
Sign up to save your podcasts
Or


1. ไต้หวันแก้รัฐธรรมนูญ อายุสิทธิพลเมือง 18 ปีบริบูรณ์ คาดลงประชามติรับรองพร้อมเลือกตั้งท้องถิ่นปลายปี
ในการประชุมสภานิติบัญญัติไต้หวันวันนี้ (25 มี.ค.) ได้พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นอายุของสิทธิพลเมืองเป็นอายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวาระ 2 และ 3 โดยผู้เข้าร่วมประชุม 108 คน ในวาระ 2 เห็นด้วยทั้งหมด 108 เสียง ส่วนวาระ 3 ผู้เข้าร่วมประชุม 109 คน เห็นด้วยทั้งหมด 109 เสียง รับรองการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 วรรค 1 ลดอายุสิทธิพลเมืองเหลือ 18 ปีบริบูรณ์ มีสิทธิเลือกตั้ง ถอดถอน ร่วมเสนอกฎหมาย ทบทวนและใช้สิทธิลงประชามติ ยกเว้นในกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายมีการกำหนดไว้เป็นอื่น ผู้มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์มีสิทธิเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังระงับการใช้มาตรา 130 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย โดยจะประกาศเป็นเวลา 6 เดือน และจัดให้มีการลงประชามติภายใน 3 เดือน คาดว่าจะจัดการลงประชามติรับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าววันเดียวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการในเดือน พ.ย. ศกนี้ ซึ่งต้องมีผู้รับรองอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิดเลือกตั้ง หรือประมาณ 9.65 ล้านเสียง
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินและนายกรัฐมนตรีซูเจินชางได้ร่วมกันเรียกร้องให้ประชาชนลงประชามติรับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งผู้นำไต้หวันระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และต้องได้รับความร่วมมือจากผู้คนทุกรุ่น จึงหวังว่าจะมีการลงคะแนนเสียงเห็นชอบโดยไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก สร้างไต้หวันอันสวยงามให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลังของพวกเรา
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ขอบคุณทุกฝ่ายสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดอายุสิทธิพลเมืองเหลือ 18 ปีบริบูรณ์
ในตอนเริ่มแรกของกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้นปีนี้ ที่มีการแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวกับการลดอายุสิทธิพลเมืองเหลือ 18 ปี บริบูรณ์ แต่วิปพรรคก๊กมินตั๋งวอล์กเอาท์ด้วยเหตุผลว่าพรรครัฐบาลไม่ฟังเสียงฝ่ายค้าน ส่วนพรรคดีพีพี พรรคประชาชนไต้หวัน และพรรคพลังใหม่ จับมือกันผลักดันแก้ไขจนผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเบื้องต้น และส่งเข้าสู่การพิจารณาลงมติของสภาฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการเรียกร้องของพรรครัฐบาลและการสังเกตการณ์ของกลุ่มเยาวชนในการลงคะแนนเสียงที่สภาฯ ซึ่งเรียกร้องให้พรรคก๊กมินตั๋งไม่ควรกลายเป็น “บุคคลหนีทหาร”ในที่สุดวิปพรรคก๊กมินตั๋งมีมติสนับสนุนและเข้าร่วมการลงคะแนนเสียงรับรองดังกล่าว ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งแรกในรอบ 17 ปี ผ่านการรับรองจากสภาฯ อย่างเป็นเอกฉันท์
ปัจจุบัน สภานิติบัญญัติแห่งชาติไต้หวันมี ส.ส. ทั้งสิ้น 113 คน มาตรา 12 แห่งรัฐธรรมนูญระบุให้การแก้ไข้รัฐธรรมนูญต้องมี ส.ส. อย่างน้อย 1 ใน 4 ร่วมกันเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ และต้องมี ส.ส. อย่างน้อย 3 ใน 4 หรือ 85 คน เข้าร่วมประชุม และร่วมกันเข้าชื่ออย่างน้อย 3 ใน 4 หรือ 65 คน เห็นชอบขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกาศ 6 เดือน แล้วจัดการลงประชามติ ซึ่งต้องมีผู้เห็นชอบอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมด การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงจะเสร็จสมบูรณ์
พรรคก๊กมินตั๋ง ตัดสินใจวินาทีสุดท้ายสนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญ
2. สหรัฐฯ เตือนเกาะเทียม 3 เกาะในทะเลจีนใต้ กลายเป็นฐานทัพทางทหารของจีนไปหมดแล้ว
นาย john Aquilino ผบ. กองเรือรบอินโดแปซิฟิก ของสหรัฐฯ ได้ระบุว่า การสร้างเกาะเทียมขึ้นในทะเลจีนใต้ของจีนจำนวนอย่างน้อย 3 เกาะ จีนได้นำมาเป็นฐานทัพทางทหารอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว โดยจีนได้มีการติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านเรือรบและต่อต้านอากาศยาน รวมทั้งมีเครื่องบินรบ เรดาห์และอุปกรณ์ในการก่อกวนคลื่นสัญญานต่าง ๆ ไว้อย่างพร้อมมูลแล้ว ซึ่งได้กลายเป็นภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้านในบริเวณนี้ทั้งทางเรือและทางอากาศ
นาย john Aquilino ผบ. กองเรือรบอินโดแปซิฟิก ของสหรัฐฯ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ เขาได้เชิญผู้สื่อข่าวเอพี 2 คน โดยสารเครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ P-8A ของสหรัฐฯ เยี่ยมชมบริเวณโดยรอบทะเลจีนใต้ ซึ่งเขาได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จีนได้สร้างโกดังเก็บรักษาขีปนาวุธ หลุมหลบซ่อนเครื่องบินรบ ระบบเรดาห์ และอุปกรณ์ทางทหารบนโขดหินเหม่ยจี้เจียว โขดหินจูปี้ และโขดหินหยงสู่ ในทะเลจีนใต้ และดูเหมือนว่าจะสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนในเขตอื่น ๆ จีนจะมีการสร้างฐานทัพทางทหารขึ้นอีกหรือไม่ ยังต้องจับตาติดตามต่อไป
เครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ P-8A ของสหรัฐฯ
นาย john Aquilino ย้ำว่า ปธน. สีจิ้นผิงเคยให้คำมั่นไว้ว่า จะไม่สร้างเกาะเทียมเป็นฐานทัพทางทหาร และจีนไม่ต้องการที่จะพัฒนาไปสู่การทำให้เป็นเขตทหาร แต่สภาพความเป็นจริงตรงข้ามกับคำมั่นสัญญาเหล่านี้อย่างเห็นได้ชัด จีนอาศัยเกาะเทียมเหล่านี้แสดงแสนยานุภาพทางทหารของตน ซึ่งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จีนได้พัฒนากองทัพครั้งที่ใหญ่ที่สุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เสริมความแข็งแกร่งให้แก่กองทัพปลดแอกประชาชนจีน ซึ่งกำลังบ่อนทำลายเสถียรภาพความมั่นคงในภูมิภาค
รายงานกลาโหมปี 2015 ของสหรัฐฯ ระบุว่า จีนได้เริ่มโครงการถมทะเลสร้างเกาะเทียมในทะเลจีนใต้มาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งนายแฮร์รี่ แฮร์รีส อดีต ผบ. กองเรือรบอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ ได้เคยเตือนไว้ว่า จีนกำลังสร้างกำแพงเมืองจีนเกราะกำบังในทะเลจีนใต้ ซึ่งจนถึงปี 2018 ได้ถมทะเลสร้างเกาะเทียมขึ้นแล้วถึง 7 เกาะ และเมื่อปีที่แล้วฟิลิปปินส์พบว่าจีนกำลังเตรียมการถมทะเลสร้างเกาะเทียมแห่งที่ 8 ขึ้นในทะเลจีนใต้
นาย john Aquilino ระบุว่า เกาะเทียมเหล่านี้จะเสริมเขี้ยวเล็บให้แก่กองทัพจีนที่จะแผ่อิทธิพลสู่ภายนอก กองทัพจีนสามารถส่งเครื่องบินรบ เครื่องบินทิ้งระเบิด และระบบขีปนาวุธทุกประเภท ในกรณีที่พบว่า มีเครื่องบินทั้งที่เป็นเครื่องบินทหารและเครื่องบินพลเรือนบินผ่านน่านน้ำหรือน่านฟ้าเหล่านี้ ซึ่งง่ายที่จะถูกมองว่ารุกล้ำเข้าสู่เขตน่านน้ำหรือน่านฟ้าของจีนได้ และอยู่ในรัศมีทำการของขีปนาวุธของจีนด้วย
3 เกาะเทียมที่จีนสร้างขึ้น และถูกสหรัฐฯ กล่าวหาว่ากลายเป็นฐานทัพทางทหาร
3. ไต้หวันเตรียมนำเครื่องบินรบฝึกหัด 8 ลำ และเรือลาดตระเวณตั้วเจียง 2 ลำเข้าประจำการ
การผลักดันนโยบายพึ่งตัวเองของกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เมื่อโครงการสร้างเครื่องบินรบฝึกหัด “หย่งอิง” หรือ “อินทรีย์ผยอง” ที่ไต้หวันผลิตเองจะส่งมอบให้แก่กองทัพจำนวน 8 ลำ ในปีนี้ และเรือลาดตระเวณ “ตั้วเจียง” อีก 2 ลำ เป็นลำที่ 3 และ 4 ของการผลิตเรือลาดตระเวณรุ่นดังกล่าว
รายงานของกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการดำเนินนโยบาย “พึ่งตนเอง” ของกองทัพไต้หวัน ต่อสภานิติบัญญัติไต้หวัน โดยระบุว่า กองทัพไต้หวันได้ผลักดันนโยบายพึ่งตนเองทางทหารอย่างค่อยเป็นค่อยไปมาเป็นเวลานาน ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งปีที่แล้วได้ส่งเรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก “อวี้ซาน” ทดสอบในทะเลแล้ว และจะมอบให้เข้าประจำการในกองทัพในราวปลายเดือน มิ.ย. นี้ นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการตามแผน “กำลังรบไร้สมดุล” กลาโหมไต้หวันจึงได้วางแผนการพัฒนากองทัพรับมือกับกองทัพที่มีขนาดใหญ่กว่า มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยกว่า ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2026 จัดสรรงบประมาณรวม 236,900 ล้านเหรียญไต้หวัน เป็นงบพัฒนากำลังรบทางทะเลและทางอากาศ เสริมความเร็วในการต้านการยกพลขึ้นบก เรือ “ตั้วเจียง” ติดขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน ก็จะผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อเข้าประจำการในกองทัพ โดยลำที่ 3 และลำที่ 4 จะปล่อยลงน้ำเพื่อทดสอบในปลายปีนี้ นอกจากนี้ ในส่วนของการสร้างเรือดำน้ำ ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการทดสอบความทนต่อแรงดัน ส่วนเรือกู้ภัยก็กำลังประกอบโครงเรือเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เครื่องบินรบฝึกหัด “หย่งอิง” หรือ “อินทรีย์ผยอง” ที่ไต้หวันผลิตเอง
ส่วนการเสริมศักยภาพการสู้รบของกองทัพ ก็ได้เร่งจัดซื้อเครื่องบินรบหลาย ๆ รุ่น เข้าเสริม อาทิ จัดซื้อเครื่องบินรบ F-16V Block 70 อัพเกรดเครื่องบินรบ F-16V Block20 รวมทั้งกำลังเร่งจัดซื้อเครื่องบินไร้คนขับ MQ-9B เครื่องบินไร้คนขับต้านรังสี เป็นต้น ระบบโจมตีระยะไกล ฯลฯ ซึ่งสามารถเสริมศักยภาพในการสู้รบของกองทัพได้เป็นอย่างดี
โดรน MQ-9B
4. หนุ่มไต้หวันสมัครเป็นทหารไปช่วยรบในยูเครน ย้ำยินดีเสียสละเลือดเนื้อของตนเองเพื่อแลกกับเสรีภาพของชาวยูเครน
หวังยุ่ยถี หนุ่มไต้หวัน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการขี่จักรยานข้ามทวีปยุโรป-เอเชีย และรอคำตอบรับที่เขาสมัครเป็นอาสาสมัครไปช่วยรบกับรัสเซีย ที่ยูเครน นายหวางฯ ได้ระบุไว้ในเฟซบุ๊กว่า หวังว่าจะสามารถทำอะไรให้แก่การต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของมนุษย์บ้าง หากได้รับความเห็นชอบก็ยินดีเสียสละเลือดเนื้อของตนแลกกับเสรีภาพของพวกเขา เพราะเขาไม่มีเงิน ไม่มีเงินก็สามารถเสียสละแบบไม่มีเงินได้
นายหวางฯ บินถึงฟินแลนด์เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ยื่นใบสมัครเป็นทหารไปรบในยูเครน ต่อสถานทูตยูเครนในฟินแลนด์เขาเล่าว่าเห็นภาพข่าวที่กองทัพรัสเซียบุกถล่มยูเครนแล้วรู้สึกเศร้าใจมาก แม้เขาจะเคยเป็นสารวัตรทหาร และทำหน้าที่แค่ทหารยามเท่านั้น แต่ก็ยินดีที่จะลองดูในทุกสิ่งที่มีโอกาส
ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า เคารพต่อการตัดสินใจของนายหวางฯ แต่ก็ไม่มีจุดยืนที่จะสนับสนุนหรือส่งเสริมให้สมัครเป็นทหารนานาชาติไปช่วยยูเครนรบกับรัสเซีย
By , Rti1. ไต้หวันแก้รัฐธรรมนูญ อายุสิทธิพลเมือง 18 ปีบริบูรณ์ คาดลงประชามติรับรองพร้อมเลือกตั้งท้องถิ่นปลายปี
ในการประชุมสภานิติบัญญัติไต้หวันวันนี้ (25 มี.ค.) ได้พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นอายุของสิทธิพลเมืองเป็นอายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวาระ 2 และ 3 โดยผู้เข้าร่วมประชุม 108 คน ในวาระ 2 เห็นด้วยทั้งหมด 108 เสียง ส่วนวาระ 3 ผู้เข้าร่วมประชุม 109 คน เห็นด้วยทั้งหมด 109 เสียง รับรองการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 วรรค 1 ลดอายุสิทธิพลเมืองเหลือ 18 ปีบริบูรณ์ มีสิทธิเลือกตั้ง ถอดถอน ร่วมเสนอกฎหมาย ทบทวนและใช้สิทธิลงประชามติ ยกเว้นในกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายมีการกำหนดไว้เป็นอื่น ผู้มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์มีสิทธิเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังระงับการใช้มาตรา 130 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย โดยจะประกาศเป็นเวลา 6 เดือน และจัดให้มีการลงประชามติภายใน 3 เดือน คาดว่าจะจัดการลงประชามติรับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าววันเดียวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการในเดือน พ.ย. ศกนี้ ซึ่งต้องมีผู้รับรองอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิดเลือกตั้ง หรือประมาณ 9.65 ล้านเสียง
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินและนายกรัฐมนตรีซูเจินชางได้ร่วมกันเรียกร้องให้ประชาชนลงประชามติรับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งผู้นำไต้หวันระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และต้องได้รับความร่วมมือจากผู้คนทุกรุ่น จึงหวังว่าจะมีการลงคะแนนเสียงเห็นชอบโดยไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก สร้างไต้หวันอันสวยงามให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลังของพวกเรา
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ขอบคุณทุกฝ่ายสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดอายุสิทธิพลเมืองเหลือ 18 ปีบริบูรณ์
ในตอนเริ่มแรกของกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้นปีนี้ ที่มีการแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวกับการลดอายุสิทธิพลเมืองเหลือ 18 ปี บริบูรณ์ แต่วิปพรรคก๊กมินตั๋งวอล์กเอาท์ด้วยเหตุผลว่าพรรครัฐบาลไม่ฟังเสียงฝ่ายค้าน ส่วนพรรคดีพีพี พรรคประชาชนไต้หวัน และพรรคพลังใหม่ จับมือกันผลักดันแก้ไขจนผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเบื้องต้น และส่งเข้าสู่การพิจารณาลงมติของสภาฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการเรียกร้องของพรรครัฐบาลและการสังเกตการณ์ของกลุ่มเยาวชนในการลงคะแนนเสียงที่สภาฯ ซึ่งเรียกร้องให้พรรคก๊กมินตั๋งไม่ควรกลายเป็น “บุคคลหนีทหาร”ในที่สุดวิปพรรคก๊กมินตั๋งมีมติสนับสนุนและเข้าร่วมการลงคะแนนเสียงรับรองดังกล่าว ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งแรกในรอบ 17 ปี ผ่านการรับรองจากสภาฯ อย่างเป็นเอกฉันท์
ปัจจุบัน สภานิติบัญญัติแห่งชาติไต้หวันมี ส.ส. ทั้งสิ้น 113 คน มาตรา 12 แห่งรัฐธรรมนูญระบุให้การแก้ไข้รัฐธรรมนูญต้องมี ส.ส. อย่างน้อย 1 ใน 4 ร่วมกันเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ และต้องมี ส.ส. อย่างน้อย 3 ใน 4 หรือ 85 คน เข้าร่วมประชุม และร่วมกันเข้าชื่ออย่างน้อย 3 ใน 4 หรือ 65 คน เห็นชอบขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกาศ 6 เดือน แล้วจัดการลงประชามติ ซึ่งต้องมีผู้เห็นชอบอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมด การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงจะเสร็จสมบูรณ์
พรรคก๊กมินตั๋ง ตัดสินใจวินาทีสุดท้ายสนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญ
2. สหรัฐฯ เตือนเกาะเทียม 3 เกาะในทะเลจีนใต้ กลายเป็นฐานทัพทางทหารของจีนไปหมดแล้ว
นาย john Aquilino ผบ. กองเรือรบอินโดแปซิฟิก ของสหรัฐฯ ได้ระบุว่า การสร้างเกาะเทียมขึ้นในทะเลจีนใต้ของจีนจำนวนอย่างน้อย 3 เกาะ จีนได้นำมาเป็นฐานทัพทางทหารอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว โดยจีนได้มีการติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านเรือรบและต่อต้านอากาศยาน รวมทั้งมีเครื่องบินรบ เรดาห์และอุปกรณ์ในการก่อกวนคลื่นสัญญานต่าง ๆ ไว้อย่างพร้อมมูลแล้ว ซึ่งได้กลายเป็นภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้านในบริเวณนี้ทั้งทางเรือและทางอากาศ
นาย john Aquilino ผบ. กองเรือรบอินโดแปซิฟิก ของสหรัฐฯ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ เขาได้เชิญผู้สื่อข่าวเอพี 2 คน โดยสารเครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ P-8A ของสหรัฐฯ เยี่ยมชมบริเวณโดยรอบทะเลจีนใต้ ซึ่งเขาได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จีนได้สร้างโกดังเก็บรักษาขีปนาวุธ หลุมหลบซ่อนเครื่องบินรบ ระบบเรดาห์ และอุปกรณ์ทางทหารบนโขดหินเหม่ยจี้เจียว โขดหินจูปี้ และโขดหินหยงสู่ ในทะเลจีนใต้ และดูเหมือนว่าจะสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนในเขตอื่น ๆ จีนจะมีการสร้างฐานทัพทางทหารขึ้นอีกหรือไม่ ยังต้องจับตาติดตามต่อไป
เครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ P-8A ของสหรัฐฯ
นาย john Aquilino ย้ำว่า ปธน. สีจิ้นผิงเคยให้คำมั่นไว้ว่า จะไม่สร้างเกาะเทียมเป็นฐานทัพทางทหาร และจีนไม่ต้องการที่จะพัฒนาไปสู่การทำให้เป็นเขตทหาร แต่สภาพความเป็นจริงตรงข้ามกับคำมั่นสัญญาเหล่านี้อย่างเห็นได้ชัด จีนอาศัยเกาะเทียมเหล่านี้แสดงแสนยานุภาพทางทหารของตน ซึ่งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จีนได้พัฒนากองทัพครั้งที่ใหญ่ที่สุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เสริมความแข็งแกร่งให้แก่กองทัพปลดแอกประชาชนจีน ซึ่งกำลังบ่อนทำลายเสถียรภาพความมั่นคงในภูมิภาค
รายงานกลาโหมปี 2015 ของสหรัฐฯ ระบุว่า จีนได้เริ่มโครงการถมทะเลสร้างเกาะเทียมในทะเลจีนใต้มาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งนายแฮร์รี่ แฮร์รีส อดีต ผบ. กองเรือรบอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ ได้เคยเตือนไว้ว่า จีนกำลังสร้างกำแพงเมืองจีนเกราะกำบังในทะเลจีนใต้ ซึ่งจนถึงปี 2018 ได้ถมทะเลสร้างเกาะเทียมขึ้นแล้วถึง 7 เกาะ และเมื่อปีที่แล้วฟิลิปปินส์พบว่าจีนกำลังเตรียมการถมทะเลสร้างเกาะเทียมแห่งที่ 8 ขึ้นในทะเลจีนใต้
นาย john Aquilino ระบุว่า เกาะเทียมเหล่านี้จะเสริมเขี้ยวเล็บให้แก่กองทัพจีนที่จะแผ่อิทธิพลสู่ภายนอก กองทัพจีนสามารถส่งเครื่องบินรบ เครื่องบินทิ้งระเบิด และระบบขีปนาวุธทุกประเภท ในกรณีที่พบว่า มีเครื่องบินทั้งที่เป็นเครื่องบินทหารและเครื่องบินพลเรือนบินผ่านน่านน้ำหรือน่านฟ้าเหล่านี้ ซึ่งง่ายที่จะถูกมองว่ารุกล้ำเข้าสู่เขตน่านน้ำหรือน่านฟ้าของจีนได้ และอยู่ในรัศมีทำการของขีปนาวุธของจีนด้วย
3 เกาะเทียมที่จีนสร้างขึ้น และถูกสหรัฐฯ กล่าวหาว่ากลายเป็นฐานทัพทางทหาร
3. ไต้หวันเตรียมนำเครื่องบินรบฝึกหัด 8 ลำ และเรือลาดตระเวณตั้วเจียง 2 ลำเข้าประจำการ
การผลักดันนโยบายพึ่งตัวเองของกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เมื่อโครงการสร้างเครื่องบินรบฝึกหัด “หย่งอิง” หรือ “อินทรีย์ผยอง” ที่ไต้หวันผลิตเองจะส่งมอบให้แก่กองทัพจำนวน 8 ลำ ในปีนี้ และเรือลาดตระเวณ “ตั้วเจียง” อีก 2 ลำ เป็นลำที่ 3 และ 4 ของการผลิตเรือลาดตระเวณรุ่นดังกล่าว
รายงานของกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการดำเนินนโยบาย “พึ่งตนเอง” ของกองทัพไต้หวัน ต่อสภานิติบัญญัติไต้หวัน โดยระบุว่า กองทัพไต้หวันได้ผลักดันนโยบายพึ่งตนเองทางทหารอย่างค่อยเป็นค่อยไปมาเป็นเวลานาน ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งปีที่แล้วได้ส่งเรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก “อวี้ซาน” ทดสอบในทะเลแล้ว และจะมอบให้เข้าประจำการในกองทัพในราวปลายเดือน มิ.ย. นี้ นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการตามแผน “กำลังรบไร้สมดุล” กลาโหมไต้หวันจึงได้วางแผนการพัฒนากองทัพรับมือกับกองทัพที่มีขนาดใหญ่กว่า มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยกว่า ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2026 จัดสรรงบประมาณรวม 236,900 ล้านเหรียญไต้หวัน เป็นงบพัฒนากำลังรบทางทะเลและทางอากาศ เสริมความเร็วในการต้านการยกพลขึ้นบก เรือ “ตั้วเจียง” ติดขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน ก็จะผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อเข้าประจำการในกองทัพ โดยลำที่ 3 และลำที่ 4 จะปล่อยลงน้ำเพื่อทดสอบในปลายปีนี้ นอกจากนี้ ในส่วนของการสร้างเรือดำน้ำ ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการทดสอบความทนต่อแรงดัน ส่วนเรือกู้ภัยก็กำลังประกอบโครงเรือเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เครื่องบินรบฝึกหัด “หย่งอิง” หรือ “อินทรีย์ผยอง” ที่ไต้หวันผลิตเอง
ส่วนการเสริมศักยภาพการสู้รบของกองทัพ ก็ได้เร่งจัดซื้อเครื่องบินรบหลาย ๆ รุ่น เข้าเสริม อาทิ จัดซื้อเครื่องบินรบ F-16V Block 70 อัพเกรดเครื่องบินรบ F-16V Block20 รวมทั้งกำลังเร่งจัดซื้อเครื่องบินไร้คนขับ MQ-9B เครื่องบินไร้คนขับต้านรังสี เป็นต้น ระบบโจมตีระยะไกล ฯลฯ ซึ่งสามารถเสริมศักยภาพในการสู้รบของกองทัพได้เป็นอย่างดี
โดรน MQ-9B
4. หนุ่มไต้หวันสมัครเป็นทหารไปช่วยรบในยูเครน ย้ำยินดีเสียสละเลือดเนื้อของตนเองเพื่อแลกกับเสรีภาพของชาวยูเครน
หวังยุ่ยถี หนุ่มไต้หวัน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการขี่จักรยานข้ามทวีปยุโรป-เอเชีย และรอคำตอบรับที่เขาสมัครเป็นอาสาสมัครไปช่วยรบกับรัสเซีย ที่ยูเครน นายหวางฯ ได้ระบุไว้ในเฟซบุ๊กว่า หวังว่าจะสามารถทำอะไรให้แก่การต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของมนุษย์บ้าง หากได้รับความเห็นชอบก็ยินดีเสียสละเลือดเนื้อของตนแลกกับเสรีภาพของพวกเขา เพราะเขาไม่มีเงิน ไม่มีเงินก็สามารถเสียสละแบบไม่มีเงินได้
นายหวางฯ บินถึงฟินแลนด์เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ยื่นใบสมัครเป็นทหารไปรบในยูเครน ต่อสถานทูตยูเครนในฟินแลนด์เขาเล่าว่าเห็นภาพข่าวที่กองทัพรัสเซียบุกถล่มยูเครนแล้วรู้สึกเศร้าใจมาก แม้เขาจะเคยเป็นสารวัตรทหาร และทำหน้าที่แค่ทหารยามเท่านั้น แต่ก็ยินดีที่จะลองดูในทุกสิ่งที่มีโอกาส
ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า เคารพต่อการตัดสินใจของนายหวางฯ แต่ก็ไม่มีจุดยืนที่จะสนับสนุนหรือส่งเสริมให้สมัครเป็นทหารนานาชาติไปช่วยยูเครนรบกับรัสเซีย