
Sign up to save your podcasts
Or


ผู้นำไต้หวันย้ำการร่วมมือกันระหว่างทหารกับประชาชนไม่ใช่เพื่อสงคราม แต่เมื่อมีการเตรียมพร้อมฝ่ายตรงข้ามก็ไม่กล้าผลีผลาม
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้ให้การต้อนรับตัวแทน “สมาคมผู้บริหารสตรีจีนทั่วโลก” และผู้คว้ารางวัลหัวก้วนประจำปี 2024 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งได้กล่าวถึงการผลักดันความยืดหยุ่นให้แก่การป้องกันประเทศภาคประชาชน โดยย้ำว่า เป้าหมายของการร่วมมือกันระหว่างทหารกับประชาชน ไม่ใช่เพื่อโจมตีกลับไปยังจีนแผ่นดินใหญ่หรือก่อสงคราม แต่เป็นเพียงการเตรียมความพร้อม เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามไม่กล้ารุกล้ำเข้ามา ส่วน “ฉันทามติ 1992” ก็คือ “จีนเดียว” หากเรายอมรับก็เท่ากับว่าไม่มีไต้หวันอีกต่อไป ดังนั้น ไต้หวันต้องพึ่งตัวเอง และร่วมมือกับนานาชาติ
ผู้นำไต้หวันได้กล่าวกับบรรดาตัวแทนสมาคมผู้บริหารภาคธุรกิจสตรีโลก ที่เข้ารับรางวัลผลงานดีเด่นประจำปี 2024 ย้ำว่า ไต้หวันได้รับการยอมรับและให้ความสำคัญกับประชาคมโลกมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งรัฐบาลต้องสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน ผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกมิติ นอกจากจะมี “ยุทธศาสตร์หัวใจ 6 ประการ” แล้ว ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวในการเปลี่ยนแปลงของลักษณะภูมิรัฐศาสตร์โลกด้วย ตลอดจนการผลักดันให้เกิดห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรมเอไอ อุตสาหกรรมทหาร การควบคุมความปลอดภัย และระบบสื่อสารรุ่นที่ 2 เพื่อให้ทั่วโลกต้องการไต้หวัน
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อระบุต่ออีกว่า ทำเนียบประธานาธิบดีได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษถึง 3 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ สุขภาพไต้หวัน และความยืดหยุ่นของความร่วมมือในการปกป้องประเทศชาติระหว่างทหารกับพลเรือน ซึ่งล้วนเป็นคณะกรรมการที่ต้องการยกระดับความยืดหยุ่นและความทรหดแห่งชาติของไต้หวันทั้งสิ้น ท่ามกลางการกดดันและมุ่งเฉพาะเจาะจงต่อไต้หวัน ชาวไต้หวันยิ่งต่อสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว และย้ำว่า “การร่วมมือกันระหว่างทหารกับพลเรือน เป้าหมายไม่ใช่อยู่ที่การโจมตีเพื่อกลับไปยึดจีนแผ่นดินใหญ่หรือทำสงคราม เราเพียงแต่ต้องมีการเตรียมพร้อม เพื่อขู่ให้ฝ่ายตรงข้ามไม่กล้าที่จะรุกรานไต้หวัน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่สันตภาพ เป้าหมายของเราก็คือสิ่งนี้”
นอกจากนี้ ผู้นำไต้หวันยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายเสนอแนะให้มีการจัดทำความตกลงสันติภาพช่องแคบไต้หวันกับจีน หรือยอมรับ “ฉันทามติ 1992” แต่ “ฉันทามติ 1992” ก็คือ “จีนเดียว” หากให้การยอมรับก็เท่ากับว่า ไต้หวันได้สูญหายไปแล้ว เพราะฉะนั้น ไต้หวันจึงต้องพึ่งตัวเอง และร่วมมือกับสังคมโลก ผู้นำไต้หวันระบุว่า ที่ผ่านมาประชาคมโลกให้ความช่วยเหลือไต้หวัน และในอนาคตไต้หวันก็มีโอกาสที่จะอุทิศตนให้แก่สังคมโลก และหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกัน มุมานะพยายามร่วมกัน เพื่อให้ไต้หวันนอกจากจะพัฒนาภายในประเทศแล้ว ยังมีความสามารถพร้อมที่จะผลิดอกกิ่งก้านสาขาไปยังประชาคมโลกด้วย
อียูย้ำเป็นครั้งแรก 2758 ไม่ได้ระบุถึงไต้หวัน
คณะกรรมาธิการจ้างงานและสิทธิทางสังคม คณะกรรมการบริหารสหภาพยุโรปหรือ EU โดยนาย Nicolas Schmit ประธานกรรมาธิการ ได้ร่วมกับนาย Josep Borrell ผู้แทนระดับสูงนโยบายต่างประเทศและความปลอดภัย ของอียู กล่าวปาฐกถา กล่าวถึงมติ 2758 ว่า เป็นมติที่มีข้อความสั้น ๆ เพียง 150 คำเท่านั้น และในข้อความ “150 คำ” นั้น ไม่มีคำว่า “ไต้หวัน” แม้แต่คำเดียว โดยเขากล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า “United Nations Resolution 2758 is very short - only 150 words. And among those 150 words, the word “Taiwan” does not appear.”
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฝ่ายบริหารของอียูได้แสดงท่าทีต่อมติดังกล่าว ซึ่งนับว่ามีความหมายพิเศษมาก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ฝ่ายบริหารอียูมีท่าทีและจุดยืนเช่นนี้
ผู้นำไต้หวันย้ำยินดีกล่าวรายงานต่อสภาฯ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันได้ประกาศผลการวินิจฉัยคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า มีบางส่วนที่ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ตุลาการรัฐธรรมนูญ 9 ท่านได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป โดยนายสวี่จื้อสง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในฐานะประธานได้ระบุว่า กรณีดังกล่าวละเมิดรัฐธรรมนูญในส่วนของขั้นตอน ความโปร่งใส และหลักการในการอภิปรายเพื่อพิจารณาอย่างรุนแรง ทำให้ความชอบธรรมของนิติบัญญัติประชาธิปไตยพังทลาย จึงวินิจฉัยว่าละเมิดรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันได้อ่านคำวินิจฉัยที่ 9 ประจำปี 2567 เห็นว่า ขั้นตอนการพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภายากที่จะกล่าวได้ว่าไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าละเมิดรัฐธรรมนูญ การเชิญประธานาธิบดีกล่าวรายงานต่อรัฐสภาไม่ได้เป็นการบังคับ การใช้วิธีถามมาตอบไปละเมิดรัฐธรรมนูญ ส่วนการมีบทลงโทษปรับกรณีที่ขาดประชุมประชาพิจารณ์หรือปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล เป็นส่วนที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ ในกรณีการตอบกระทู้ของฝ่ายบริหารในลักษณะถามกลับ แม้อาจจะมีประเด็นการใช้คำพูดที่ไม่ค่อยมีมารยาท แต่ก็ยังคงเป็นการตอบกระทู้ของ สส. เท่านั้น ไม่ใช่การถามกลับในการตอบกระทู้ ดังนั้น จึงไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ระบุผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ประธานาธิบดีมีหน้าที่ในการปกป้องเสรีภาพ ประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญ ในส่วนของข้อความในร่างแก้ไขกฎหมายบางส่วนละเมิดรัฐธรรมนูญ หรือทำให้การแบ่งอำนาจเกิดความสับสนและขาดการคานอำนาจระหว่างกัน ในฐานะที่ตนเป็นประธานาธิบดี มีหน้าที่จะต้องปกป้องกฎระเบียบต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน จึงได้ยื่นขอตีความรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ดี คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ผู้นำไต้หวันได้แสดงจุดยืนเคารพและยินดีปฏิบัติตามคำวินิจฉัยดังกล่าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์พื้นฐานของประชาชนและระบอบรัฐธรรมนูญแห่งชาติด้วย
พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีไล่ฯ ยังได้ย้ำจุดยืนว่า หาก สส. ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีฉันทามติร่วมกัน ตนก็ยินดีที่จะกล่าวรายงานสถานการณ์บ้านเมืองต่อรัฐสภา อันทรงเกียรติ
By , Rtiผู้นำไต้หวันย้ำการร่วมมือกันระหว่างทหารกับประชาชนไม่ใช่เพื่อสงคราม แต่เมื่อมีการเตรียมพร้อมฝ่ายตรงข้ามก็ไม่กล้าผลีผลาม
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้ให้การต้อนรับตัวแทน “สมาคมผู้บริหารสตรีจีนทั่วโลก” และผู้คว้ารางวัลหัวก้วนประจำปี 2024 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งได้กล่าวถึงการผลักดันความยืดหยุ่นให้แก่การป้องกันประเทศภาคประชาชน โดยย้ำว่า เป้าหมายของการร่วมมือกันระหว่างทหารกับประชาชน ไม่ใช่เพื่อโจมตีกลับไปยังจีนแผ่นดินใหญ่หรือก่อสงคราม แต่เป็นเพียงการเตรียมความพร้อม เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามไม่กล้ารุกล้ำเข้ามา ส่วน “ฉันทามติ 1992” ก็คือ “จีนเดียว” หากเรายอมรับก็เท่ากับว่าไม่มีไต้หวันอีกต่อไป ดังนั้น ไต้หวันต้องพึ่งตัวเอง และร่วมมือกับนานาชาติ
ผู้นำไต้หวันได้กล่าวกับบรรดาตัวแทนสมาคมผู้บริหารภาคธุรกิจสตรีโลก ที่เข้ารับรางวัลผลงานดีเด่นประจำปี 2024 ย้ำว่า ไต้หวันได้รับการยอมรับและให้ความสำคัญกับประชาคมโลกมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งรัฐบาลต้องสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน ผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกมิติ นอกจากจะมี “ยุทธศาสตร์หัวใจ 6 ประการ” แล้ว ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวในการเปลี่ยนแปลงของลักษณะภูมิรัฐศาสตร์โลกด้วย ตลอดจนการผลักดันให้เกิดห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรมเอไอ อุตสาหกรรมทหาร การควบคุมความปลอดภัย และระบบสื่อสารรุ่นที่ 2 เพื่อให้ทั่วโลกต้องการไต้หวัน
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อระบุต่ออีกว่า ทำเนียบประธานาธิบดีได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษถึง 3 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ สุขภาพไต้หวัน และความยืดหยุ่นของความร่วมมือในการปกป้องประเทศชาติระหว่างทหารกับพลเรือน ซึ่งล้วนเป็นคณะกรรมการที่ต้องการยกระดับความยืดหยุ่นและความทรหดแห่งชาติของไต้หวันทั้งสิ้น ท่ามกลางการกดดันและมุ่งเฉพาะเจาะจงต่อไต้หวัน ชาวไต้หวันยิ่งต่อสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว และย้ำว่า “การร่วมมือกันระหว่างทหารกับพลเรือน เป้าหมายไม่ใช่อยู่ที่การโจมตีเพื่อกลับไปยึดจีนแผ่นดินใหญ่หรือทำสงคราม เราเพียงแต่ต้องมีการเตรียมพร้อม เพื่อขู่ให้ฝ่ายตรงข้ามไม่กล้าที่จะรุกรานไต้หวัน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่สันตภาพ เป้าหมายของเราก็คือสิ่งนี้”
นอกจากนี้ ผู้นำไต้หวันยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายเสนอแนะให้มีการจัดทำความตกลงสันติภาพช่องแคบไต้หวันกับจีน หรือยอมรับ “ฉันทามติ 1992” แต่ “ฉันทามติ 1992” ก็คือ “จีนเดียว” หากให้การยอมรับก็เท่ากับว่า ไต้หวันได้สูญหายไปแล้ว เพราะฉะนั้น ไต้หวันจึงต้องพึ่งตัวเอง และร่วมมือกับสังคมโลก ผู้นำไต้หวันระบุว่า ที่ผ่านมาประชาคมโลกให้ความช่วยเหลือไต้หวัน และในอนาคตไต้หวันก็มีโอกาสที่จะอุทิศตนให้แก่สังคมโลก และหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกัน มุมานะพยายามร่วมกัน เพื่อให้ไต้หวันนอกจากจะพัฒนาภายในประเทศแล้ว ยังมีความสามารถพร้อมที่จะผลิดอกกิ่งก้านสาขาไปยังประชาคมโลกด้วย
อียูย้ำเป็นครั้งแรก 2758 ไม่ได้ระบุถึงไต้หวัน
คณะกรรมาธิการจ้างงานและสิทธิทางสังคม คณะกรรมการบริหารสหภาพยุโรปหรือ EU โดยนาย Nicolas Schmit ประธานกรรมาธิการ ได้ร่วมกับนาย Josep Borrell ผู้แทนระดับสูงนโยบายต่างประเทศและความปลอดภัย ของอียู กล่าวปาฐกถา กล่าวถึงมติ 2758 ว่า เป็นมติที่มีข้อความสั้น ๆ เพียง 150 คำเท่านั้น และในข้อความ “150 คำ” นั้น ไม่มีคำว่า “ไต้หวัน” แม้แต่คำเดียว โดยเขากล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า “United Nations Resolution 2758 is very short - only 150 words. And among those 150 words, the word “Taiwan” does not appear.”
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฝ่ายบริหารของอียูได้แสดงท่าทีต่อมติดังกล่าว ซึ่งนับว่ามีความหมายพิเศษมาก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ฝ่ายบริหารอียูมีท่าทีและจุดยืนเช่นนี้
ผู้นำไต้หวันย้ำยินดีกล่าวรายงานต่อสภาฯ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันได้ประกาศผลการวินิจฉัยคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า มีบางส่วนที่ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ตุลาการรัฐธรรมนูญ 9 ท่านได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป โดยนายสวี่จื้อสง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในฐานะประธานได้ระบุว่า กรณีดังกล่าวละเมิดรัฐธรรมนูญในส่วนของขั้นตอน ความโปร่งใส และหลักการในการอภิปรายเพื่อพิจารณาอย่างรุนแรง ทำให้ความชอบธรรมของนิติบัญญัติประชาธิปไตยพังทลาย จึงวินิจฉัยว่าละเมิดรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันได้อ่านคำวินิจฉัยที่ 9 ประจำปี 2567 เห็นว่า ขั้นตอนการพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภายากที่จะกล่าวได้ว่าไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าละเมิดรัฐธรรมนูญ การเชิญประธานาธิบดีกล่าวรายงานต่อรัฐสภาไม่ได้เป็นการบังคับ การใช้วิธีถามมาตอบไปละเมิดรัฐธรรมนูญ ส่วนการมีบทลงโทษปรับกรณีที่ขาดประชุมประชาพิจารณ์หรือปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล เป็นส่วนที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ ในกรณีการตอบกระทู้ของฝ่ายบริหารในลักษณะถามกลับ แม้อาจจะมีประเด็นการใช้คำพูดที่ไม่ค่อยมีมารยาท แต่ก็ยังคงเป็นการตอบกระทู้ของ สส. เท่านั้น ไม่ใช่การถามกลับในการตอบกระทู้ ดังนั้น จึงไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ระบุผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ประธานาธิบดีมีหน้าที่ในการปกป้องเสรีภาพ ประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญ ในส่วนของข้อความในร่างแก้ไขกฎหมายบางส่วนละเมิดรัฐธรรมนูญ หรือทำให้การแบ่งอำนาจเกิดความสับสนและขาดการคานอำนาจระหว่างกัน ในฐานะที่ตนเป็นประธานาธิบดี มีหน้าที่จะต้องปกป้องกฎระเบียบต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน จึงได้ยื่นขอตีความรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ดี คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ผู้นำไต้หวันได้แสดงจุดยืนเคารพและยินดีปฏิบัติตามคำวินิจฉัยดังกล่าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์พื้นฐานของประชาชนและระบอบรัฐธรรมนูญแห่งชาติด้วย
พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีไล่ฯ ยังได้ย้ำจุดยืนว่า หาก สส. ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีฉันทามติร่วมกัน ตนก็ยินดีที่จะกล่าวรายงานสถานการณ์บ้านเมืองต่อรัฐสภา อันทรงเกียรติ