
Sign up to save your podcasts
Or


๑. เลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวัน พรรครัฐบาลแพ้ยับ ปธน. ไช่ฯ ลาออกจากหัวหน้าพรรครับผิดชอบความพ่ายแพ้
การเลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการ ของไต้หวันเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าเป็นการเลือกตั้งกลางเทอมของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน และเป็นดัชนีการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในปี 2024 โดยจะส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ที่จะลงชิงชัยในตำแหน่งผู้นำไต้หวันของแต่ละพรรคการเมืองด้วย
ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันในครั้งนี้ ปรากฎว่า พรรค DPP ประสบกับความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ ไม่สามารถรักษาตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่ตนยึดครองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าการนครเถาหยวน ผู้ว่าการเมืองจีหลง พ่ายแพ้ให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคก๊กมินตั๋ง คู่แข่งสำคัญ ส่วนตำแหน่งผู้ว่าการเมืองซินจู่ ก็พ่ายแพ้ให้แก่ผู้สมัครจากพรรค TPP ของนายเคอเหวินเจ๋อ ผู้ว่าการกรุงไทเป และเป็นหนึ่งเดียวของพรรคนี้ที่ประสบความสำเร็จก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับท้องถิ่น โดยมีคะแนนทิ้งห่างผู้สมัครจากพรรค DPP ที่หลินจื้อเจียน ผู่้ว่าการคนเดิมของพรรค DPP ระบุให้เป็นทายาททางการเมืองของตน แต่ตัวเองก็ต้องประสบมรสุมที่ถูกขุดคุ้ยว่าลอกวิทยานิพนธ์ปริญญาโท จน 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำในไต้หวันได้สอบสวนและลงมติเป็นเอกฉันท์ยกเลิกปริญญาบัตรของเขา จนต้องถอนตัวจากการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าการนครเถาหยวน จึงต้องเปลี่ยนตัวกระทันหัน และแพ้อย่างย่อยยับในที่สุด
การเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันในคราวนี้ แบ่งเป็นการเลือกตั้งมีการเลือกตั้งทั้งสิ้น 9 รายการ โดยเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าการนคร 6 นคร ซึ่งเดิมพรรค DPP ตั้งความหวังว่าจะต้องคว้าเก้าอี้ให้ได้อย่างน้อยอีก 2 นคร คือกรุงไทเป และนครเถาหยวน บวกกับ นครไถหนาน และนครเกาสง ที่ผู้สมัครของพรรคฯ นอนมา รวมเป็น 4 นคร จาก 6 นคร แต่ผลกลับพลิกกลับ คือพรรคก๊กมินตั๋งคว้าไป 4 ที่นั่ง จาก 6 ที่นั่ง และฐานคะแนนเสียงของแต่ละฝ่ายก็แบ่งกันชัดที่ภาคเหนือเป็นของพรรคฝ่ายสีน้ำเงินหรือพรรคก๊กมินตั๋ง ส่วนภาคใต้เป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคสีเขียวคือพรรค DPP ค่อนข้างชัดเจน ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นของพรรคก๊กมินตั๋ง โดยจำนวนผู้ว่าทั้งหมด 22 ตำแหน่ง เป็นของพรรค DPP พรรครัฐบาลเพียง 5 ตำแหน่ง พรรคก๊กมินตั๋ง 13 ตำแหน่ง พรรค TPP 1 ตำแหน่ง และอิสระ 2 ตำแหน่ง ส่วนที่เหลืออีก 1 ตำแหน่ง เนื่องจากมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเสียชีวิตในระหว่างการหาเสียง จึงต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นเดือน ธ.ค.
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP ได้เปิดแถลงข่าวในตอนค่ำวันเดียวกันประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในครั้งนี้
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ประกาศว่า “ข้าพเจ้าในฐานะตัวแทนของพรรค DPP ขอขอบคุณชาวไต้หวันทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและตรวจสอบพวกเรา ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่ประเมินไว้ เราขอน้อมรับผลการเลือกตั้งโดยดุษฎี และน้อมรับการตัดสินใจของประชาชนชาวไต้หวัน ในฐานะหัวหน้าพรรครัฐบาล ข้าพเจ้าขอขอบุคุณความสามัคคีและความพยายามของเจ้าหน้าที่ทั่วทั้งพรรค และข้าพเจ้าจำเป็นต้องรับผิดชอบผลที่เกิดขึ้น จึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” ส่วนนายกรัฐมนตรีซูเจินชัง ได้ขอลาออกโดยวาจากับผู้นำไต้หวัน แต่ผู้นำไต้หวันได้ยับยั้งและขอให้นายกฯ ซูฯ ร่วมผลักดันงานของรัฐบาลต่อไป ซึ่งนายกฯ ซูฯ ได้น้อมรับคำยับยั้ง รับหน้าที่หัวหน้ารัฐบาลต่อไป
ปธน. ไช่อิงเหวิน (ซ้าย) หัวหน้าพรรค DPP พร้อมด้วยเลขาธิการพรรคฯ (ขวา) โค้งคำนับขอโทษที่นำพรรคแพ้เลือกตั้งย่อยยับ
ส่วนนายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งสมารถยึดที่นั่งผู้ว่ากรุงไทเปและผู้ว่าการนครเถาหยวนกลับคืนมาได้อีกครั้ง ก็ได้ประกาศว่า ภาระกิจต่อไปคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024 ซึ่งตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อชัยชนะและผลักดันให้พรรคก๊กมินตั๋งกลับมาเป็นพรรครัฐบาลให้ได้อีกครั้ง
นายจูลี่หลุน (กลาง) หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง
๓. ผลเลือกตั้งเกี่ยวไม่เกี่ยว “ต้านจีนปกป้องไต้หวัน” “เลือกตั้งผู้นำไต้หวันปี 2024?”
ผลการเลือกตั้งท้อถิ่นที่พรรค DPP พรรครัฐบาลพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ จนหัวหน้าพรรคฯ คือประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และมีนักวิเคราะห์การเมืองในไต้หวันระบุว่า การที่พรรค DPP พ่ายแพ้ในครั้งนี้พิสูจน์ว่า ความพยายามปั่นกระแส “ต้านจีนปกป้องไต้หวัน” ซึ่งเคยประสบความสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง แต่คราวนี้เป็นที่แน่ชัดว่าไม่ได้ผลอีกต่อไป ชาวบ้านต้องการสันติภาพไม่ต้องการสงคราม และทนไม่ไหวกับข่าวฉาวโฉ่ของรัฐบาลหลาย ๆ อย่าง ทั้งข่าวการลอกวิทยานิพนธ์ ข่าวความไม่ชอบมาพากลของโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของผู้บริหารที่มาจากพรรค DPP จึงใช้บัตรลงคะแนนเสียงลงโทษพรรค DPP และคาดว่าจะส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในช่วงต้นปี 2024 อย่างไรก็ดี นักวิชาการชาวอเมริกันที่ติดตามศึกษาสถานการณ์การเมืองช่องแคบไต้หวันอย่างใกล้ชิดอย่างนาง Bonnie Glaserซึ่งเป็นนักวิชาการแห่ง มูลนิธิ GMF ของสหรัฐฯ มีความเห็นในอีกแง่มุมหนึ่ง โดยระบุว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวัน จะโฟกัสไปที่บุคลิกของผู้สมัครรับเลือกตั้งและประเด็นภายในประเทศเป็นสำคัญ มิใช่ประเด็นจีน และผลการเลือกตั้งทั้งถิ่นในครั้งนี้ไม่อาจนำมาใช้เป็นดัชนี (barometer)ชี้วัดการเลือกตั้งผู้นำไต้หวันในปี 2024 ได้ ตาม ผู้เชี่ยวชาญการเมือง
ส่วน ศ. Shelley Rigger สาขารัฐศาสตร์เอเชียตะวันออก สถาบัน Davidson College แห่งรัฐ North Carolina สหรัฐฯ ก็มีความเห็นว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันจะให้ความสำคัญกับตัวผู้สมัครเป็นสำคัญ เกี่ยวกับประเด็นช่องแคบไต้หวันไม่มากนัก แต่นางก็บอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ชี้ชัดว่า พรรคก๊กมินตั๋งยังคงไม่ได้ถูกขับออกจากการเมืองของไต้หวัน ยังเป็นหมากการเมืองหนึ่งที่มีพลังในการแข่งขันบนเวทีการเมืองไต้หวัน รวมทั้งยังให้คำแนะนำพรรคก๊กมินตั๋งว่า หากพรรคก๊กมินตั๋งยังคงคิดที่จะมีพลังในการแข่งขันบนสนามการเมืองไต้หวันต่อไป ก็ต้องพยายามแก้ภาพลักษณ์ของตนที่ถูกมองว่า “ใกล้ชิดจีน” ที่ไม่สู้จะดีนัก เพื่อให้สอดรับกับกระแสหลักของความต้องการของชาวไต้หวัน
Shelley Rigger นักวิชาการคลังสมอง สหรัฐฯ (สาขารัฐศาสตร์เอเชียตะวันออก สถาบัน Davidson College แห่งรัฐ North Carolina สหรัฐฯ)
การเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งนี้มีผู้ออกมาใช้ในส่วนของ 6 นคร ร้อยละ 59.86% ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าการเมือง/จังหวัดต่าง ๆ มีผู้ใช้สิทธิ 64.2%
๔. ลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญลดอายุพลเมืองไม่ผ่าน
การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันในวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ยังมีการจัดการลงประชามติรับรองการลดอายุสิทธิ พลเมืองจากเดิม 20 ปี เป็น 18 ปี ซึ่งต้องมีผู้รับรองอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งหรือประมาณ 9.61 ล้านคน จึงจะผ่านการรับรอง ซึ่งผลปรากฎว่า มีผู้ให้การรับรองเพียง 5,647,102 คะแนน ไม่เห็นด้วยถึง 5,016,427 คะแนน ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าวเป็นอันตกไป มีผู้ใช้สิทธิร้อยละ 58.97%
By , Rti๑. เลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวัน พรรครัฐบาลแพ้ยับ ปธน. ไช่ฯ ลาออกจากหัวหน้าพรรครับผิดชอบความพ่ายแพ้
การเลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการ ของไต้หวันเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าเป็นการเลือกตั้งกลางเทอมของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน และเป็นดัชนีการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในปี 2024 โดยจะส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ที่จะลงชิงชัยในตำแหน่งผู้นำไต้หวันของแต่ละพรรคการเมืองด้วย
ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันในครั้งนี้ ปรากฎว่า พรรค DPP ประสบกับความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ ไม่สามารถรักษาตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่ตนยึดครองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าการนครเถาหยวน ผู้ว่าการเมืองจีหลง พ่ายแพ้ให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคก๊กมินตั๋ง คู่แข่งสำคัญ ส่วนตำแหน่งผู้ว่าการเมืองซินจู่ ก็พ่ายแพ้ให้แก่ผู้สมัครจากพรรค TPP ของนายเคอเหวินเจ๋อ ผู้ว่าการกรุงไทเป และเป็นหนึ่งเดียวของพรรคนี้ที่ประสบความสำเร็จก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับท้องถิ่น โดยมีคะแนนทิ้งห่างผู้สมัครจากพรรค DPP ที่หลินจื้อเจียน ผู่้ว่าการคนเดิมของพรรค DPP ระบุให้เป็นทายาททางการเมืองของตน แต่ตัวเองก็ต้องประสบมรสุมที่ถูกขุดคุ้ยว่าลอกวิทยานิพนธ์ปริญญาโท จน 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำในไต้หวันได้สอบสวนและลงมติเป็นเอกฉันท์ยกเลิกปริญญาบัตรของเขา จนต้องถอนตัวจากการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าการนครเถาหยวน จึงต้องเปลี่ยนตัวกระทันหัน และแพ้อย่างย่อยยับในที่สุด
การเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันในคราวนี้ แบ่งเป็นการเลือกตั้งมีการเลือกตั้งทั้งสิ้น 9 รายการ โดยเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าการนคร 6 นคร ซึ่งเดิมพรรค DPP ตั้งความหวังว่าจะต้องคว้าเก้าอี้ให้ได้อย่างน้อยอีก 2 นคร คือกรุงไทเป และนครเถาหยวน บวกกับ นครไถหนาน และนครเกาสง ที่ผู้สมัครของพรรคฯ นอนมา รวมเป็น 4 นคร จาก 6 นคร แต่ผลกลับพลิกกลับ คือพรรคก๊กมินตั๋งคว้าไป 4 ที่นั่ง จาก 6 ที่นั่ง และฐานคะแนนเสียงของแต่ละฝ่ายก็แบ่งกันชัดที่ภาคเหนือเป็นของพรรคฝ่ายสีน้ำเงินหรือพรรคก๊กมินตั๋ง ส่วนภาคใต้เป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคสีเขียวคือพรรค DPP ค่อนข้างชัดเจน ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นของพรรคก๊กมินตั๋ง โดยจำนวนผู้ว่าทั้งหมด 22 ตำแหน่ง เป็นของพรรค DPP พรรครัฐบาลเพียง 5 ตำแหน่ง พรรคก๊กมินตั๋ง 13 ตำแหน่ง พรรค TPP 1 ตำแหน่ง และอิสระ 2 ตำแหน่ง ส่วนที่เหลืออีก 1 ตำแหน่ง เนื่องจากมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเสียชีวิตในระหว่างการหาเสียง จึงต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นเดือน ธ.ค.
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP ได้เปิดแถลงข่าวในตอนค่ำวันเดียวกันประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในครั้งนี้
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ประกาศว่า “ข้าพเจ้าในฐานะตัวแทนของพรรค DPP ขอขอบคุณชาวไต้หวันทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและตรวจสอบพวกเรา ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่ประเมินไว้ เราขอน้อมรับผลการเลือกตั้งโดยดุษฎี และน้อมรับการตัดสินใจของประชาชนชาวไต้หวัน ในฐานะหัวหน้าพรรครัฐบาล ข้าพเจ้าขอขอบุคุณความสามัคคีและความพยายามของเจ้าหน้าที่ทั่วทั้งพรรค และข้าพเจ้าจำเป็นต้องรับผิดชอบผลที่เกิดขึ้น จึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” ส่วนนายกรัฐมนตรีซูเจินชัง ได้ขอลาออกโดยวาจากับผู้นำไต้หวัน แต่ผู้นำไต้หวันได้ยับยั้งและขอให้นายกฯ ซูฯ ร่วมผลักดันงานของรัฐบาลต่อไป ซึ่งนายกฯ ซูฯ ได้น้อมรับคำยับยั้ง รับหน้าที่หัวหน้ารัฐบาลต่อไป
ปธน. ไช่อิงเหวิน (ซ้าย) หัวหน้าพรรค DPP พร้อมด้วยเลขาธิการพรรคฯ (ขวา) โค้งคำนับขอโทษที่นำพรรคแพ้เลือกตั้งย่อยยับ
ส่วนนายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งสมารถยึดที่นั่งผู้ว่ากรุงไทเปและผู้ว่าการนครเถาหยวนกลับคืนมาได้อีกครั้ง ก็ได้ประกาศว่า ภาระกิจต่อไปคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024 ซึ่งตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อชัยชนะและผลักดันให้พรรคก๊กมินตั๋งกลับมาเป็นพรรครัฐบาลให้ได้อีกครั้ง
นายจูลี่หลุน (กลาง) หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง
๓. ผลเลือกตั้งเกี่ยวไม่เกี่ยว “ต้านจีนปกป้องไต้หวัน” “เลือกตั้งผู้นำไต้หวันปี 2024?”
ผลการเลือกตั้งท้อถิ่นที่พรรค DPP พรรครัฐบาลพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ จนหัวหน้าพรรคฯ คือประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และมีนักวิเคราะห์การเมืองในไต้หวันระบุว่า การที่พรรค DPP พ่ายแพ้ในครั้งนี้พิสูจน์ว่า ความพยายามปั่นกระแส “ต้านจีนปกป้องไต้หวัน” ซึ่งเคยประสบความสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง แต่คราวนี้เป็นที่แน่ชัดว่าไม่ได้ผลอีกต่อไป ชาวบ้านต้องการสันติภาพไม่ต้องการสงคราม และทนไม่ไหวกับข่าวฉาวโฉ่ของรัฐบาลหลาย ๆ อย่าง ทั้งข่าวการลอกวิทยานิพนธ์ ข่าวความไม่ชอบมาพากลของโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของผู้บริหารที่มาจากพรรค DPP จึงใช้บัตรลงคะแนนเสียงลงโทษพรรค DPP และคาดว่าจะส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในช่วงต้นปี 2024 อย่างไรก็ดี นักวิชาการชาวอเมริกันที่ติดตามศึกษาสถานการณ์การเมืองช่องแคบไต้หวันอย่างใกล้ชิดอย่างนาง Bonnie Glaserซึ่งเป็นนักวิชาการแห่ง มูลนิธิ GMF ของสหรัฐฯ มีความเห็นในอีกแง่มุมหนึ่ง โดยระบุว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวัน จะโฟกัสไปที่บุคลิกของผู้สมัครรับเลือกตั้งและประเด็นภายในประเทศเป็นสำคัญ มิใช่ประเด็นจีน และผลการเลือกตั้งทั้งถิ่นในครั้งนี้ไม่อาจนำมาใช้เป็นดัชนี (barometer)ชี้วัดการเลือกตั้งผู้นำไต้หวันในปี 2024 ได้ ตาม ผู้เชี่ยวชาญการเมือง
ส่วน ศ. Shelley Rigger สาขารัฐศาสตร์เอเชียตะวันออก สถาบัน Davidson College แห่งรัฐ North Carolina สหรัฐฯ ก็มีความเห็นว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันจะให้ความสำคัญกับตัวผู้สมัครเป็นสำคัญ เกี่ยวกับประเด็นช่องแคบไต้หวันไม่มากนัก แต่นางก็บอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ชี้ชัดว่า พรรคก๊กมินตั๋งยังคงไม่ได้ถูกขับออกจากการเมืองของไต้หวัน ยังเป็นหมากการเมืองหนึ่งที่มีพลังในการแข่งขันบนเวทีการเมืองไต้หวัน รวมทั้งยังให้คำแนะนำพรรคก๊กมินตั๋งว่า หากพรรคก๊กมินตั๋งยังคงคิดที่จะมีพลังในการแข่งขันบนสนามการเมืองไต้หวันต่อไป ก็ต้องพยายามแก้ภาพลักษณ์ของตนที่ถูกมองว่า “ใกล้ชิดจีน” ที่ไม่สู้จะดีนัก เพื่อให้สอดรับกับกระแสหลักของความต้องการของชาวไต้หวัน
Shelley Rigger นักวิชาการคลังสมอง สหรัฐฯ (สาขารัฐศาสตร์เอเชียตะวันออก สถาบัน Davidson College แห่งรัฐ North Carolina สหรัฐฯ)
การเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งนี้มีผู้ออกมาใช้ในส่วนของ 6 นคร ร้อยละ 59.86% ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าการเมือง/จังหวัดต่าง ๆ มีผู้ใช้สิทธิ 64.2%
๔. ลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญลดอายุพลเมืองไม่ผ่าน
การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันในวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ยังมีการจัดการลงประชามติรับรองการลดอายุสิทธิ พลเมืองจากเดิม 20 ปี เป็น 18 ปี ซึ่งต้องมีผู้รับรองอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งหรือประมาณ 9.61 ล้านคน จึงจะผ่านการรับรอง ซึ่งผลปรากฎว่า มีผู้ให้การรับรองเพียง 5,647,102 คะแนน ไม่เห็นด้วยถึง 5,016,427 คะแนน ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าวเป็นอันตกไป มีผู้ใช้สิทธิร้อยละ 58.97%