
Sign up to save your podcasts
Or


สหรัฐฯ แสดงความวิตกการยั่วยุบนช่องแคบไต้หวันของกองทัพจีน
นาย Lloyd Austin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ ได้ประชุมทวิภาคีกับนาย ต่งจวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน ที่สิงคโปร์ และหลังการพบหารือดังกล่าว เพนตากอนของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า รัฐมนตรีกลาโหม สหรัฐฯ ได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับการใช้ปฏิบัติการทางทหารยั่วยุบริเวณช่องแคบไต้หวันในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนายต่งจวิน รัฐมนตรีกลาโหมของจีนได้กล่าวแสดงความคาดหวังว่า สหรัฐฯ จะไม่สนับสนุนกลุ่มแยกไต้หวันเป็นเอกราช
การแสดงท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ กล่าวได้ว่าเป็นการแสดงจุดยืนที่มีต่อสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันอีกครั้ง ที่ต้องการเห็นเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน
การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ -จีนที่สิงคโปร์
“มุมมองสิทธิเด็ก” ตัดสินใจการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมได้ด้วยตนเอง? เราควรเชื่อการตัดสินใจของเด็ก ๆ หรือไม่?
เมื่อมีอาการป่วย คุณควรทำอย่างไร? โดยทั่วไปก็จะปรึกษาทีมแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาการรักษาพยาบาล รวมทั้งอธิบายวิธีการรักษารวมทั้งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ผู้ป่วยได้เข้าใจ เมื่อผู้ป่วยเข้าใจอย่างถ่องแท้และเห็นด้วยกับการรักษาพยาบาล ก็จะเริ่มดำเนินการรักษา เป้าหมายของหมอกับผู้ป่วยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใช้วิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาโรคให้หายขาด แต่ก็มีโรคและผู้ป่วยที่มีลักษณะพิเศษหรือมีความซับซ้อนพอควร “วิธีการรักษาที่ดีที่สุด” อาจจะไม่ชัดเจนนัก อาทิ ตามการเปลี่ยนแปลงของอาการโรค การรักษาบางอย่างอาจมีความเสี่ยง ผลที่ได้ก็ยากที่จะมีความมั่นใจได้ จะรักษาหรือไม่ก็ยากที่จะวินิจฉัยได้ และยังมีอีกบางสถานการณ์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีความเชื่อทางศาสนาที่ไม่ยอมรับการให้เลือด หรือรักษาหรือไม่ ปัจจัยที่ต้องพิจารณาไม่เพียงเฉพาะแค่ผลการรักษาว่าจะได้ผลหรือไม่เท่านั้น
การเลือกวิธีการรักษาของโรคเฉียบพลันร้ายแรงจำนวนไม่น้อยมีความยากลำบากมาก นอกจากจะยากต่อผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว แม้กระทั่งต่อเด็กหรือวัยรุ่นเล่า? การเลือกของพ่อแม่ก็อาจจะไม่ใช่ “วิธีการที่เหมาะสมที่สุด” เด็กๆ ไม่มีสิทธิแสดงความคิดเห็นใด ๆ กระนั้นหรือ? เมื่อเราวิเคราะห์จากตัวอย่างในต่างประเทศเป็นจรำนวนมาก จนถึงตัวอย่างแรกของเด็กชาย อู๋เจียหยวน ที่ป่วยเป็นมะเร็ง ที่กลไกการคุ้มครองสิทธิเด็กเป็นผู้ต่อสู้ให้ได้มา ทำให้เราได้เข้าใจและพิจารณาได้ว่า อะไรคือ “ผลประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชน” เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่มีความสามารถเพียงพอในการตัดสินใจด้วยตนเองกระนั้นหรือ?
แนวความคิด “ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของเด็กและเยาวชน” หมายถึงทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาชน หากเห็นว่าพวกเขาเป็นแกนหลัก ช่วยเหลือหาวิธีการที่ดีที่สุดให้แก่พวกเขา แต่แนวคิดแบบนี้จะทำให้การรักษาพยาบาลไม่ง่าย การรักษาหรือไม่รักษาหรือจะรักษาอย่างไร มิใช่คำถาม “ถูกหรือผิด” สิ่งที่ต้องคำนงถึงมิใช่เพียงการอยู่รอด แต่ยังต้องมีการคาดการณ์อนาคต ความประสงค์ รวมทั้งสภาพแวดล้อมและประเด็นที่เกี่ยวกับครอบครัวด้วย การเลือกวิธีการรักษาบางครั้งอาจจะไม่เพียงแค่ประเด็น “ต้องมีชีวิตรอด” แต่ยังรวมถึงวิธีการรักษาจะได้ผลหรือไม่ และหากไม่ได้ผลจะให้เด็กที่ป่วย “จากไป” ด้วยวิธีการที่ดีกว่านี้อย่างไร?
รอง ศ. หลินหย่าผิง แห่งคณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวทง ไต้หวัน ย้ำว่า การตัดสินใจวิธีการที่เป็นประโยชน์สูงสุดของเด็ก ๆ มากที่สุด ซึ่งรวมถึงโรคของเด็กแต่ละคน สถานะทางครอบครัว ตลอดจนอายุและสภาวะจิตใจในขณะนั้นของเด็ก ๆ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้านด้วย
รอง ศ. หลินหย่าผิง แห่งคณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวทง ไต้หวัน
ใครเล่าจะช่วยเด็ก ๆ ได้ หรือแม้แต่พูดแทนเด็ก ๆ ก้ยังทำไม่ได้ด้วย? ท่ามกลางเคสต่าง ๆ มากมาย ทางเลือกของคุณพ่อกับคุณแม่ล้วนถูกท้าทาย กระทั่งถูกหักล้างทิ้ง
“เบบี้ชาลี” ในอังกฤษเป็นตัวอย่างที่โด่งดังไปทั่วโลก หลังจากที่ “เบบี้ชาลี” หรือ Charlie Gard เกิดมาในปี 2016 ไม่นานนัก ก็ป่วยเป็นโรคพบยากอย่างรุนแรง เป็นโรคที่เกี่ยวกับ DNA มีชื่อว่า Mitochondrial DNA depletion syndrome (MDDS) ซึ่งถูกทีมแพทย์วินิจฉัยว่า สมองได้รับความเสียหายจนไม่อาจรักษาได้ ต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจ และมีอาการอวัยวะสำคัญหลายอย่างมีอาการวายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน คุณพ่อกับคุณแม่ของ “เบบี้ชาลี” ต้องระดมทุนทรัพย์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษา พยายามอย่างเต็มกำลังในการรักษา แต่ทีมหมอเห็นว่าควรให้ “เบบี้ชาลี” ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานที่ไม่จำเป็น จึงได้ยื่นฟ้องของให้ศาลมีคำพิพากษาถอดเครื่องช่วยพยุงชีวิตของ “เบบี้ชาลี” รวมทั้งใช้วิธี “การุณพิฆาต” ให้ “เบบี้ชาลี” จากโลกนี้ด้วยความสงบ
แม้คุณพ่อกับคุณแม่ของ “เบบี้ชาลี” จะยื่นอุทธรณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่อาจพลิกคำพิพากษาของศาลได้ เนื่องจากศาลเห็นว่า วิธีการรักษาที่ใช้ในปัจจุบันไม่อาจรักษาโรคของเาได้ ได้แต่เพียงเพิ่มความทุกข์ทรมานให้กับเขามากยิ่งขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้น วิธีการใดเล่าที่จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับ “เบบี้ชาลี”? ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างดุเดือด
รศ. เหลยเหวินเหมย สถาบันบัณฑิตศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวทง ไต้หวัน ปัจจุบันยังเป็นที่ปรึกษาด้านทฤษฎีแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ไทเป ก็เคยพบเหตุการณ์ในลักษณะตรงข้ามกับที่กล่าวมาข้างต้น เด็กผู้ป่วยโรคพบน้อยจะต้องรับการผ่าตัดปลูกถ่ายลำไส้เล็กตลอดชีวิต แต่ผู้ปกครองกลับปฏิเสธที่จะให้บุตรของตนรับการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคดังกล่าว เนื่องจากวิตกว่า แม้การผ่าตัดจะประสบความสำเร็จ แต่ก็คงจะให้การดูแลหลังการผ่าตัดได้ค่อนข้างยาก การใช้ชีวิตก็จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก หากเราพิจารณาจากในแง่มุมของเจ้าหน้าที่การแพทย์แล้ว อาการป่วยของเด็กมิใช่ว่าไม่อาจจะรักษาให้หายขาดได้ จึงมีจุดยืนที่ควรใหเด็กได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตามหลักการทางการแพทย์ ทีมแพทย์จึงไม่ยอมรับการตัดสินใจของผู้ปกครอง แต่ได้ระดมมันสมองของพรรคคณะแพทย์ตามหลักทฤษฎี เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด
ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมนี้ มีการพิจารณาไม่เพียงเฉพาะเพียงว่าจะสามารถรักษาได้หรือไม่ แต่ยังได้พิจารณาถึงสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองวิตกกังวลว่าประกอบด้วยปัจจัยอะไรบ้าง มาจากความวิตกกังวลที่ไม่ต้องการให้บุตรหลานของตนต้องทนทุกข์ทรมานเมื่อรับการรักษา? หรืออนาคตของลูกหลานของตน? เมื่อเสร็จสิ้นการผ่าตัดแล้ว กลับบ้าน ครอบครัวของพวกเขาจะมีความสามารถในการดูแลสุขภาพของลูกหลานเหล่านี้หรือไม่? กระทั่ง เมื่อเด็ก ๆ เหล่านี้เติบใหญ่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ด้วยเหตุนี้ เมื่อผู้ปกครองมีความเห็นแตกต่างจากเด็ก ๆ เหล่านี้ ก็ควรที่จะไปทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงเบื้องหลังของเหตุแห่งความเห็นที่ไม่ตรงกัน เมื่อทราบเหตุที่แท้จริงแล้วก็จะหาวิธีการแก้ปัญหาไปทีละเปราะ ๆ เช่น การยื่นมือให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองหาข้อมูลให้คำปรึกษา หรือให้ข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลอย่างพอเพียงเพื่อให้ผู้ปกครองที่ต้องดูแลเด็กๆ หลังการรับการผ่าตัด จึงจะเป็นผลดีในระยะยาวที่สุดของเด็ก ๆ เหล่านี้เอง
กล่าวโดยทั่วไป สมาชิกของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านทฤษฎีการแพทย์จะประกอบไปด้วยสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถทั้งทางด้านกฎหมาย จริยธรรม หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิการสังคม ซึ่งจะสามารถหาทางออกที่ค่อนข้างครบรอบด้าน และยังต้องมีการปรึกษาหารือกับทีมแพทย์ และครอบครัวอย่างเต็มที่ หาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็ก ๆ แต่ก็แน่นอนว่า ปัญหาอุปสรรคสุดท้ายของการตัดสินใจก็ยังคงกลับไปยังทีมแพทย์และผู้ปกครอง ในขณะที่อาการป่วยก็มักจะขึ้น ๆ ลง ๆ สลับซับซ้อนยิ่ง ทำให้ในช่วงเวลาที่ต่งกันก็อาจจะได้วิธีการรักษาที่ดีที่สุดไม่เหมือนกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจกัน เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน
By , Rtiสหรัฐฯ แสดงความวิตกการยั่วยุบนช่องแคบไต้หวันของกองทัพจีน
นาย Lloyd Austin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ ได้ประชุมทวิภาคีกับนาย ต่งจวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน ที่สิงคโปร์ และหลังการพบหารือดังกล่าว เพนตากอนของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า รัฐมนตรีกลาโหม สหรัฐฯ ได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับการใช้ปฏิบัติการทางทหารยั่วยุบริเวณช่องแคบไต้หวันในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนายต่งจวิน รัฐมนตรีกลาโหมของจีนได้กล่าวแสดงความคาดหวังว่า สหรัฐฯ จะไม่สนับสนุนกลุ่มแยกไต้หวันเป็นเอกราช
การแสดงท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ กล่าวได้ว่าเป็นการแสดงจุดยืนที่มีต่อสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันอีกครั้ง ที่ต้องการเห็นเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน
การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ -จีนที่สิงคโปร์
“มุมมองสิทธิเด็ก” ตัดสินใจการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมได้ด้วยตนเอง? เราควรเชื่อการตัดสินใจของเด็ก ๆ หรือไม่?
เมื่อมีอาการป่วย คุณควรทำอย่างไร? โดยทั่วไปก็จะปรึกษาทีมแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาการรักษาพยาบาล รวมทั้งอธิบายวิธีการรักษารวมทั้งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ผู้ป่วยได้เข้าใจ เมื่อผู้ป่วยเข้าใจอย่างถ่องแท้และเห็นด้วยกับการรักษาพยาบาล ก็จะเริ่มดำเนินการรักษา เป้าหมายของหมอกับผู้ป่วยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใช้วิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาโรคให้หายขาด แต่ก็มีโรคและผู้ป่วยที่มีลักษณะพิเศษหรือมีความซับซ้อนพอควร “วิธีการรักษาที่ดีที่สุด” อาจจะไม่ชัดเจนนัก อาทิ ตามการเปลี่ยนแปลงของอาการโรค การรักษาบางอย่างอาจมีความเสี่ยง ผลที่ได้ก็ยากที่จะมีความมั่นใจได้ จะรักษาหรือไม่ก็ยากที่จะวินิจฉัยได้ และยังมีอีกบางสถานการณ์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีความเชื่อทางศาสนาที่ไม่ยอมรับการให้เลือด หรือรักษาหรือไม่ ปัจจัยที่ต้องพิจารณาไม่เพียงเฉพาะแค่ผลการรักษาว่าจะได้ผลหรือไม่เท่านั้น
การเลือกวิธีการรักษาของโรคเฉียบพลันร้ายแรงจำนวนไม่น้อยมีความยากลำบากมาก นอกจากจะยากต่อผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว แม้กระทั่งต่อเด็กหรือวัยรุ่นเล่า? การเลือกของพ่อแม่ก็อาจจะไม่ใช่ “วิธีการที่เหมาะสมที่สุด” เด็กๆ ไม่มีสิทธิแสดงความคิดเห็นใด ๆ กระนั้นหรือ? เมื่อเราวิเคราะห์จากตัวอย่างในต่างประเทศเป็นจรำนวนมาก จนถึงตัวอย่างแรกของเด็กชาย อู๋เจียหยวน ที่ป่วยเป็นมะเร็ง ที่กลไกการคุ้มครองสิทธิเด็กเป็นผู้ต่อสู้ให้ได้มา ทำให้เราได้เข้าใจและพิจารณาได้ว่า อะไรคือ “ผลประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชน” เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่มีความสามารถเพียงพอในการตัดสินใจด้วยตนเองกระนั้นหรือ?
แนวความคิด “ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของเด็กและเยาวชน” หมายถึงทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาชน หากเห็นว่าพวกเขาเป็นแกนหลัก ช่วยเหลือหาวิธีการที่ดีที่สุดให้แก่พวกเขา แต่แนวคิดแบบนี้จะทำให้การรักษาพยาบาลไม่ง่าย การรักษาหรือไม่รักษาหรือจะรักษาอย่างไร มิใช่คำถาม “ถูกหรือผิด” สิ่งที่ต้องคำนงถึงมิใช่เพียงการอยู่รอด แต่ยังต้องมีการคาดการณ์อนาคต ความประสงค์ รวมทั้งสภาพแวดล้อมและประเด็นที่เกี่ยวกับครอบครัวด้วย การเลือกวิธีการรักษาบางครั้งอาจจะไม่เพียงแค่ประเด็น “ต้องมีชีวิตรอด” แต่ยังรวมถึงวิธีการรักษาจะได้ผลหรือไม่ และหากไม่ได้ผลจะให้เด็กที่ป่วย “จากไป” ด้วยวิธีการที่ดีกว่านี้อย่างไร?
รอง ศ. หลินหย่าผิง แห่งคณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวทง ไต้หวัน ย้ำว่า การตัดสินใจวิธีการที่เป็นประโยชน์สูงสุดของเด็ก ๆ มากที่สุด ซึ่งรวมถึงโรคของเด็กแต่ละคน สถานะทางครอบครัว ตลอดจนอายุและสภาวะจิตใจในขณะนั้นของเด็ก ๆ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้านด้วย
รอง ศ. หลินหย่าผิง แห่งคณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวทง ไต้หวัน
ใครเล่าจะช่วยเด็ก ๆ ได้ หรือแม้แต่พูดแทนเด็ก ๆ ก้ยังทำไม่ได้ด้วย? ท่ามกลางเคสต่าง ๆ มากมาย ทางเลือกของคุณพ่อกับคุณแม่ล้วนถูกท้าทาย กระทั่งถูกหักล้างทิ้ง
“เบบี้ชาลี” ในอังกฤษเป็นตัวอย่างที่โด่งดังไปทั่วโลก หลังจากที่ “เบบี้ชาลี” หรือ Charlie Gard เกิดมาในปี 2016 ไม่นานนัก ก็ป่วยเป็นโรคพบยากอย่างรุนแรง เป็นโรคที่เกี่ยวกับ DNA มีชื่อว่า Mitochondrial DNA depletion syndrome (MDDS) ซึ่งถูกทีมแพทย์วินิจฉัยว่า สมองได้รับความเสียหายจนไม่อาจรักษาได้ ต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจ และมีอาการอวัยวะสำคัญหลายอย่างมีอาการวายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน คุณพ่อกับคุณแม่ของ “เบบี้ชาลี” ต้องระดมทุนทรัพย์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษา พยายามอย่างเต็มกำลังในการรักษา แต่ทีมหมอเห็นว่าควรให้ “เบบี้ชาลี” ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานที่ไม่จำเป็น จึงได้ยื่นฟ้องของให้ศาลมีคำพิพากษาถอดเครื่องช่วยพยุงชีวิตของ “เบบี้ชาลี” รวมทั้งใช้วิธี “การุณพิฆาต” ให้ “เบบี้ชาลี” จากโลกนี้ด้วยความสงบ
แม้คุณพ่อกับคุณแม่ของ “เบบี้ชาลี” จะยื่นอุทธรณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่อาจพลิกคำพิพากษาของศาลได้ เนื่องจากศาลเห็นว่า วิธีการรักษาที่ใช้ในปัจจุบันไม่อาจรักษาโรคของเาได้ ได้แต่เพียงเพิ่มความทุกข์ทรมานให้กับเขามากยิ่งขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้น วิธีการใดเล่าที่จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับ “เบบี้ชาลี”? ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างดุเดือด
รศ. เหลยเหวินเหมย สถาบันบัณฑิตศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวทง ไต้หวัน ปัจจุบันยังเป็นที่ปรึกษาด้านทฤษฎีแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ไทเป ก็เคยพบเหตุการณ์ในลักษณะตรงข้ามกับที่กล่าวมาข้างต้น เด็กผู้ป่วยโรคพบน้อยจะต้องรับการผ่าตัดปลูกถ่ายลำไส้เล็กตลอดชีวิต แต่ผู้ปกครองกลับปฏิเสธที่จะให้บุตรของตนรับการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคดังกล่าว เนื่องจากวิตกว่า แม้การผ่าตัดจะประสบความสำเร็จ แต่ก็คงจะให้การดูแลหลังการผ่าตัดได้ค่อนข้างยาก การใช้ชีวิตก็จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก หากเราพิจารณาจากในแง่มุมของเจ้าหน้าที่การแพทย์แล้ว อาการป่วยของเด็กมิใช่ว่าไม่อาจจะรักษาให้หายขาดได้ จึงมีจุดยืนที่ควรใหเด็กได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตามหลักการทางการแพทย์ ทีมแพทย์จึงไม่ยอมรับการตัดสินใจของผู้ปกครอง แต่ได้ระดมมันสมองของพรรคคณะแพทย์ตามหลักทฤษฎี เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด
ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมนี้ มีการพิจารณาไม่เพียงเฉพาะเพียงว่าจะสามารถรักษาได้หรือไม่ แต่ยังได้พิจารณาถึงสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองวิตกกังวลว่าประกอบด้วยปัจจัยอะไรบ้าง มาจากความวิตกกังวลที่ไม่ต้องการให้บุตรหลานของตนต้องทนทุกข์ทรมานเมื่อรับการรักษา? หรืออนาคตของลูกหลานของตน? เมื่อเสร็จสิ้นการผ่าตัดแล้ว กลับบ้าน ครอบครัวของพวกเขาจะมีความสามารถในการดูแลสุขภาพของลูกหลานเหล่านี้หรือไม่? กระทั่ง เมื่อเด็ก ๆ เหล่านี้เติบใหญ่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ด้วยเหตุนี้ เมื่อผู้ปกครองมีความเห็นแตกต่างจากเด็ก ๆ เหล่านี้ ก็ควรที่จะไปทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงเบื้องหลังของเหตุแห่งความเห็นที่ไม่ตรงกัน เมื่อทราบเหตุที่แท้จริงแล้วก็จะหาวิธีการแก้ปัญหาไปทีละเปราะ ๆ เช่น การยื่นมือให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองหาข้อมูลให้คำปรึกษา หรือให้ข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลอย่างพอเพียงเพื่อให้ผู้ปกครองที่ต้องดูแลเด็กๆ หลังการรับการผ่าตัด จึงจะเป็นผลดีในระยะยาวที่สุดของเด็ก ๆ เหล่านี้เอง
กล่าวโดยทั่วไป สมาชิกของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านทฤษฎีการแพทย์จะประกอบไปด้วยสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถทั้งทางด้านกฎหมาย จริยธรรม หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิการสังคม ซึ่งจะสามารถหาทางออกที่ค่อนข้างครบรอบด้าน และยังต้องมีการปรึกษาหารือกับทีมแพทย์ และครอบครัวอย่างเต็มที่ หาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็ก ๆ แต่ก็แน่นอนว่า ปัญหาอุปสรรคสุดท้ายของการตัดสินใจก็ยังคงกลับไปยังทีมแพทย์และผู้ปกครอง ในขณะที่อาการป่วยก็มักจะขึ้น ๆ ลง ๆ สลับซับซ้อนยิ่ง ทำให้ในช่วงเวลาที่ต่งกันก็อาจจะได้วิธีการรักษาที่ดีที่สุดไม่เหมือนกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจกัน เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน