุมในวันอังคารและวันศุกร์ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านดันการลงมติร่างแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐสภาในวาระ 2 ได้เป็นผลสำเร็จในส่วนของากรกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องกล่าวรายงานต่อสภาฯ เป็นวาระประจำ และตอบข้อซักถามของ ส.ส. แบบถามมาตอบไป ซึ่งพรรครัฐบาลไม่เห็นด้วย และจะมีการเสนอให้ตีความรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ว่า ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญของไต้หวัน ระบุว่า ประธานาธิบดีไม่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อสภา และ “อาจ” กล่าวรายงานต่อสภาฯ ได้เมื่อมีความจำเป็น นอกจากนี้ ในส่วนของการระบุโทษ “ละเมิดเหยียดหยามสภาฯ” ที่มีโทษปรับหากมีการ “ถามกลับ” ต่อการซักถามของ สส. ก็ยังมีข้อถกเถียงถึงคำจำกัดความของเหตุดังกล่าว ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวกับการให้สิทธิในการตรวจสอบของ สส. ที่อาจยังมีข้อถกเถียงว่า จะเป็นการละเมิดอำนาจของฝ่ายตุลาการหรือมไม่ นอกจากนี้ การแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจการประชาพิจารณ์ที่มีการระบุโทษกรณีที่ให้การคลุมเครืออย่างตั้งใจ หรือไม่มาให้การต่อสภาฯ ก็จะมีโทษปรับสูงสุด 2 แสนเหรียญไต้หวัน มีความวิตกว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง
By , Rti
กลาโหมไต้หวันปล่อยคลิปเตรียมพร้อมรับมือการซ้อมรบร่วมรอบไต้หวันของจีน
กลาโหมไต้หวันประณามจีนซ้อมรบรอบไต้หวัน บ่อนทำลายเสถียรภาพสันติภาพในภูมิภาค
ไต้หวันเตรียมพร้อมรับมือ การซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันของจีนเป็นเวลา 2 วัน 23-24 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเป็นการซ้อมรบทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอากาศ ตลอดจนกองทัพขีปนาวุธ ภายใต้แผน “ซ้อมรบร่วม ลี่เจี้ยน 2024A" ซึ่งอยู่ภายใต้การจับตาอย่างใกล้ชิดของกองทัพไต้หวัน โดยในช่วงการซ้อมทั้ง 2 วัน ตรวจจับพบเครื่องบินรบและเรือรบจีนหลายสิบลำ เคลื่อนไหวอยู่บริเวณการซ้อมรบของจีน โดยระหว่างเวลา 6.00 น. ของวันที่ 24 พ.ค. ถึง 6.00 น. วันที่ 25 พ.ค. พบเครื่องบินรบจีน 62 ลำครั้ง ซึ่งล้ำเส้นมัธยฐานช่องแคบไต้หวันจำและล้ำเข้าสู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือและน่านฟ้าฝั่งตะวันออกของไต้หวันจำนวน 47 ลำครั้ง รวมทั้งตรวจจับพบเรือรบจีนอีกจำนวน 27 ลำครั้ง เคลื่อนไหวอยู่บริเวณช่องแคบไต้หวัน
กระทรวงกลาโหม ไต้หวันระบุว่า กองทัพไต้หวันได้สั่งการให้เครื่องบินรบและเรือรบรวมทั้งระบบขีปนาวุธแนวชายฝั่งติดตามความเคลื่อนไหวของจีนอย่างใกล้ชิดและดำเนินการรับมืออย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เครื่องบินรบจีนเคลื่อนไหวในบริเวณที่ใกล้กับเมืองจีหลงทางเหนือสุดของไต้หวันเพียง 39 ไมล์ทะเล นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินรบจีนเคลื่อนไหวห่างจากแหลมเหิงชุนทางใต้สุดของไต้หวันเพียง 41 ไมล์ทะเลเท่านั้น
ทางด้านฝายความมั่นคงแห่งชาติของไต้หวันระบุว่า ข่าวกรองของฝ่ายไต้หวันระบุว่า การซ้อมรบครั้งนี้ของจีน เป็นคำแนะนำจากนายพลเหอเว่ยตง อดีตผู้บัญชาการยุทธภูมิภาคตะวันออกของจีนคนสนิทของนายสีจิ้นผิง ผู้นำจีน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการทหาร พรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยกำหนดบทบาทของการซ้อมรบในคราวนี้ว่า เ้ป็นการข่มขู่ทางทหารต่อไต้หวัน อย่างไรก็ดี พฤติกรรมดังกล่าวของจีนสวนทางกับความพยายามของจีนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงภาพพจน์ “สุนัขสงคราม” ในประชาคมโลก ของตน หรือกล่าวได้ว่า ทำให้นโยบายนี้ “เสียหาย” เป็นจุลไปในพริบตา
ฝ่ายความมั่นคงไต้หวันยังเสริมอีกว่า พฤติกรรมของจีนทำให้ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านหันมามีจุดยืนร่วมกัน รวมทั้งทำให้เดิมทีที่ในไต้หวันมีความคิดเห็นหลากหลายแต่ตอนนี้ได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว จึงกล่าวได้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวของจีนในครั้งนี้เป็น “บทละครที่แย่ที่สุด”ก็ว่าได้
ในช่วงก่อนการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันของกองทัพจีน กองบัญชาการเรือรบสหรัฐฯ ประจำมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ประกาศระดมพันธมิตรรอบมหาสมุทรแปซิฟิกรวม 29 ประเทศ จัดการซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งตั้งชื่อว่า RIMPAC 2024 ในวันที่ 26 มิ.ย. ศกนี้ ซึ่งจะเป็นการซ้อมรบที่มีขนาดใหญ่กว่าการซ้อมรบร่วมเมื่อ 2 ปีก่อน รวมทั้งเหตุปะทะกันหลายครั้งในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ และความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นที่ตึงเครียดขึ้นเนื่องจากญี่ปุ่นได้ส่งกองกำลังเข้าร่วมการซ้อมรบด้วย ส่วนจีนเริ่มถูกกีดกันออกจากการซ้อมรบร่วมนานาชาติมาตั้งแต่ปี 2018 การรุกคืบและปฏิกิริยาแข็งกร้าวทำให้สถานการณ์ในแปซิฟิกตึงเครียดมากยิ่งขึ้น
การซ้อมรบร่วมของกองทัพสหรัฐฯ ในครั้งนี้จะระดมกองทัพจาก 29 ประเทศเข้าร่วมด้วย รวมถึง เรือรบ 40 ลำ เรือดำน้ำ 3 ลำ กองทัพบกจาก 14 ประเทศ เครื่องบินกว่า 150 ลำ กำลังพลเกินกว่า 2.5 หมื่นนาย
29 ประเทศที่จะเข้าร่วมการซ้อมรบในคราวนี้ประกอบไปด้วย ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม บราซิล บรูไน แคนาดา ชิลี โคลัมเบีย เดนมาร์ก เอกาดอร์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิสราเอล อิตาลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ เปรู เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา ตองก้า สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และประเทศไทย โดยไม่มีจีนเข้าร่วมแต่อย่างใด
การซ้อมรบ RIMPAC 2018 เป็นการซ้อมรบร่วมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ในสภานิติบัญญัติไต้หวันยังคงเต็มไปด้วยความ “ดุเดือด” ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ที่ยังมีความคิดเห็นไม่ลงรอยกันเป็นอย่างมากในเรื่องของการแก้กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปสภาฯ โดยที่พรรคฝ่ายค้านอาศัยเสียข้างมากที่รวบรวมจากพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคประชาชนไต้หวัน ดันกฎหมายปฏิรูปสภาฯ รวม 5 กฏหมาย ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงของกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลที่เกรงว่า การแก้กฎหมายดังกล่าวจะเป็นการบ่อนทำลายประชาธิปไตยของไต้หวัน โดยจัดการชุมประท้วงในวันที่มีการประชุมสภาฯ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีการระดมผู้สนับสนุนได้มากกว่าแสนคนชุมนุมนหน้าสภาฯ แต่ก็ไม่อาจสกัดการพิจารณาและลงมติด้วยเสียงข้างมากของฝ่ายค้าน
การชุมนุมประท้วงหน้าสภานิติบัญญัติของกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายปฏิรูปสภา
โดยในช่วงการประชุมในวันอังคารและวันศุกร์ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านดันการลงมติร่างแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐสภาในวาระ 2 ได้เป็นผลสำเร็จในส่วนของากรกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องกล่าวรายงานต่อสภาฯ เป็นวาระประจำ และตอบข้อซักถามของ ส.ส. แบบถามมาตอบไป ซึ่งพรรครัฐบาลไม่เห็นด้วย และจะมีการเสนอให้ตีความรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ว่า ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญของไต้หวัน ระบุว่า ประธานาธิบดีไม่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อสภา และ “อาจ” กล่าวรายงานต่อสภาฯ ได้เมื่อมีความจำเป็น นอกจากนี้ ในส่วนของการระบุโทษ “ละเมิดเหยียดหยามสภาฯ” ที่มีโทษปรับหากมีการ “ถามกลับ” ต่อการซักถามของ สส. ก็ยังมีข้อถกเถียงถึงคำจำกัดความของเหตุดังกล่าว ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวกับการให้สิทธิในการตรวจสอบของ สส. ที่อาจยังมีข้อถกเถียงว่า จะเป็นการละเมิดอำนาจของฝ่ายตุลาการหรือมไม่ นอกจากนี้ การแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจการประชาพิจารณ์ที่มีการระบุโทษกรณีที่ให้การคลุมเครืออย่างตั้งใจ หรือไม่มาให้การต่อสภาฯ ก็จะมีโทษปรับสูงสุด 2 แสนเหรียญไต้หวัน มีความวิตกว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง