
Sign up to save your podcasts
Or


๑. ไต้หวันถูกสกัดไม่ได้เข้าร่วมประชุม WHA ปีนี้ แต่มีหลายสิบประเทศที่ไม่มีสัมพันธ์กับไต้หวันสนับสนุนไต้หวัน
การประชุมสมัชชาใหญ่อนามัยโลกหรือ WHA ปีนี้ ปิดฉากการประชุมในรอบประชุมทั่วไปแล้ว ซึ่งจนถึงเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา มีประเทศพันธมิตรไต้หวันทั้งที่มีและไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน รวม 23 ประเทศ กล่าวสนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลไกอนามัยโลก โดยมาจากเอเชียแปซิฟิก 4 ประเทศ ยุโรป 7 ประเทศ ที่ไม่มีความสัมพันธ์กับไต้หวัน ส่วนที่เหลืออีก 12 ประเทศ เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน
ในส่วนของประเทศที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันที่กล่าวสนับสนุนไต้หวันในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ ประกอบไปด้วย สหรัฐฯ แคนดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เช็ก ลักแซมเบอร์ก ลิทัวเนีย นิวซีแลนด์ และอัลซาเนีย
๒. ไต้หวันจับมือสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและออสเตรเลียจัดสัมนาร่วมมือด้านสาธารณสุขนอกที่ประชุม WHA
แม้ไต้หวันจะถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลก หรือ WHA อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ในปีนี้ก็ตาม แต่รัฐบาลไต้หวันก็ไม่ละความพยายามที่จะมีส่วนร่วมในกิจการด้านสาธารณสุขโลก ซึ่งไต้หวันระบุว่า ตนมีความสามารถเพียงพอสมกับคำขวัญที่ว่า “Taiwan can Help” โดยจับมือกับประเทศพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย จัดสัมนาด้านความร่วมมือสาธารณสุข ภายใต้กรอบ “GCTF” ในช่วงระหว่างการประชุมของ WHA ที่นครเจนีวา เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การเข้าร่วมในกิจการเกี่ยวกับสาธารณสุขโลก อย่างเร่งด่วนของไต้หวัน (GCTF Workshop on Post-COVID-19 Era: An Opportunity to Build Sustainable Preparedness for and Response to the Next Pandemic)
ทุกฝ่ายที่เข้าร่วมการสัมนาเวิร์คช็อปในคราวนี้ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องกันถึงความสำคัญของการเสริมกระชับความร่วมมือด้านการสาธารณสุขระหว่างประเทศ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนยิ่ง มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างรอบด้าน นายหลัวอิจวิน รองอธิบดีกรมป้องกันโรคเป็นพิธีกรในการสัมนา มีนายเซวียรุ่ยหยวน รมว. สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าทีมรณรงค์ให้ไต้หวันเข้าร่วม WHO นางซูอิ๋งจวิน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานไต้หวันประจำเจนีวา และLoyce Pace รมช. สาธารณสุข ของสหรัฐฯ ร่วมกล่าวในพิธีเปิดการสัมนาในครั้งนี้
นายเซวียรุ่ยหยวน รมว. สาธารณสุข ไต้หวัน
นายเซวียฯ ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่มีประเทศใดรอดพ้นไปได้ นโยบายป้องกันและสกัดกั้นภัยคุกคามที่เกิดใหม่หรือ PRET ที่เสนอโดยองค์การอนามัยโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกยกระดับความทรหดในการป้องกันและรับมือกับการระบาดของโรค ดังนั้น กลไกสาธารณสุขทั่วโลกจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่ยากจะรับมือได้ การจัดสัมนาในครั้่งนี้ภายใต้กรอบ GCTF จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเสริมความร่วมมือรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดจากโรคระบาดร้ายแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้
การสัมนาในครั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุขจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 30 ท่านเข้าร่วม อาทิ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เยอรมนี สวีเดน และสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกับของไต้หวัน
๓. สภาฯ สหรัฐฯ แนะเสริมเขี้ยวเล็บไต้หวัน 10 ประการ
คณะกรรมาธิการพิเศษกิจการจีน ที่จัดตั้งขึ้นโดยสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ ได้มีมติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับการเสริมขีดความสามารถในการป้องกันตนเองและสกัดกั้นการรุกล้ำไต้หวันจากจีน รวม 10 ประการ อาทิ การฝึกทหารร่วมระหว่างกองทัพไต้หวันกับกองทัพสหรัฐฯ รวมทั้งการวางแผนร่วมระหว่างไต้หวันกับสหรัฐ ฯ
สถานีวิทยุเสียงอเมริกา ได้รายงานอ้างคำกล่าวของนาย Mark Montgomery อดีตผู้อำนวยการส่วนเตรียมการรบ กองบัญชาการอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ
รายงานข่าวระบุว่า คณะกรรมาธิการพิเศษกิจการจีน ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้จำลองสงครามที่อาจเกิดขึ้นเมื่อ เม.ย. ที่ผ่านมา จนได้ข้อสรุปว่า หากความพยายามในการสกัดการเกิดสงครามประสบความล้มเหลว ก็จะกลายเป็นภัยพิบัติอย่างร้ายแรง
นายมาร์กฯ ระบุว่า ที่ประชุมได้มีมติอย่างท่วมทันให้รับรอง 10 ข้อเสนอที่ได้จากการจำลองเหตุสงครามที่ผ่านมา ซึ่งเพียงพอที่จะเสริมความเข้มแข็งของเขตต่าง ๆ และเสริมความสามารถในการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นบนช่องแคบไต้หวัน
10 ข้อเสนอแนะดังกล่าวประกอบไปด้วย
อาศัยอาวุธที่จัดซื้อมาและสะสมมานานเสริมปริมาณทรัพยากรที่สามารถโจมตีในระยะไกลได้ให้เพียงพอ
วางแผนรวมกับสหรัฐฯ และพันธมิตร หากจีนคอมมิวนิสต์ใช้กำลังอาวุธรุกรานไต้หวัน จีนก็จะต้องถูกต่อต้านบอยคอตทั้งทางเศรษฐกิจและด้านการทูตอย่างรุนแรง
ขยายการฝึกซ้อมรบร่วมทางทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐ ฯ
ส่งกำลังบำรุงฮาร์ดแวร์ให้แก่ไต้หวันได้อย่างทันท่วงที ซึ่งรวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ได้สั่งซื้อไว้แล้ว
ปฏิบัติตาม “กฎหมายมอบอำนาจกลาโหม” ประจำปี 2023 อย่างเต็มที่ จัดตั้งกองกำลังหน่วยเฉพาะกิจในการติดตาม จัดการและบัญชาการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือคณะทำงานร่วมเพื่อรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ
เสริมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความทรหดของระบบออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อมด้านการทหารและการป้องกันประเทศ
ช่วยเหลือไต้หวันเสริมความปลอดภัยข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต
จัดตั้งคณะทำงานร่วมสหรัฐฯ - ไต้หวัน
เสริมและกระจายการวางกำลังพลในภาคพื้นอินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ
ขยายการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารของไต้หวันโดยเร่งด่วน และลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่มีต่อการปิดล้อมจากจีน
นาย Mark Montgomeryอดีต ผอ. หน่วยรบ กองบัญชาการอินโดแปซิฟิก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีและเว็บไซต์ มูลนิธิปกป้องประชาธิปไตยของสหรัฐฯ ซึ่งได้เคยเข้าร่วมการประชาพิจารณ์ของคณะกรรมาธิการพิเศษกิจการจีน ของสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา และเสนอแนวความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการรับมือต่อความท้าทายที่มีต่อไต้หวัน
เขาระบุว่า การสกัดการรุกรานไต้หวันของจีน สหรัฐฯ ต้องทำ 3 สิ่งสำคัญนี้ ได้แก่ ต้องปรับปรุงระบบออนไลน์ ขีปนาวุธ หรือสมรรถนะในการอยู่รอดจากการโจมตีโดยการยกพลขึ้นบกของกองทัพจีนให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าของจีนอย่างสมบูรณ์ ประการต่อมาก็คือ ปรับปรุงประสิทธิภาพ คล่องตัวและสมรรถนะของกองทัพสหรัฐฯ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากกองทัพจีน ประการสุดท้ายคือต้องสร้างหลักประกันให้แก่รูปแบบการประสานงานและร่วมมือกันระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ และพันธมิตร ให้สามารถเกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เขาระบุเพิ่มเติมว่า คำแนะนำเหล่านี้ มีหลายอย่างที่หากใช้รูปแบบร่วมมือกัน ก็จะเป็นโรดแมพที่คำนึงถึงต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ สามารถเก็บรักษาความปลอดภัยในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในอินโดแปซิฟิก นอกจากนี้ เขายังมีความเห็นในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ โดยระบุว่า คำแนะนำในการปรับปรุงความทรหดของระบบอินเตอร์เน็ตจองสหรัฐฯ เป็นความคิดเห็นที่เยี่ยมมาก สิ่งที่ต้องปรับปรุงประกอบไปด้วยการนำมาใช้ในการเคลื่อนย้ายกำลังพลและท่าเรือ ระบบราง และสนามบินที่ใช้ในการส่งกำลังบำรุง ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับปรุงความทรหดของระบบอินเตอร์เน็ตในโครงสร้างพื้นฐานในประเทศของตน ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงิน ไฟฟ้า และน้ำ เพื่อเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนด้านการทูตเศรษบกิจและกำลังการผลิตของสหรัฐฯ และสหรัฐฯ ยังจำเป็นต้องอาศัยควาทรหดของระบบออนไลน์มาสืบเสาะและสกัดกั้นการปล่อยข่าวปลอมเพื่อบ่อนทำลายและก่อกวน
นายมาร์กฯ ระบุเพิ่มเติมว่า รายงานเบื้องต้นของคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้อธิบายว่า ความท้าทายของสหรัฐฯ อยู่ที่ทางการสีจิ้นผิงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน มิใช่ประชาชนจีน เพราะพวกเขามักจะกลายเป็นเหยื่อของทางการสีจิ้นผิง และระบุว่า มันส่งสัญญานที่ชัดเจนมากว่า ทั้งสองพรรคต่างให้ความสนใจจับตาความท้าทายนี้ และในอนาคตการรับมือกับความท้าทายเช่นนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งสองพรรคการเมืองหลักของสหรัฐฯ
นาย Mark Montgomery อดีตผู้อำนวยการส่วนเตรียมการรบ กองบัญชาการอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ
By , Rti
๑. ไต้หวันถูกสกัดไม่ได้เข้าร่วมประชุม WHA ปีนี้ แต่มีหลายสิบประเทศที่ไม่มีสัมพันธ์กับไต้หวันสนับสนุนไต้หวัน
การประชุมสมัชชาใหญ่อนามัยโลกหรือ WHA ปีนี้ ปิดฉากการประชุมในรอบประชุมทั่วไปแล้ว ซึ่งจนถึงเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา มีประเทศพันธมิตรไต้หวันทั้งที่มีและไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน รวม 23 ประเทศ กล่าวสนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลไกอนามัยโลก โดยมาจากเอเชียแปซิฟิก 4 ประเทศ ยุโรป 7 ประเทศ ที่ไม่มีความสัมพันธ์กับไต้หวัน ส่วนที่เหลืออีก 12 ประเทศ เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน
ในส่วนของประเทศที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันที่กล่าวสนับสนุนไต้หวันในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ ประกอบไปด้วย สหรัฐฯ แคนดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เช็ก ลักแซมเบอร์ก ลิทัวเนีย นิวซีแลนด์ และอัลซาเนีย
๒. ไต้หวันจับมือสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและออสเตรเลียจัดสัมนาร่วมมือด้านสาธารณสุขนอกที่ประชุม WHA
แม้ไต้หวันจะถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลก หรือ WHA อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ในปีนี้ก็ตาม แต่รัฐบาลไต้หวันก็ไม่ละความพยายามที่จะมีส่วนร่วมในกิจการด้านสาธารณสุขโลก ซึ่งไต้หวันระบุว่า ตนมีความสามารถเพียงพอสมกับคำขวัญที่ว่า “Taiwan can Help” โดยจับมือกับประเทศพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย จัดสัมนาด้านความร่วมมือสาธารณสุข ภายใต้กรอบ “GCTF” ในช่วงระหว่างการประชุมของ WHA ที่นครเจนีวา เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การเข้าร่วมในกิจการเกี่ยวกับสาธารณสุขโลก อย่างเร่งด่วนของไต้หวัน (GCTF Workshop on Post-COVID-19 Era: An Opportunity to Build Sustainable Preparedness for and Response to the Next Pandemic)
ทุกฝ่ายที่เข้าร่วมการสัมนาเวิร์คช็อปในคราวนี้ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องกันถึงความสำคัญของการเสริมกระชับความร่วมมือด้านการสาธารณสุขระหว่างประเทศ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนยิ่ง มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างรอบด้าน นายหลัวอิจวิน รองอธิบดีกรมป้องกันโรคเป็นพิธีกรในการสัมนา มีนายเซวียรุ่ยหยวน รมว. สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าทีมรณรงค์ให้ไต้หวันเข้าร่วม WHO นางซูอิ๋งจวิน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานไต้หวันประจำเจนีวา และLoyce Pace รมช. สาธารณสุข ของสหรัฐฯ ร่วมกล่าวในพิธีเปิดการสัมนาในครั้งนี้
นายเซวียรุ่ยหยวน รมว. สาธารณสุข ไต้หวัน
นายเซวียฯ ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่มีประเทศใดรอดพ้นไปได้ นโยบายป้องกันและสกัดกั้นภัยคุกคามที่เกิดใหม่หรือ PRET ที่เสนอโดยองค์การอนามัยโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกยกระดับความทรหดในการป้องกันและรับมือกับการระบาดของโรค ดังนั้น กลไกสาธารณสุขทั่วโลกจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่ยากจะรับมือได้ การจัดสัมนาในครั้่งนี้ภายใต้กรอบ GCTF จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเสริมความร่วมมือรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดจากโรคระบาดร้ายแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้
การสัมนาในครั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุขจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 30 ท่านเข้าร่วม อาทิ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เยอรมนี สวีเดน และสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกับของไต้หวัน
๓. สภาฯ สหรัฐฯ แนะเสริมเขี้ยวเล็บไต้หวัน 10 ประการ
คณะกรรมาธิการพิเศษกิจการจีน ที่จัดตั้งขึ้นโดยสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ ได้มีมติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับการเสริมขีดความสามารถในการป้องกันตนเองและสกัดกั้นการรุกล้ำไต้หวันจากจีน รวม 10 ประการ อาทิ การฝึกทหารร่วมระหว่างกองทัพไต้หวันกับกองทัพสหรัฐฯ รวมทั้งการวางแผนร่วมระหว่างไต้หวันกับสหรัฐ ฯ
สถานีวิทยุเสียงอเมริกา ได้รายงานอ้างคำกล่าวของนาย Mark Montgomery อดีตผู้อำนวยการส่วนเตรียมการรบ กองบัญชาการอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ
รายงานข่าวระบุว่า คณะกรรมาธิการพิเศษกิจการจีน ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้จำลองสงครามที่อาจเกิดขึ้นเมื่อ เม.ย. ที่ผ่านมา จนได้ข้อสรุปว่า หากความพยายามในการสกัดการเกิดสงครามประสบความล้มเหลว ก็จะกลายเป็นภัยพิบัติอย่างร้ายแรง
นายมาร์กฯ ระบุว่า ที่ประชุมได้มีมติอย่างท่วมทันให้รับรอง 10 ข้อเสนอที่ได้จากการจำลองเหตุสงครามที่ผ่านมา ซึ่งเพียงพอที่จะเสริมความเข้มแข็งของเขตต่าง ๆ และเสริมความสามารถในการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นบนช่องแคบไต้หวัน
10 ข้อเสนอแนะดังกล่าวประกอบไปด้วย
อาศัยอาวุธที่จัดซื้อมาและสะสมมานานเสริมปริมาณทรัพยากรที่สามารถโจมตีในระยะไกลได้ให้เพียงพอ
วางแผนรวมกับสหรัฐฯ และพันธมิตร หากจีนคอมมิวนิสต์ใช้กำลังอาวุธรุกรานไต้หวัน จีนก็จะต้องถูกต่อต้านบอยคอตทั้งทางเศรษฐกิจและด้านการทูตอย่างรุนแรง
ขยายการฝึกซ้อมรบร่วมทางทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐ ฯ
ส่งกำลังบำรุงฮาร์ดแวร์ให้แก่ไต้หวันได้อย่างทันท่วงที ซึ่งรวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ได้สั่งซื้อไว้แล้ว
ปฏิบัติตาม “กฎหมายมอบอำนาจกลาโหม” ประจำปี 2023 อย่างเต็มที่ จัดตั้งกองกำลังหน่วยเฉพาะกิจในการติดตาม จัดการและบัญชาการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือคณะทำงานร่วมเพื่อรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ
เสริมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความทรหดของระบบออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อมด้านการทหารและการป้องกันประเทศ
ช่วยเหลือไต้หวันเสริมความปลอดภัยข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต
จัดตั้งคณะทำงานร่วมสหรัฐฯ - ไต้หวัน
เสริมและกระจายการวางกำลังพลในภาคพื้นอินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ
ขยายการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารของไต้หวันโดยเร่งด่วน และลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่มีต่อการปิดล้อมจากจีน
นาย Mark Montgomeryอดีต ผอ. หน่วยรบ กองบัญชาการอินโดแปซิฟิก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีและเว็บไซต์ มูลนิธิปกป้องประชาธิปไตยของสหรัฐฯ ซึ่งได้เคยเข้าร่วมการประชาพิจารณ์ของคณะกรรมาธิการพิเศษกิจการจีน ของสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา และเสนอแนวความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการรับมือต่อความท้าทายที่มีต่อไต้หวัน
เขาระบุว่า การสกัดการรุกรานไต้หวันของจีน สหรัฐฯ ต้องทำ 3 สิ่งสำคัญนี้ ได้แก่ ต้องปรับปรุงระบบออนไลน์ ขีปนาวุธ หรือสมรรถนะในการอยู่รอดจากการโจมตีโดยการยกพลขึ้นบกของกองทัพจีนให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าของจีนอย่างสมบูรณ์ ประการต่อมาก็คือ ปรับปรุงประสิทธิภาพ คล่องตัวและสมรรถนะของกองทัพสหรัฐฯ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากกองทัพจีน ประการสุดท้ายคือต้องสร้างหลักประกันให้แก่รูปแบบการประสานงานและร่วมมือกันระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ และพันธมิตร ให้สามารถเกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เขาระบุเพิ่มเติมว่า คำแนะนำเหล่านี้ มีหลายอย่างที่หากใช้รูปแบบร่วมมือกัน ก็จะเป็นโรดแมพที่คำนึงถึงต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ สามารถเก็บรักษาความปลอดภัยในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในอินโดแปซิฟิก นอกจากนี้ เขายังมีความเห็นในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ โดยระบุว่า คำแนะนำในการปรับปรุงความทรหดของระบบอินเตอร์เน็ตจองสหรัฐฯ เป็นความคิดเห็นที่เยี่ยมมาก สิ่งที่ต้องปรับปรุงประกอบไปด้วยการนำมาใช้ในการเคลื่อนย้ายกำลังพลและท่าเรือ ระบบราง และสนามบินที่ใช้ในการส่งกำลังบำรุง ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับปรุงความทรหดของระบบอินเตอร์เน็ตในโครงสร้างพื้นฐานในประเทศของตน ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงิน ไฟฟ้า และน้ำ เพื่อเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนด้านการทูตเศรษบกิจและกำลังการผลิตของสหรัฐฯ และสหรัฐฯ ยังจำเป็นต้องอาศัยควาทรหดของระบบออนไลน์มาสืบเสาะและสกัดกั้นการปล่อยข่าวปลอมเพื่อบ่อนทำลายและก่อกวน
นายมาร์กฯ ระบุเพิ่มเติมว่า รายงานเบื้องต้นของคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้อธิบายว่า ความท้าทายของสหรัฐฯ อยู่ที่ทางการสีจิ้นผิงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน มิใช่ประชาชนจีน เพราะพวกเขามักจะกลายเป็นเหยื่อของทางการสีจิ้นผิง และระบุว่า มันส่งสัญญานที่ชัดเจนมากว่า ทั้งสองพรรคต่างให้ความสนใจจับตาความท้าทายนี้ และในอนาคตการรับมือกับความท้าทายเช่นนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งสองพรรคการเมืองหลักของสหรัฐฯ
นาย Mark Montgomery อดีตผู้อำนวยการส่วนเตรียมการรบ กองบัญชาการอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ