
Sign up to save your podcasts
Or


จับตาพรรครัฐบาลมุ่งสู่ 3 เป้าหมาย หลังประชุมสมัชชาพรรคสมัยที่ 21
พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือพรรค DPP พรรครัฐบาลไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้เปิดการประชุมสมัชาชาผู้แทนพรรคทั่วประเทศสมัยที่ 21 ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีประธานาธิบดีไ่ล่ชิงเต๋อ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล่าวเปิดการประชุม โดยได้วางเป้าหมายและภารกิจปัจจุบันของพรรคไว้ 3 ประการ ได้แก่ “สร้างความยอมรับในประเทศชาติที่มีไต้หวันเป็นเสาหลัก” “เสริมสร้างกลไกรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยให้ปักรากฝังลึก” และ “สร้างหลักประกันในเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน” ผู้นำพรรคฯ ระบุว่า ภารกิจในปัจจุบันของพรรค DPP ก็คือ “การสามัคคีประชาชน ต่อต้านการฮุบกลืน สร้างหลักประกันให้แก่อธิปไตยของชาติ” และเสริมสร้างการยอมรับในประเทศชาติภายใต้ “ชะตาชีวิตร่วมกันของชาวไต้หวัน 23 ล้านคน” ผู้นำไต้หวันเรียกร้องให้สมาชิกพรรคต้องสามัคคีเป็นหนึ่งเพียง เพื่อป้องกันมิให้การยอมรับในประเทศชาติกลายเป็นเหตุที่กลุ่มพลังจากภายนอกนำมาใช้เป็นช่องโหว่ในการยุแหย่สร้างความแตกแยกภายใน แต่ให้กลายเป็นพลังแห่งความสามัคคีของคนในชาติ”
การประชุมสมัชชาผู้แทนพรรค DPP สมัยที่ 21 ครั้งที่ 1 ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกหลังจากที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อเข้ารับตำแหน่งผู้นำไต้หวัน ซึ่งประธานาธิบดีไล่ฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ภายใต้หัวข้อ “ประชาธิปไตยไต้หวัน สามัคคีก้าวไปข้างหน้า”
ผู้นำไต้หวันในฐานะผู้นำพรรคฯ ได้อธิบายเพิ่มเติม 3 เป้าหมายสำคัญดังกล่าวว่า ประการแรก ตนจะ “เสริมสร้างความยอมรับในประเทศชาติที่มีไต้หวันเป็นแกนกลาง” เนื่องจากผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในอดีตที่ผ่านมาได้เสียสละเลือดเนื้อและวิญญานโดยไม่เกรงกลัว ใช้ชีวิตเปิดโปงความผิดพลาดของ “ไต้หวันเป็นฐานที่มั่นในการบุกกลับสู่แผ่นดินใหญ่” ดำเนินนโยบายแห่งชาติที่มีไต้หวันเป็นอันดับ 1” อย่างไรก็ดี ภารกิจในปัจจุบันของพรรคก็คือ “สามัคคีประชาชน ต่อต้านการฮุบกลืน สร้างหลักประกันให้แก่อธิปไตยแห่งชาติ” ต้องพยายามอย่างเต็มที่ให้ชาวไต้หวันทั้งมวลเข้าใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไต้หวันของตนเอง เสริมสร้างการยอมรับในประเทศชาติบนพื้นฐานของ “ชะตาชีวิตร่วมกันของชาวไต้หวัน 23 ล้านคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในไต้หวัน” ผู้นำไต้หวันย้ำว่า “เราจะต้องระดมพลังทุกพลังที่มีอยู่ ให้การยอมรับในประเทศชาติไม่กลายเป็นช่องโหว่ให้พลังจากภายนอกมาสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นภายในไต้หวัน แต่ต้องทำให้เป็นพลังแห่งการสามัคคีพลังภายในชาติ (เสียงปรบมือตอบรับดังกึกก้อง)
ส่วนเป้าหมายประการที่ 2 ก็คือ “เสริมสร้างระบอบรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยให้ปักรากฝังลึก” นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในอดีตต่อสู้เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ เลือกตั้งรัฐสภาชุดใหม่ทั้งหมด ตอนนี้เราต้องผลักดันสปิริตแห่งระบอบรัฐธรรมนูญที่ “อธิปไตยเป็นของประชาชน” ผลักดันสิทธิพลเมืองอายุ 18 ปีขึ้นไปต่อไป ตลอดจนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง ขจัดความไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้งทุกอย่าง เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่อธิปไตยเป็นของประชาชน
ผู้นำไต้หวันได้กล่าวถึงเป้าหมายประการที่ 3 ว่า “สร้างหลักประกันให้แก่เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน” นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้ต่อสู้ทำลายกำแพงขวางกั้น ห้ามการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ ต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ต่อต้านการคุกคามบ่อนทำลายประชาชนอันเนื่องจากการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดห็น ส่วนในปัจจุบัน เราต้องป้องกันการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างพร่ำเพรื่อ สร้างหลักประกันให้แก่สิทธิของประชาชนไม่ให้ถูกรบกวนจากข่าวปลอมและการทำสงครามจิตวิทยา ขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องสังคมประชาธิปไตย ตนจะมุมานะพยายามเพื่อการปฏิรูประบบตุลาการ รักษาความเป็นธรรมในสังคม ปกป้องประชาชน เสริมสร้างความมั่นใจต่อระบบตุลาการของประชาชนและสังคม รวมทั้งปกป้องสิทธิประโยชน์ในการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน ไม่ถูกก่อกวนรุกล้ำจากการปั่นราคาที่ดินหรือปั่นราคาอสังหาริมทรัพย์ จากนักฉวยโอกาส
ประธานาธิบดีไ่ล่ชิงเต๋อ ย้ำว่า นับตั้งแต่ที่ไต้หวันมีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาทั้งชุดเป็นต้นมา ได้มีการเปลี่ยนพรรคการเมืองเป็นพรรครัฐบาลมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ก็ยังคงห่างไกลและต้องมุมานะพยายามอีกมากกว่าที่จะบรรลุถึงเป้าหมายประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไต้หวันยังมีปัจจัยจีนแฝงตัวอยู่ ทำให้สถานะมีความพิเศษมากยิ่งขึ้น แต่พรรค DPP ในฐานะผู้นำแห่งพลังปฏิรูปสำคัญของการผลักดันประชาธิปไตยไต้หวัน จะยืนหยัดในระบอบเสรีภาพประชาธิปไตยตลอดกาล จะไม่ยอมให้ไต้หวันตกอยู่ในภาวะวิกฤตแห่งการดับมอด เพราะความล้มเหลวของประชาธิปไตยไต้หวันเป็นอันขาด
ผู้นำไต้หวันย้ำในตอนท้ายว่า อุดมการณ์เป็นจิตวิญญานแห่งการดำรงอยู่ของการพัฒนาพรรคไปตลอดกาล บุคลากรเป็นพลังขับเคลื่อนให้พรรคมีพลังก้าวต่อไปอย่างไม่ขาดสาย พร้อมกันนี้ เขายังเรียกร้องให้ทั่วทั้งพรรคร่วมกันต่อสู้บนหน้าที่ที่แตกต่างกัน ก้าวตามรอยนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของพรรค บรรลุถึงอุดมการณ์ของพรรค DPP ในการปกป้องอธิปไตยไต้หวัน เสริมสร้างประชาธิปไตย ปกป้องสันติภาพ และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง เพื่อส่งมอบอนาคตไต้หวันที่ดีกว่าให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานของเรา
ปธน. ไล่ชิงเต๋อ โบมือทักทายผู้เข้าร่วมประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคทั่วประเทศ
พรรค DPP ปรับโครงสร้าง ประธานาธิบดีไล่ฯ กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
ในการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคทั่วประเทศของพรรค DPP ที่ผ่านมา ได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ทั้งในส่วนของ กรรมการบริหาร กรรมการกลางถาวร กรรมการระเบียบวินัยพรรค ซึ่งถือเป็นแกนนำสูงสุดของพรรคฯ และเนื่องจากการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ชุดใหม่จะมีอำนาจในการพิจารณาปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขระเบียบการเสนอชื่อผู้เหมาะสมลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นในปี 2026 ทำให้ใน “มุ้ง” ต่าง ๆ ภายในพรรคต้องขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด โดยในส่วนของคณะกรรมการกลางบริหารถาวรของพรรคจำนวน 10 ที่นั่ง ปรากฎว่า กลุ่มที่มีความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีไล่ฯ สามารถคว้าที่นั่งมากได้ถึง 6 ที่นั่ง เกินกึ่งหนึ่ง ส่วน “มุ้ง” อื่น ๆ ก็จัดสรรกันไปตามสมควร ทำให้ทั้งในส่วนของพรรคและรัฐบาล กล่าวได้ว่าอยู่ในมือของประธานาธิบดีไล่ฯ อย่างเบ็ดเสร็จ ก้าวสู่ยุคไล่ชิงเต๋อ แต่ก็ยังมีความท้าทายมากมายรอยู่เบื้องหน้า
รายชื่อคณะกรรมการกลาง กรรมการกลางถาวร และกรรมการระเบียบวินัยพรรค DPP ชุดใหม่
By , Rtiจับตาพรรครัฐบาลมุ่งสู่ 3 เป้าหมาย หลังประชุมสมัชชาพรรคสมัยที่ 21
พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือพรรค DPP พรรครัฐบาลไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้เปิดการประชุมสมัชาชาผู้แทนพรรคทั่วประเทศสมัยที่ 21 ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีประธานาธิบดีไ่ล่ชิงเต๋อ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล่าวเปิดการประชุม โดยได้วางเป้าหมายและภารกิจปัจจุบันของพรรคไว้ 3 ประการ ได้แก่ “สร้างความยอมรับในประเทศชาติที่มีไต้หวันเป็นเสาหลัก” “เสริมสร้างกลไกรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยให้ปักรากฝังลึก” และ “สร้างหลักประกันในเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน” ผู้นำพรรคฯ ระบุว่า ภารกิจในปัจจุบันของพรรค DPP ก็คือ “การสามัคคีประชาชน ต่อต้านการฮุบกลืน สร้างหลักประกันให้แก่อธิปไตยของชาติ” และเสริมสร้างการยอมรับในประเทศชาติภายใต้ “ชะตาชีวิตร่วมกันของชาวไต้หวัน 23 ล้านคน” ผู้นำไต้หวันเรียกร้องให้สมาชิกพรรคต้องสามัคคีเป็นหนึ่งเพียง เพื่อป้องกันมิให้การยอมรับในประเทศชาติกลายเป็นเหตุที่กลุ่มพลังจากภายนอกนำมาใช้เป็นช่องโหว่ในการยุแหย่สร้างความแตกแยกภายใน แต่ให้กลายเป็นพลังแห่งความสามัคคีของคนในชาติ”
การประชุมสมัชชาผู้แทนพรรค DPP สมัยที่ 21 ครั้งที่ 1 ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกหลังจากที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อเข้ารับตำแหน่งผู้นำไต้หวัน ซึ่งประธานาธิบดีไล่ฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ภายใต้หัวข้อ “ประชาธิปไตยไต้หวัน สามัคคีก้าวไปข้างหน้า”
ผู้นำไต้หวันในฐานะผู้นำพรรคฯ ได้อธิบายเพิ่มเติม 3 เป้าหมายสำคัญดังกล่าวว่า ประการแรก ตนจะ “เสริมสร้างความยอมรับในประเทศชาติที่มีไต้หวันเป็นแกนกลาง” เนื่องจากผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในอดีตที่ผ่านมาได้เสียสละเลือดเนื้อและวิญญานโดยไม่เกรงกลัว ใช้ชีวิตเปิดโปงความผิดพลาดของ “ไต้หวันเป็นฐานที่มั่นในการบุกกลับสู่แผ่นดินใหญ่” ดำเนินนโยบายแห่งชาติที่มีไต้หวันเป็นอันดับ 1” อย่างไรก็ดี ภารกิจในปัจจุบันของพรรคก็คือ “สามัคคีประชาชน ต่อต้านการฮุบกลืน สร้างหลักประกันให้แก่อธิปไตยแห่งชาติ” ต้องพยายามอย่างเต็มที่ให้ชาวไต้หวันทั้งมวลเข้าใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไต้หวันของตนเอง เสริมสร้างการยอมรับในประเทศชาติบนพื้นฐานของ “ชะตาชีวิตร่วมกันของชาวไต้หวัน 23 ล้านคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในไต้หวัน” ผู้นำไต้หวันย้ำว่า “เราจะต้องระดมพลังทุกพลังที่มีอยู่ ให้การยอมรับในประเทศชาติไม่กลายเป็นช่องโหว่ให้พลังจากภายนอกมาสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นภายในไต้หวัน แต่ต้องทำให้เป็นพลังแห่งการสามัคคีพลังภายในชาติ (เสียงปรบมือตอบรับดังกึกก้อง)
ส่วนเป้าหมายประการที่ 2 ก็คือ “เสริมสร้างระบอบรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยให้ปักรากฝังลึก” นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในอดีตต่อสู้เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ เลือกตั้งรัฐสภาชุดใหม่ทั้งหมด ตอนนี้เราต้องผลักดันสปิริตแห่งระบอบรัฐธรรมนูญที่ “อธิปไตยเป็นของประชาชน” ผลักดันสิทธิพลเมืองอายุ 18 ปีขึ้นไปต่อไป ตลอดจนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง ขจัดความไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้งทุกอย่าง เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่อธิปไตยเป็นของประชาชน
ผู้นำไต้หวันได้กล่าวถึงเป้าหมายประการที่ 3 ว่า “สร้างหลักประกันให้แก่เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน” นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้ต่อสู้ทำลายกำแพงขวางกั้น ห้ามการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ ต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ต่อต้านการคุกคามบ่อนทำลายประชาชนอันเนื่องจากการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดห็น ส่วนในปัจจุบัน เราต้องป้องกันการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างพร่ำเพรื่อ สร้างหลักประกันให้แก่สิทธิของประชาชนไม่ให้ถูกรบกวนจากข่าวปลอมและการทำสงครามจิตวิทยา ขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องสังคมประชาธิปไตย ตนจะมุมานะพยายามเพื่อการปฏิรูประบบตุลาการ รักษาความเป็นธรรมในสังคม ปกป้องประชาชน เสริมสร้างความมั่นใจต่อระบบตุลาการของประชาชนและสังคม รวมทั้งปกป้องสิทธิประโยชน์ในการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน ไม่ถูกก่อกวนรุกล้ำจากการปั่นราคาที่ดินหรือปั่นราคาอสังหาริมทรัพย์ จากนักฉวยโอกาส
ประธานาธิบดีไ่ล่ชิงเต๋อ ย้ำว่า นับตั้งแต่ที่ไต้หวันมีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาทั้งชุดเป็นต้นมา ได้มีการเปลี่ยนพรรคการเมืองเป็นพรรครัฐบาลมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ก็ยังคงห่างไกลและต้องมุมานะพยายามอีกมากกว่าที่จะบรรลุถึงเป้าหมายประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไต้หวันยังมีปัจจัยจีนแฝงตัวอยู่ ทำให้สถานะมีความพิเศษมากยิ่งขึ้น แต่พรรค DPP ในฐานะผู้นำแห่งพลังปฏิรูปสำคัญของการผลักดันประชาธิปไตยไต้หวัน จะยืนหยัดในระบอบเสรีภาพประชาธิปไตยตลอดกาล จะไม่ยอมให้ไต้หวันตกอยู่ในภาวะวิกฤตแห่งการดับมอด เพราะความล้มเหลวของประชาธิปไตยไต้หวันเป็นอันขาด
ผู้นำไต้หวันย้ำในตอนท้ายว่า อุดมการณ์เป็นจิตวิญญานแห่งการดำรงอยู่ของการพัฒนาพรรคไปตลอดกาล บุคลากรเป็นพลังขับเคลื่อนให้พรรคมีพลังก้าวต่อไปอย่างไม่ขาดสาย พร้อมกันนี้ เขายังเรียกร้องให้ทั่วทั้งพรรคร่วมกันต่อสู้บนหน้าที่ที่แตกต่างกัน ก้าวตามรอยนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของพรรค บรรลุถึงอุดมการณ์ของพรรค DPP ในการปกป้องอธิปไตยไต้หวัน เสริมสร้างประชาธิปไตย ปกป้องสันติภาพ และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง เพื่อส่งมอบอนาคตไต้หวันที่ดีกว่าให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานของเรา
ปธน. ไล่ชิงเต๋อ โบมือทักทายผู้เข้าร่วมประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคทั่วประเทศ
พรรค DPP ปรับโครงสร้าง ประธานาธิบดีไล่ฯ กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
ในการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคทั่วประเทศของพรรค DPP ที่ผ่านมา ได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ทั้งในส่วนของ กรรมการบริหาร กรรมการกลางถาวร กรรมการระเบียบวินัยพรรค ซึ่งถือเป็นแกนนำสูงสุดของพรรคฯ และเนื่องจากการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ชุดใหม่จะมีอำนาจในการพิจารณาปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขระเบียบการเสนอชื่อผู้เหมาะสมลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นในปี 2026 ทำให้ใน “มุ้ง” ต่าง ๆ ภายในพรรคต้องขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด โดยในส่วนของคณะกรรมการกลางบริหารถาวรของพรรคจำนวน 10 ที่นั่ง ปรากฎว่า กลุ่มที่มีความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีไล่ฯ สามารถคว้าที่นั่งมากได้ถึง 6 ที่นั่ง เกินกึ่งหนึ่ง ส่วน “มุ้ง” อื่น ๆ ก็จัดสรรกันไปตามสมควร ทำให้ทั้งในส่วนของพรรคและรัฐบาล กล่าวได้ว่าอยู่ในมือของประธานาธิบดีไล่ฯ อย่างเบ็ดเสร็จ ก้าวสู่ยุคไล่ชิงเต๋อ แต่ก็ยังมีความท้าทายมากมายรอยู่เบื้องหน้า
รายชื่อคณะกรรมการกลาง กรรมการกลางถาวร และกรรมการระเบียบวินัยพรรค DPP ชุดใหม่