กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘


Listen Later

ตรุษจีนเที่ยวต่างประเทศประสบเหตุ กต. พร้อมยื่นมือช่วยเหลือ แต่ต้องมีเหตุผล

          เมื่อประสบเหตุในต่างประเทศและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก็มักจะพบผู้ปรารถนาดียื่นมือให้ความช่วยเหลือในยามยากอยู่เสมอ เสมือนเป็นญาติสนิท เป็นเรื่องราวที่น่าอบอุ่น 

          อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า เจ้าหน้าที่การทูตที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสบทุกข์ในต่างแดนตลอดเวลา ซึ่งมีเรื่องราวต่าง ๆ ที่พวกเขาได้อุทิศตนที่ไม่มีใครรู้มาก่อน อย่างไรก็ดี กระทรงการต่างประเทศได้เตือนผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศว่า การให้ความช่วยเหลือชาวไต้หวันในต่างประเทศมีกรอบระเบียบที่แน่นอน หากเป็นการร้องขอที่ไม่ถูกต้องก็มีสิทธิปฏิเสธได้ 

         นายเฉินส้างโหย่ว รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันเปิดเผยว่า “ความจริงแล้ว การให้ความช่วยเหลือเพื่อนพี่น้องชาวไต้หวันในต่างประเทศ ของเจ้าหน้าที่การทูตในต่างประเทศของเราจะให้ความช่วยเหลือด้วยความเห็นอกเห็นใจ ส่วนใหญ่สื่อก็จะรายงานในขั้นตอนสุดท้ายว่า “ทุกคนปลอดภัยดี” แต่ว่าเบื้องหลังเจ้าหน้าที่ของเราที่นั่นต้องทุ่มเทให้กับการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถทั้งร่างกายและจิดใจ” 

         อย่างกรณีที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะที่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่ไต้หวันที่ประจำอยู่ในประเทศไทยก็ได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือสืบค้นตามเขตต่าง ๆ สอบถามทีละโรงพยาบาล ก็เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริง อย่างทีมนักกีฬาแฮนด์บอลโรงเรียนประถมที่ไทจงไปร่วมการแข่งขันที่อิตาลีเมื่อปีที่แล้ว หนึ่งในทีมนักกีฬาหนังสือเดินทางหายระหว่างเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องเร่งหาทางช่วยเหลือโดยด่วน จนสามารถเตรียมหนังสือเดินทางเล่มใหม่ให้กับมือหนึ่งผู้รักษาประตูของทีม เข้าร่วมการแข่งขันได้โดยราบรื่น จนสามารถคว้าแชมป์มาครองได้ สร้างชื่อเสียงให้แก่ไต้หวัน 

         แม้จะมีเรื่องราวดี ๆ ต่าง ๆ มากมาย แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ผู้เดือดร้อนมีข้อเรียกร้องต่าง ๆ มากมายที่ไร้เหตุผล อย่างโทรศัพท์ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับเวลาปิดเปิดแหล่งท่องเที่ยวในดึกดื่นค่ำคืน หรือขอให้สำนักงานไปส่งที่สนามบิน หรือช่วยจองโรงแรมราคาถูกให้ด้วย หรือขอให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานช่วยไกล่เกลี่ยคู่รักที่ทะเลาะเบาะแว้งกัน 

        กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า กรอบระเบียบเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือหรือปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ในต่างประเทศก็มีระบุไว้อย่างชัดเจนใน “ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินชาวไต้หวันในต่างประเทศ”จึงขอให้ประชาชนใช้บริการของภาครัฐอย่างมีเหตุมีผล อย่าได้ใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายหรือสิ้นเปลืองทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่ควรเรียกร้องในสิ่งที่ไร้เหตุผลทั้ง ๆ ที่เป็นส่วนที่ต้องรับผิดชอบเอง กระทรวงการต่างประเทศต้องปฏิบัติทุกอย่างตามกฎหมาย 

เริ่มต้นยุคแห่งการถอดถอนนักการเมืองมาถึงแล้ว!!!พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเผชิญหน้าอย่างไม่เคยมีมาก่อน 

            ความขัดแย้งระหว่างพรรครัฐบาลคือพรรค DPP กับพรรคฝ่ายค้าน KMT ลุกลามขยายตัวสู่การพิจารณากฎหมายว่าด้วยงบประมาณประจำปี 2568 ที่พรรครัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย ส่วนพรรคฝ่ายค้านก็ “หั่น” งบประมาณของรัฐบาลมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เกินกว่า 2 แสนล้าน แต่พรรคฝ่ายค้านยอมรับว่า พวกตนตัดทอนลงเพียงแสนล้่านเท่านั้น ที่เหลืออีก 1 แสนล้านเป็นการตัดทอนงบอุดหนุนการไฟฟ้าไต้หวัน 

           เหตุดังกล่าวก่อกระแสให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล ประกาศรณรงค์ถอดถอน สส. ของพรรคฝ่ายค้านแบบแบ่งเขตทั้งหมด ส่วนพรรคฝ่ายค้านก็ไม่ยอมน้อยหน้า ประกาศเดินหน้าถอดถอน สส. ของพรรครัฐบาลเช่นเดียวกัน แต่จนถึงขณะนี้การเคลื่อนไหวของพรรครัฐบาลดูเหมือนจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นในขั้นตอนแรที่ต้องล่าลายชื่อเพื่อให้สามารถเสนอญัตติถอดถอน สส. เป็นรายบุคคลที่มาจากการแบ่งเขตโดยต้องล่ารายชื่อให้ได้อย่างน้อย 1% ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในเขตนั้น ๆ และเมื่อผ่านขั้นตอนแรกแล้วก็จะต้องดำเนินการรวบรวมลายชื่อผู้ที่ต้องการถอดถอนให้ได้อย่างน้อย 10% ของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และจะเข้าสู่ขั้นตอนของการลงคะแนนเสียงโดยมีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในเขตนั้น ซึ่งจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 1 ใน 4 หรือ 25% ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในเขตนั้น และจะต้องมีผู้เห็นด้วยกับการถอดถอนมากกว่าจำนวนผู้ไม่เห็นด้วย 

ประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนการถอดถอน สส. ของแต่ละฝ่าย

             กระแสการถอดถอน สส. ของทั้งสองฝ่ายได้กลายเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล โดยในส่วนของพรรค DPP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลโดยนายเคอเจี้ยนหมิน ประธานคณะทำงานในสภาฯ ได้ประกาศลั่นถอดถอน สส. ของพรรคฝ่ายค้านในสภาฯ ทั้งหมด  โดยกลุ่มภาคประชาสังคมที่สนับสนุนพรรค DPP เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการรณรงค์ซึ่งเริ่มต้นที่นครเถาหยวน เคลื่อนไหวถอดถอน สส. พรรค KMT จำนวน 6 คน 

            นอกจากนี้ กลุ่มประชาสังคมดังกล่าวยังได้รณรงค์ในอีกหลายเมืองทั่วเกาะ ทั้งในกรุงไทเป นครนิวไทเป นครไทจง และฮัวเหลียน 

            กลุ่มภาคประชาสังคมที่รณรงค์ถอดถอน สส. ได้เริ่มต้นจากการรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนถอดถอน สส. KMT จำนวน 10 ราย ที่กระตือรือร้นในการตัดทอนงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งการรวบรวมรายชื่อในขั้นตอนแรกครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว นอกจากนี้ ยังมี สส. ฝ่ายค้านอีกหลายคนที่อาจสามารถรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนให้ถอดถอนได้ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดได้หลังตรุษจีนด้วย 

ประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนการถอดถอน สส. ของแต่ละฝ่าย

            ส่วนทางด้านพรรค KMT ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคฯ ได้เปิดไลน์กลุ่มขึ้น เพื่อเคลื่อนไหวถอดถอน สส. พรรค DPP เช่นเดียวกัน แต่ความเคลื่อนไหวไม่ดุเดือดเท่ากับของพรรค DPP โดยนายโหยวอินหลง ประธานมูลนิธิไต้หวันโอพิเนี่ยน เปิดเผยว่า ยุคแห่งการถอดถอนครั้งใหญ่ได้มาถึงแล้ว ซึ่ง สส. พรรค DPP ที่หวาดเสียวว่าจะถูกถอดถอนก็คือ สส. ในเขตเป่ยโถว กรุงไทเป นางอู๋ซือเหยา โดยนายโหยวฯ วิเคราะห์ว่า ในอดีตที่ผ่านมาเขตเป่ยโถว กรุงไทเป เป็นเขตฐานคะแนนเสียงของพรรค KMT มาโดยตลอด อดีต สส. ติงโส่วจง เป็น สส. ในเขตนี้มานาน แต่หลังปี 2014 ที่เกิดกระแสการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนรุ่นใหม่ “ทานตะวัน” ต่อต้านพรรค KMT และต่อต้านจีน กระหึ่มทั่วเกาะไต้หวัน จนทำให้พรรค KMT ต้องสูญเสียที่นั่ง สส. ในเขตนี้ให้กับพรรค DPP ซึ่งนางอู๋ซือเหยา เป็น สส. ในเขตนี้มาแล้วถึง 2 สมัย เลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรค KMT ก็แตกคอกันอีก

โฉมหน้า สส. ที่พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเตรียมเปิดศึกถอดถอนหลังตรุษจีนนี้
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti