
Sign up to save your podcasts
Or


๑. โพลระบุเจอร์รี่ กัว มีลุ้นคว้าตำแหน่งผู้นำไต้หวันปี 2024
แม้การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน สมัยต่อไปยังมีเวลาอีกประมาณ 1 ปี แต่ตอนนี้ สื่อต่าง ๆ ในไต้หวัน ต่างเริ่มจับตามองบุคคลที่อาจลงสนามชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวันจากพรรคการเมืองต่าง ๆ และมีการจัดทำคะแนนนิยมของบุคคลที่คาดว่าจะเป็นตัวแทนของพรรคการเมืองลงชิงชัยตำแหน่งดังกล่าว
ล่าสุด สถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวี TVBS ในไต้หวัน ได้สำรวจคะแนนนิยมของบุคคลที่คาดว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ในปีหน้า โดยเปรียบเทียบคะแนนนิยมของนายกัวไถหมิง หรือเจอร์รี่ กัว ผู้ก่อตั้งและเจ้าของฟอกซ์คอน์น หรือนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป จากพรรคก๊กมินตั๋ง ล้วนมีคะแนนนิยมเหนือรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP ซึ่งถูกคาดว่าจะเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวันในปี 2024 และนายเคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้ว่าการกรุงไทเปในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวันหรือ TPP ในระดับที่มีนัยสำคัญพอสมควรทิ้งห่างประมาณ 9-14% โดยนายกัวไถหมิง ได้รับความยอมรับจากผู้ถูกสำรวจค่อนข้างสูงในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน
แม้ในช่วงที่ผ่านมา นายเคอเหวินเจ๋อ หัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวัน จะจับมือกับนายกัวฯ ส่งคนสนิทของนายกัวฯ ลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งที่ผ่านมา ทำให้มีคำถามว่า ทั้งสองจะจับมือกันในการเลือกตั้งผู้นำไต้หวันปี 2024 หรือไม่ ซึ่งนายเคอฯ พยายามลดสีสรรประเด็นดังกล่าวบอกแต่เพียงว่า อย่าวิตกไปเลยยยยย ซึ่งผลการสำรวจคะแนนนิยมล่าสุดของ TVBS ล่าสุด พบว่า หากนายกัวฯ เป็นตัวแทนพรรคก๊กมินตั๋งลงชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวัน แข่งกับนายไล่ชิงเต๋อ พรรค DPP และนายเคอฯ พรรคประชาชนไต้หวัน พบว่า นายกัวฯ มีเสียงสนับสนุนมากที่สุด ส่วนนายเคอฯ อยู่อันดับสุดท้าย ในขณะที่หากพรรคก๊กมินตั๋งส่งนายโหวฯ ลงชิงชัย ผลที่ได้ก็จะเหมือนเดิม แต่นายเคอฯ ได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นอีก 1% เท่านั้น ซึ่งไม่มีนัยสำคัญทางด้านสถิติ
นายเจอร์รี่ กัว ผู้ก่อตั้งและเจ้าของฟอกซ์คอน์น ไต้หวัน มหาเศรษฐีไต้หวัน
นายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในทำนองเดียวกันมาโดยตลอดว่า “ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดของผมก็คือการทำงานในหน้าที่ผู้ว่าการนครนิวไทเปให้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนครนิวไทเปกำลังผลักดันแผนพัฒนาวิสัยทัศน์ปี 2030 ต้องทุ่มเททุกอย่างให้แก่งานของนครนิวไทเป ให้การพัฒนานครนิวไทเปเป็นที่ประจักษ์ในสายตาของประชาชนให้ได้”
อย่างไรก็ดี หากนายโหวฯ จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้นำไต้หวันในปี 2024 ประเด็นที่จะถูกตรวจสอบจากประชาชนว่าสมควรเป็นผู้นำไต้หวันหรือไม่ก็คือประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน ซึ่งการสำรวจนี้พบว่า นายโหวฯ ไม่ได้โดดเด่นไปกว่าคู่แข่งแม้แต่น้อย ในขณะที่นายเจอร์รี่ กัว ได้รับความเชื่อถือในประเด็นนี้ถึง 30% นำโด่งคู่แข่งอย่างรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อที่ประกาศว่าตนคือ “ผู้มีความคิดแยกไต้หวันเป็นเอกราชในภาคปฏิบัติ” มาเป็นอันดับ 2 แซงหน้านายโหวฯ ที่อยู่ในอันดับ 3 ส่วนนายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง ได้รับความไว้วางใจไม่ถึง 10%
ส่วนคะแนนนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในไต้หวัน นายเคอเหวินเจ๋อนำโด่งคู่แข่งอื่น ๆ ในส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุระหว่าง 20-39 ปี ในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนนายโหวฯ กับนายกัวฯ ไม่แตกต่างกันมากในเรื่องของกลุ่มอายุ ส่วนรองประธานาธิบดีไล่ฯ ก็มิได้มีความได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นแม้แต่น้อย
นางอู๋ซือเหยา ส.ส. พรรค DPP ยอมรับโดยดุษฎีว่า สถานการณ์ในปัจจุบันไม่เป็นผลดีต่อพรรค DPP ส่วนบุคลิกเฉพาะตัวของรองประธานาธิบดีไล่ฯ ก็ยังไม่อาจแสดงผลออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้น เราจึงเคารพต่อผลการสำรวจดังกล่าว นอกจากนี้ สถานการณ์ในปัจจุบันประชาชนทั่วไปยังคงให้คะแนนแก่นายกัว และนายโหว ค่อนข้างสูง ส่วนฝ่ายพรรคดีพีพีก็ประเมินว่า เมื่อรองประธานาธิบดีไล่ฯ ประกาศลงชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวันอย่างเป็นทางการ สถานการณ์ก็จะพลิกกับมาสู่รองประธานาธิบดีไล่ฯ อย่างแน่นอน
ผลการสำรวจคะแนนนิยมผู้ที่คาดว่าจะลงชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวัน 2024 TVBS
๒. โหวโหย่วอี๋คะแนนนิยมตามหลังรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ แต่ยังมีลุ้น
มูลนิธิไต้หวันโอพิเนี่ยน ได้สำรวจคะแนนนิยมของบุคคลที่คาดว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้นำไต้หวันของพรรคการเมืองต่าง ๆ ในปีหน้า ซึ่งพบว่า ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา คะแนนนิยมของนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป ลดลงถึง 7.3% ถูกรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ แซงโค้งไป 2.6% แต่ก็ยังอยู่ในแนวความคลาดเคลื่อน 3% จึงอาจกล่าวได้ว่า ยังเสมอกันอยู่ นายโหยวอินหลง ประธานมูลนิธิบอกว่า ประเด็นปมเงื่อนอยู่ที่ว่า นายเคอเหวินเจ๋อ หัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวันหรือ TPP จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้นำไต้หวันด้วยหรือไม่ หากเขาไม่ลงสมัครก็อาจประกาศได้เลยว่า ยุคแห่งการเป็นพรรครัฐบาลของพรรค DPP เป็นเวลา 8 ปี ต้องถึงแก่จุดจบอย่างแน่นอน
เมื่อทราบผลโพล นายโหวฯ ได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวว่า “ตอนนี้ ตนเป็นผู้ว่านิวไทเป ซึ่งตนยังมีแผนพัฒนาปี 2030 ที่จะต้องมุมานะพยายามต่อไป พัฒนานิวไทเปให้ชาวนิวไทเปได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับย้ำว่า แต่ละคนก็มีบทบาท มีหน้าที่ของตน
๒. ไต้หวันเรียกพลทหารหญิงรุ่นแรก 200 คน
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2566 All-Out Defense Mobilization Agency (AODMA) กระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ได้ประกาศเรียกพลทหารกองหนุนหญิงเป็นรุ่นแรกในปีนี้จำนวน 200 คน ในไตรมาส 2 ตามความสมัครใจ อย่างไรก็ดี จำนวนพลจะพิจารณาตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ การเรียกพลทหารกองหนุนหญิงของไต้หวันจะให้ค่าตอบแทนจำนวน 5,000 ดอลลาร์ไต้หวัน เมื่อถูกเรียกตัวและเข้าฝึกอบรมจนจบหลักสูตรรวม 5 ครั้ง หากเข้ารับการฝึกอบรม 5-7 วัน ให้นับเป็นการเรียกตัว 1 ครั้ง หากเข้ารับการฝึกอบรม 14 วัน คิดเป็น 2 ครั้ง ส่วนทหารอาสาสมัครที่ประจำการในกรมกอง เมื่อประจำการครบ 29 วัน ให้นับเป็นการเรียกพล 1 ครั้ง
กระทรวงกลาโหม ไต้หวันวางแผนการเรียกพลตามความต้องการของแต่ละเหล่าทัพ ซึ่งการเรียกพลทหารหญิงในปีนี้ถือเป็นครั้งแรก ซึ่งจะแบ่งการฝึกอบรมเป็น 4 ส่วน ภาคเหนือ กลาง ใต้ และตะวันออก โดยกระทรวงกลาโหมจะพิจารณาวางแผนการฝึกอบรมตามจำนวนของผู้สมัครรับการฝึกอบรม
นอกจากนี้ ไต้หวันยังเรียกพลทหารกองหนุนชาย ในไตรมาส 2 ของปีนี้ด้วย โดยแบ่งเป็น ฝึกอบรม 14 วันจำนวน 3 รุ่น ฝึกอบรม 5-7 วัน จำนวน 70 รุ่น ขึ้นกับจำนวนผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม
การเรียกพลทหารกองหนุนของไต้หวันเป็นไปตามสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน ที่จีนเพิ่มความเข้มข้นในการกดดันทางทหารต่อไต้หวัน การส่งเรือรบ เครื่องบินทหาร ป้วนเปี้ยนใกล้ไต้หวันและล้ำแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน ล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ) ของไต้หวันบ่อยครั้งและมีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุพิเศษขึ้นบนช่องแคบไต้หวัน อาทิ มีนักการเมืองหรือบุคคลสำคัญจากต่างประเทศเยือนไต้หวัน การอนุมัติการจำหน่ายอาวุธให้ไต้หวัน ฯลฯ
แผนการปฏิรูปกองทัพไต้หวัน เรียกพลทหารกองหนุนตั้งแต่ปี 2018 (SETN)
By , Rti๑. โพลระบุเจอร์รี่ กัว มีลุ้นคว้าตำแหน่งผู้นำไต้หวันปี 2024
แม้การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน สมัยต่อไปยังมีเวลาอีกประมาณ 1 ปี แต่ตอนนี้ สื่อต่าง ๆ ในไต้หวัน ต่างเริ่มจับตามองบุคคลที่อาจลงสนามชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวันจากพรรคการเมืองต่าง ๆ และมีการจัดทำคะแนนนิยมของบุคคลที่คาดว่าจะเป็นตัวแทนของพรรคการเมืองลงชิงชัยตำแหน่งดังกล่าว
ล่าสุด สถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวี TVBS ในไต้หวัน ได้สำรวจคะแนนนิยมของบุคคลที่คาดว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ในปีหน้า โดยเปรียบเทียบคะแนนนิยมของนายกัวไถหมิง หรือเจอร์รี่ กัว ผู้ก่อตั้งและเจ้าของฟอกซ์คอน์น หรือนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป จากพรรคก๊กมินตั๋ง ล้วนมีคะแนนนิยมเหนือรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP ซึ่งถูกคาดว่าจะเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวันในปี 2024 และนายเคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้ว่าการกรุงไทเปในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวันหรือ TPP ในระดับที่มีนัยสำคัญพอสมควรทิ้งห่างประมาณ 9-14% โดยนายกัวไถหมิง ได้รับความยอมรับจากผู้ถูกสำรวจค่อนข้างสูงในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน
แม้ในช่วงที่ผ่านมา นายเคอเหวินเจ๋อ หัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวัน จะจับมือกับนายกัวฯ ส่งคนสนิทของนายกัวฯ ลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งที่ผ่านมา ทำให้มีคำถามว่า ทั้งสองจะจับมือกันในการเลือกตั้งผู้นำไต้หวันปี 2024 หรือไม่ ซึ่งนายเคอฯ พยายามลดสีสรรประเด็นดังกล่าวบอกแต่เพียงว่า อย่าวิตกไปเลยยยยย ซึ่งผลการสำรวจคะแนนนิยมล่าสุดของ TVBS ล่าสุด พบว่า หากนายกัวฯ เป็นตัวแทนพรรคก๊กมินตั๋งลงชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวัน แข่งกับนายไล่ชิงเต๋อ พรรค DPP และนายเคอฯ พรรคประชาชนไต้หวัน พบว่า นายกัวฯ มีเสียงสนับสนุนมากที่สุด ส่วนนายเคอฯ อยู่อันดับสุดท้าย ในขณะที่หากพรรคก๊กมินตั๋งส่งนายโหวฯ ลงชิงชัย ผลที่ได้ก็จะเหมือนเดิม แต่นายเคอฯ ได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นอีก 1% เท่านั้น ซึ่งไม่มีนัยสำคัญทางด้านสถิติ
นายเจอร์รี่ กัว ผู้ก่อตั้งและเจ้าของฟอกซ์คอน์น ไต้หวัน มหาเศรษฐีไต้หวัน
นายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในทำนองเดียวกันมาโดยตลอดว่า “ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดของผมก็คือการทำงานในหน้าที่ผู้ว่าการนครนิวไทเปให้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนครนิวไทเปกำลังผลักดันแผนพัฒนาวิสัยทัศน์ปี 2030 ต้องทุ่มเททุกอย่างให้แก่งานของนครนิวไทเป ให้การพัฒนานครนิวไทเปเป็นที่ประจักษ์ในสายตาของประชาชนให้ได้”
อย่างไรก็ดี หากนายโหวฯ จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้นำไต้หวันในปี 2024 ประเด็นที่จะถูกตรวจสอบจากประชาชนว่าสมควรเป็นผู้นำไต้หวันหรือไม่ก็คือประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน ซึ่งการสำรวจนี้พบว่า นายโหวฯ ไม่ได้โดดเด่นไปกว่าคู่แข่งแม้แต่น้อย ในขณะที่นายเจอร์รี่ กัว ได้รับความเชื่อถือในประเด็นนี้ถึง 30% นำโด่งคู่แข่งอย่างรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อที่ประกาศว่าตนคือ “ผู้มีความคิดแยกไต้หวันเป็นเอกราชในภาคปฏิบัติ” มาเป็นอันดับ 2 แซงหน้านายโหวฯ ที่อยู่ในอันดับ 3 ส่วนนายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง ได้รับความไว้วางใจไม่ถึง 10%
ส่วนคะแนนนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในไต้หวัน นายเคอเหวินเจ๋อนำโด่งคู่แข่งอื่น ๆ ในส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุระหว่าง 20-39 ปี ในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนนายโหวฯ กับนายกัวฯ ไม่แตกต่างกันมากในเรื่องของกลุ่มอายุ ส่วนรองประธานาธิบดีไล่ฯ ก็มิได้มีความได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นแม้แต่น้อย
นางอู๋ซือเหยา ส.ส. พรรค DPP ยอมรับโดยดุษฎีว่า สถานการณ์ในปัจจุบันไม่เป็นผลดีต่อพรรค DPP ส่วนบุคลิกเฉพาะตัวของรองประธานาธิบดีไล่ฯ ก็ยังไม่อาจแสดงผลออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้น เราจึงเคารพต่อผลการสำรวจดังกล่าว นอกจากนี้ สถานการณ์ในปัจจุบันประชาชนทั่วไปยังคงให้คะแนนแก่นายกัว และนายโหว ค่อนข้างสูง ส่วนฝ่ายพรรคดีพีพีก็ประเมินว่า เมื่อรองประธานาธิบดีไล่ฯ ประกาศลงชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวันอย่างเป็นทางการ สถานการณ์ก็จะพลิกกับมาสู่รองประธานาธิบดีไล่ฯ อย่างแน่นอน
ผลการสำรวจคะแนนนิยมผู้ที่คาดว่าจะลงชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวัน 2024 TVBS
๒. โหวโหย่วอี๋คะแนนนิยมตามหลังรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ แต่ยังมีลุ้น
มูลนิธิไต้หวันโอพิเนี่ยน ได้สำรวจคะแนนนิยมของบุคคลที่คาดว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้นำไต้หวันของพรรคการเมืองต่าง ๆ ในปีหน้า ซึ่งพบว่า ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา คะแนนนิยมของนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป ลดลงถึง 7.3% ถูกรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ แซงโค้งไป 2.6% แต่ก็ยังอยู่ในแนวความคลาดเคลื่อน 3% จึงอาจกล่าวได้ว่า ยังเสมอกันอยู่ นายโหยวอินหลง ประธานมูลนิธิบอกว่า ประเด็นปมเงื่อนอยู่ที่ว่า นายเคอเหวินเจ๋อ หัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวันหรือ TPP จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้นำไต้หวันด้วยหรือไม่ หากเขาไม่ลงสมัครก็อาจประกาศได้เลยว่า ยุคแห่งการเป็นพรรครัฐบาลของพรรค DPP เป็นเวลา 8 ปี ต้องถึงแก่จุดจบอย่างแน่นอน
เมื่อทราบผลโพล นายโหวฯ ได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวว่า “ตอนนี้ ตนเป็นผู้ว่านิวไทเป ซึ่งตนยังมีแผนพัฒนาปี 2030 ที่จะต้องมุมานะพยายามต่อไป พัฒนานิวไทเปให้ชาวนิวไทเปได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับย้ำว่า แต่ละคนก็มีบทบาท มีหน้าที่ของตน
๒. ไต้หวันเรียกพลทหารหญิงรุ่นแรก 200 คน
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2566 All-Out Defense Mobilization Agency (AODMA) กระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ได้ประกาศเรียกพลทหารกองหนุนหญิงเป็นรุ่นแรกในปีนี้จำนวน 200 คน ในไตรมาส 2 ตามความสมัครใจ อย่างไรก็ดี จำนวนพลจะพิจารณาตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ การเรียกพลทหารกองหนุนหญิงของไต้หวันจะให้ค่าตอบแทนจำนวน 5,000 ดอลลาร์ไต้หวัน เมื่อถูกเรียกตัวและเข้าฝึกอบรมจนจบหลักสูตรรวม 5 ครั้ง หากเข้ารับการฝึกอบรม 5-7 วัน ให้นับเป็นการเรียกตัว 1 ครั้ง หากเข้ารับการฝึกอบรม 14 วัน คิดเป็น 2 ครั้ง ส่วนทหารอาสาสมัครที่ประจำการในกรมกอง เมื่อประจำการครบ 29 วัน ให้นับเป็นการเรียกพล 1 ครั้ง
กระทรวงกลาโหม ไต้หวันวางแผนการเรียกพลตามความต้องการของแต่ละเหล่าทัพ ซึ่งการเรียกพลทหารหญิงในปีนี้ถือเป็นครั้งแรก ซึ่งจะแบ่งการฝึกอบรมเป็น 4 ส่วน ภาคเหนือ กลาง ใต้ และตะวันออก โดยกระทรวงกลาโหมจะพิจารณาวางแผนการฝึกอบรมตามจำนวนของผู้สมัครรับการฝึกอบรม
นอกจากนี้ ไต้หวันยังเรียกพลทหารกองหนุนชาย ในไตรมาส 2 ของปีนี้ด้วย โดยแบ่งเป็น ฝึกอบรม 14 วันจำนวน 3 รุ่น ฝึกอบรม 5-7 วัน จำนวน 70 รุ่น ขึ้นกับจำนวนผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม
การเรียกพลทหารกองหนุนของไต้หวันเป็นไปตามสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน ที่จีนเพิ่มความเข้มข้นในการกดดันทางทหารต่อไต้หวัน การส่งเรือรบ เครื่องบินทหาร ป้วนเปี้ยนใกล้ไต้หวันและล้ำแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน ล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ) ของไต้หวันบ่อยครั้งและมีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุพิเศษขึ้นบนช่องแคบไต้หวัน อาทิ มีนักการเมืองหรือบุคคลสำคัญจากต่างประเทศเยือนไต้หวัน การอนุมัติการจำหน่ายอาวุธให้ไต้หวัน ฯลฯ
แผนการปฏิรูปกองทัพไต้หวัน เรียกพลทหารกองหนุนตั้งแต่ปี 2018 (SETN)