
Sign up to save your podcasts
Or


จับกระแสในรอบสัปดาห์
ลือแล้วลืออีก!!! สหรัฐฯ อพยพชาวอเมริกันออกจากไต้หวันกระทรวงต่างประเทศ ไต้หวันย้ำเป็นข่าวลือ
สืบเนื่องจากมีข่าวลืออย่างหนาหูทางโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ ได้อพยพพลเมืองของตนออกจากไต้หวันแล้ว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ได้ประสานงานกับสำนักงานเอไอที ในฐานะสถานทูตสหรัฐฯ ประจำไต้หวัน ขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น
นายหลิวหย่งเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา ในไลน์กลุ่มต่าง ๆ มีการแชร์ข่าวลือข่าวปลอม ปั่นข่าวสหรัฐฯ อพยพพลเมืองของตนออกจากไต้หวัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวลือในลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง ซึ่งล้วนเป็นการจงใจปล่อยข่าวลือที่เป็นข่าวเท็จ นอกจากกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันจะได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้ว ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวเช่นเดียวกัน
กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันได้ขอให้ประชาชนเสริมความระมัดระวังให้สูงขึ้น เสริมการแยกแยะข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งอาศัยกลไกการตรวจสอบข่าวปลอมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการทำสงครามจิตวิทยาจากฝ่ายตรงข้าม
ซ้อมรบร่วมไทย-จีน คานอำนาจบนแหลมอินโดจีน พร้อมขายอาวุธด้วย
บทวิเคราะห์ชิ้นนี้เขียนโดย พลอากาศโทจางถิงถิง อดีตรองผู้บัญชาการทหารอากาศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน วิเคราะห์การซ้อมรบร่วมระหว่างไทยกับจีน ประจำปี 2023 โดยระบุว่า ในช่วงขณะที่สหรัฐฯ กับฟิลิปปินส์กำลังจัดการซ้อมรบร่วมทางอากาศ ระยะ 2 จีนกับไทยก็กำลังเตรียมการซ้อมรบประจำปี 2023 ในชื่อที่ว่า “'Falcon Strike-2023” ในเดือนนี้ เนื่องจากขนาดและเครื่องบินรบที่เข้าร่วมการฝึกซ้อมแตกต่างกันพอควร ไม่เพียงแต่มองได้ว่าเป็นการประลองกำลังกันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในสนามรบอาเซียนเท่านั้น แต่จีนก็จะอาศัยโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์โฆษณาขายอาวุธ และเครื่องบินทหารให้ไทยด้วย
การซ้อมร่วมทางอากาศ “'Falcon Strike” ที่จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติจำนวนไม่มากที่จีนจะมีโอกาสสำแดงพลังด้านการทหารของกองทัพของตน การซ้อมรบดังกล่าวมีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2015 แต่ระงับไป 3 ปี เนื่องจากโควิด - 19 ส่วนปีนี้ก็เป็นการซ้อมรบร่วมครั้งที่ 6 แตกต่างจากการซ้อมรบครั้งก่อน ๆ เมื่อจีนจัดส่งเครื่องบินรบหลักของกองทัพจีนคือเครื่องบินรบ J-10C ที่เพิ่งออกแบบสร้างเสร็จเรียบร้อย โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เครื่องบินรบ JAS-39C/Dของกองทัพไทย ซึ่งผลิตโดยสวีเดน ซึ่งถือเป็นเครื่องบินรบกำลังหลักในกองทัพไทย และเป้าหมายของการซ้อมรบก็คือความพยายามของจีนที่จะขยายตลาดอาวุธที่จีนผลิตในตลาดอาเซียน ส่วนเป้าหมายระยะยาวอยู่ที่การคานอำนาจทางยุทธศาสตร์ในอินโดจีน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน จีนเพิ่งขายเครื่องบินรบ J-10C รุ่นใหม่นี้ให้แก่ปากีสถาน เป็นที่สนใจจับตามองของประเทศโลกที่ 3 ในอเมริกาใต้อย่างอาร์เจนตินา และเห็นว่า จีนไม่เหมือนยุโรปหรือสหรัฐฯ ที่ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อนำมาพิจารณาปรับลดสมรรถนะของเครื่องบินรบที่ตนขายให้ ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าจีนไม่มีการพิจารณาประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้แบบจุกจิก ส่งออกในลักษณะที่มีสมรรถนะที่สมบูรณ์แบบของตนให้แก่ประเทศผู้ซื้อ ทั้งนี้ นี่เป็นเพียงหนึ่งในยุทธศาสตร์การส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของจีนเท่านั้น จีนยังสามารถอาศัย “โอกาส” นี้ ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและยุทธวิธีในการสู้รบของกองทัพตะวันตก และยังสามารถเสริมสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายทหารระดับสูงของประเทศผู้นำเข้าอาวุธได้อีกด้วย
เมื่อพิจารณาจากวิสัยทัศน์ในประวัติศาสตร์ยุคใกล้ของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนแล้ว จะเห็นได้ว่า พลังของลัทธิอาณานิคมของประเทศมหาอำนาจยุโรป ดูเหมือนว่ามีอิทธิพลต่อการพัฒนาของประเทศเหล่านี้มานานนับร้อยปีทีเดียว แต่ก็มีเพียงไทยเพียงประเทศเดียวที่ได้อาศัยแทคติกหลบหลีกการรุกรานด้วยกำลังทหารจากประเทศตะวันตกเหล่านี้ ไม่เพียงแต่สามารถรักษาอำนาจของสถาบันกษัตริย์ให้ดำรงอยู่ต่อไปได้เท่านั้น ในทางตรงข้ามยังได้อาศัยความขัดแย้งระหว่างลัทธิประชาชาตินิยมกับลัทธิล่าอาณานิคมมาพัฒนาไทยให้มีความเจริญรุ่งเรือง กระทั่งในช่วงสงครามเวียดนามยังได้ให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ไทยเป็นฐานทัพด้วย จนสามารถได้รับความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ ได้เป็นจำนวนมาก เสริมกำลังของกองทัพไทยให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไทยอยู่ภายใต้การปกครองของพลอ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดซื้ออาวุธจากจีนอย่างต่อเนื่อง อย่างเรือรบสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก071ET ขนาดระวางขับน้ำ 20,000 ตัน ซึ่งไม่ยากที่จะเห็นได้ว่าจีนมียุทธศาสตร์ที่ต้องการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ประเทศในอาเซียนอย่างชัดเจน การซ้อมรบในครั้งนี้ มีกองทัพอากาศของไทยเป็นแกนนำ ส่วนกองทัพอากาศจีนก็เข้าร่วมการฝึกซ้อมร่วมเป็นประจำทุกปี เป้าหมายอยู่ที่การเสริมความร่วมมือด้านการทหารระหว่างกัน เสริมการแบ่งปันผลประโยชน์ทางการเมืองในภูมิภาคนี้ จนมุ่งสู่เป้าหมายการ “เบียดขับพลังจากภายนอก” แต่ในการเชิญประเทศอื่น ๆ เข้าร่วมการซ้อมรบก็หลีกเลี่ยงไม่เชิญมาเลเซีย เมียนมา และลาว ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทย เข้าร่วมด้วย โดยผิวเผินแล้วอาจจะรุู้สึกว่าจีนให้สิทธิพิเศษแก่ไทยเพียงประเทศเดียว ซึ่งบรรลุเป้าหมายในการยึดกุมอำนาจบนน่านฟ้าในอินโดจีนด้วย
แม้ไทยจะยังไม่มีฐานะเป็นพันธมิตรทางทหารของสหรัฐฯ ในลักษณะเดียวกันกับญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ก็ตาม แต่ในการซ้อมรบทางทหารประจำปีในลักษณะหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์ กลับจะทำให้กลุ่มทหารที่กุมอำนาจมีหมากต่อรองในการแข่งขันเพื่อผลประโยชน์ของตนได้ ความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่มีมาแต่ตั้งเดิม แต่ในปัจจุบันอยู่ในสภาพที่ต่างฝ่ายต่างแสดงบทบาทตามฐานะและผลประโยชน์ที่ตนต้องการ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียนอื่น ๆ ฝ่ายทหารของไทยยังเป็นฝ่ายกุมอำนาจในการซ้อมรบร่วมกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งจีนก็เข้าใจประเด็นนี้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้การซ้อมรบร่วมระหว่างไทยกับจีนจะเป็นการขยายโอกาสในการร่วมมือมือด้านการทหารระหว่างกัน และก็เป็นจุดโฟกัสที่ถูกจับตามองจากทั่วโลกด้วย ไต้หวันเองก็จับตาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนที่พัฒนาไปในแนวลึกมากยิ่งขึ้น จับตาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับความร่วมมือระหว่างไต้หวันกับไทยที่มีอยู่เดิม
นายทัพอากาศไทย-จีน ถ่ายภาพร่วมกันในการฝึกซ้อมร่วม “'Falcon Strike-2022”เมื่อปีที่แล้ว
(ภาพจาก https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/178076#&gid=null&pid=2 )
By , Rtiจับกระแสในรอบสัปดาห์
ลือแล้วลืออีก!!! สหรัฐฯ อพยพชาวอเมริกันออกจากไต้หวันกระทรวงต่างประเทศ ไต้หวันย้ำเป็นข่าวลือ
สืบเนื่องจากมีข่าวลืออย่างหนาหูทางโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ ได้อพยพพลเมืองของตนออกจากไต้หวันแล้ว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ได้ประสานงานกับสำนักงานเอไอที ในฐานะสถานทูตสหรัฐฯ ประจำไต้หวัน ขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น
นายหลิวหย่งเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา ในไลน์กลุ่มต่าง ๆ มีการแชร์ข่าวลือข่าวปลอม ปั่นข่าวสหรัฐฯ อพยพพลเมืองของตนออกจากไต้หวัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวลือในลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง ซึ่งล้วนเป็นการจงใจปล่อยข่าวลือที่เป็นข่าวเท็จ นอกจากกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันจะได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้ว ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวเช่นเดียวกัน
กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันได้ขอให้ประชาชนเสริมความระมัดระวังให้สูงขึ้น เสริมการแยกแยะข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งอาศัยกลไกการตรวจสอบข่าวปลอมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการทำสงครามจิตวิทยาจากฝ่ายตรงข้าม
ซ้อมรบร่วมไทย-จีน คานอำนาจบนแหลมอินโดจีน พร้อมขายอาวุธด้วย
บทวิเคราะห์ชิ้นนี้เขียนโดย พลอากาศโทจางถิงถิง อดีตรองผู้บัญชาการทหารอากาศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน วิเคราะห์การซ้อมรบร่วมระหว่างไทยกับจีน ประจำปี 2023 โดยระบุว่า ในช่วงขณะที่สหรัฐฯ กับฟิลิปปินส์กำลังจัดการซ้อมรบร่วมทางอากาศ ระยะ 2 จีนกับไทยก็กำลังเตรียมการซ้อมรบประจำปี 2023 ในชื่อที่ว่า “'Falcon Strike-2023” ในเดือนนี้ เนื่องจากขนาดและเครื่องบินรบที่เข้าร่วมการฝึกซ้อมแตกต่างกันพอควร ไม่เพียงแต่มองได้ว่าเป็นการประลองกำลังกันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในสนามรบอาเซียนเท่านั้น แต่จีนก็จะอาศัยโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์โฆษณาขายอาวุธ และเครื่องบินทหารให้ไทยด้วย
การซ้อมร่วมทางอากาศ “'Falcon Strike” ที่จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติจำนวนไม่มากที่จีนจะมีโอกาสสำแดงพลังด้านการทหารของกองทัพของตน การซ้อมรบดังกล่าวมีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2015 แต่ระงับไป 3 ปี เนื่องจากโควิด - 19 ส่วนปีนี้ก็เป็นการซ้อมรบร่วมครั้งที่ 6 แตกต่างจากการซ้อมรบครั้งก่อน ๆ เมื่อจีนจัดส่งเครื่องบินรบหลักของกองทัพจีนคือเครื่องบินรบ J-10C ที่เพิ่งออกแบบสร้างเสร็จเรียบร้อย โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เครื่องบินรบ JAS-39C/Dของกองทัพไทย ซึ่งผลิตโดยสวีเดน ซึ่งถือเป็นเครื่องบินรบกำลังหลักในกองทัพไทย และเป้าหมายของการซ้อมรบก็คือความพยายามของจีนที่จะขยายตลาดอาวุธที่จีนผลิตในตลาดอาเซียน ส่วนเป้าหมายระยะยาวอยู่ที่การคานอำนาจทางยุทธศาสตร์ในอินโดจีน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน จีนเพิ่งขายเครื่องบินรบ J-10C รุ่นใหม่นี้ให้แก่ปากีสถาน เป็นที่สนใจจับตามองของประเทศโลกที่ 3 ในอเมริกาใต้อย่างอาร์เจนตินา และเห็นว่า จีนไม่เหมือนยุโรปหรือสหรัฐฯ ที่ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อนำมาพิจารณาปรับลดสมรรถนะของเครื่องบินรบที่ตนขายให้ ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าจีนไม่มีการพิจารณาประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้แบบจุกจิก ส่งออกในลักษณะที่มีสมรรถนะที่สมบูรณ์แบบของตนให้แก่ประเทศผู้ซื้อ ทั้งนี้ นี่เป็นเพียงหนึ่งในยุทธศาสตร์การส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของจีนเท่านั้น จีนยังสามารถอาศัย “โอกาส” นี้ ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและยุทธวิธีในการสู้รบของกองทัพตะวันตก และยังสามารถเสริมสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายทหารระดับสูงของประเทศผู้นำเข้าอาวุธได้อีกด้วย
เมื่อพิจารณาจากวิสัยทัศน์ในประวัติศาสตร์ยุคใกล้ของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนแล้ว จะเห็นได้ว่า พลังของลัทธิอาณานิคมของประเทศมหาอำนาจยุโรป ดูเหมือนว่ามีอิทธิพลต่อการพัฒนาของประเทศเหล่านี้มานานนับร้อยปีทีเดียว แต่ก็มีเพียงไทยเพียงประเทศเดียวที่ได้อาศัยแทคติกหลบหลีกการรุกรานด้วยกำลังทหารจากประเทศตะวันตกเหล่านี้ ไม่เพียงแต่สามารถรักษาอำนาจของสถาบันกษัตริย์ให้ดำรงอยู่ต่อไปได้เท่านั้น ในทางตรงข้ามยังได้อาศัยความขัดแย้งระหว่างลัทธิประชาชาตินิยมกับลัทธิล่าอาณานิคมมาพัฒนาไทยให้มีความเจริญรุ่งเรือง กระทั่งในช่วงสงครามเวียดนามยังได้ให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ไทยเป็นฐานทัพด้วย จนสามารถได้รับความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ ได้เป็นจำนวนมาก เสริมกำลังของกองทัพไทยให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไทยอยู่ภายใต้การปกครองของพลอ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดซื้ออาวุธจากจีนอย่างต่อเนื่อง อย่างเรือรบสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก071ET ขนาดระวางขับน้ำ 20,000 ตัน ซึ่งไม่ยากที่จะเห็นได้ว่าจีนมียุทธศาสตร์ที่ต้องการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ประเทศในอาเซียนอย่างชัดเจน การซ้อมรบในครั้งนี้ มีกองทัพอากาศของไทยเป็นแกนนำ ส่วนกองทัพอากาศจีนก็เข้าร่วมการฝึกซ้อมร่วมเป็นประจำทุกปี เป้าหมายอยู่ที่การเสริมความร่วมมือด้านการทหารระหว่างกัน เสริมการแบ่งปันผลประโยชน์ทางการเมืองในภูมิภาคนี้ จนมุ่งสู่เป้าหมายการ “เบียดขับพลังจากภายนอก” แต่ในการเชิญประเทศอื่น ๆ เข้าร่วมการซ้อมรบก็หลีกเลี่ยงไม่เชิญมาเลเซีย เมียนมา และลาว ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทย เข้าร่วมด้วย โดยผิวเผินแล้วอาจจะรุู้สึกว่าจีนให้สิทธิพิเศษแก่ไทยเพียงประเทศเดียว ซึ่งบรรลุเป้าหมายในการยึดกุมอำนาจบนน่านฟ้าในอินโดจีนด้วย
แม้ไทยจะยังไม่มีฐานะเป็นพันธมิตรทางทหารของสหรัฐฯ ในลักษณะเดียวกันกับญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ก็ตาม แต่ในการซ้อมรบทางทหารประจำปีในลักษณะหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์ กลับจะทำให้กลุ่มทหารที่กุมอำนาจมีหมากต่อรองในการแข่งขันเพื่อผลประโยชน์ของตนได้ ความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่มีมาแต่ตั้งเดิม แต่ในปัจจุบันอยู่ในสภาพที่ต่างฝ่ายต่างแสดงบทบาทตามฐานะและผลประโยชน์ที่ตนต้องการ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียนอื่น ๆ ฝ่ายทหารของไทยยังเป็นฝ่ายกุมอำนาจในการซ้อมรบร่วมกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งจีนก็เข้าใจประเด็นนี้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้การซ้อมรบร่วมระหว่างไทยกับจีนจะเป็นการขยายโอกาสในการร่วมมือมือด้านการทหารระหว่างกัน และก็เป็นจุดโฟกัสที่ถูกจับตามองจากทั่วโลกด้วย ไต้หวันเองก็จับตาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนที่พัฒนาไปในแนวลึกมากยิ่งขึ้น จับตาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับความร่วมมือระหว่างไต้หวันกับไทยที่มีอยู่เดิม
นายทัพอากาศไทย-จีน ถ่ายภาพร่วมกันในการฝึกซ้อมร่วม “'Falcon Strike-2022”เมื่อปีที่แล้ว
(ภาพจาก https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/178076#&gid=null&pid=2 )