กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๕


Listen Later

๑. Stand with Ukraine ไต้หวันช่วยเหลือผู้อพยพชาวยูเครนแล้วนับพันล้าน

            กองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ของกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน สาธารณรัฐจีน สามารถระดมเงินบริจาคได้แล้วถึง 944.68 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งได้มอบให้กระทรวงการต่างประเทศรับไปเพื่อดำเนินการต่อไปแล้ว กองทุนดังกล่าวได้เปิดรับบริจาคเพื่อให้ความช่วยเหลือยูเครนเป็นกรณีเร่งด่วนในปี 2022 โดยได้รับอนุญาตให้เปิดรับบริจาคได้ตั้งแต่เมื่อ 2 มี.ค. ซึ่งจนถึงวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้รับเงินบริจาคแล้วถึงเกือบ 1000 ล้านเหรียญไต้หวัน

            กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยระบุว่า จนถึงขณะนี้ได้รับเงินบริจาคแล้ว 944.68 ล้านเหรียญไต้หวัน มีผู้บริจาครวมทั้งสิ้น 1.29348 แสนราย ส่วนยอดเงินบริจาคที่แท้จริงให้เป็นไปตามการประกาศอย่างเป็นทางการของกองทุน

            นอกจากนี้ กองทุนฯ ยังระบุว่า การรับบริจาคได้รับความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน ซึ่งต้องขอขอบคุณการประสานงานจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ อาสาสมัครของเวิร์ลวิชั่น และธนาคารที่ดินไต้หวัน ตลอดจนเอ็นจีโอต่าง ๆ ที่ร่วมกันผลักดันความช่วยเหลือดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ ตลอดจนแพลตฟอร์มที่ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ สะท้อนถึงความรักความเอื้ออารของชาวไต้หวัน

            สำหรับการส่งเงินช่วยเหลือผู้อพยพชาวยูเครน กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งมอบเงินบริจาคให้แก่ประเทศที่ร่วมให้ความช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านี้ ทั้งสโลวัค เช็ก และฮังการี ประเทศละ 1.5 ล้านดอลลาร์ และลิทัวเนีย 5 แสนดอลลาร์ ส่วนโปแลนด์ที่รับผู้อพยพมากที่สุดถึง 10 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นการมอบให้หน่วยงานในแต่ละประเทศ แบ่งเป็น 2 ระลอก วันที่ 7 และ 15 มี.ค.

            ส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน โดยนายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ก็ได้ประกาศมอบเงินบริจาคให้กับอีก 5 ประเทศ ประเทศละ 1 ล้านดอลลาร์ รวม 5 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นประมาณ 143.41 ล้านเหรียญไต้หวัน ได้แก่ สโลวัก เช็ก ลิทัวเนีย เอสโตเนีย และลัทเวีย ยอดรวมที่ไต้หวันบริจาคให้ยุโรปเพื่อการช่วยเหลือผู้อพยพทั้งสิ้นถึง 20 ล้านดอลลาร์

            นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. ไต้หวัน ได้ประกาศมอบเงินบริจาคระลอก 3 ว่า “จนถึงขณะนี้ไต้หวันได้มอบเงินบริจาคให้แก่ประเทศในยุโรปแล้วรวม 20 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังมีเงินบริจาคเหลืออีกประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตอนนี้ กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันกำลังปรึกษากับหุ้นส่วนในประชาคมโลก เพื่อหาวิธีการให้ความช่วยเหลือยูเครนอย่างเหมาะสมต่อไป”

๒. เอ็นจีโอไต้หวันร่วมประณามรัสเซีย และเรียกร้องให้รัฐบาลให้การศึกษาการปกป้องเด็กหากเกิดสงครามขึ้น

            สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยืดเยื้อมานานนับเดือน ทำให้ชาวบ้านตาดำๆ เดือดร้อน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงเด็ก ๆ ที่ยังโตไม่ทัน ไม่รู่อิโหน่อิเหน่ด้วย สมาคมส่งเสริมสิทธิเด็ก สภานิติบัญญัติไต้หวัน ได้เชิญตัวแทนองค์กรเอ็นจีโอ ไต้หวันร่วมกันออกคำประกาศร่วม นอกจากประณามรัสเซียแล้ว ยังเรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันต้องให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเรียกร้องให้รัฐบาลต้องให้การศึกษาแก่ประชาชนและหน่วยงานด้นกลาโหม บอกกับพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ว่า หากเกิดสงครามขึ้นต้องปกป้องเด็ก ๆ อย่างไร

            สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้มีเด็กชาวยูเครนจำนวนถึง 4.3 ล้านคนต้องหนีและอพยพออกจากบ้านเกิดของตน เกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนเด็ก ๆ ในยูเครน และเนื่องในวันเด็กไต้หวันคือวันนี้ 4 เม.ย. สมาคมส่งเสริมสิทธิเด็ก สภานิติบัญญัติไต้หวัน นายหลินจื้อเจีย เลขาธิการสภานิติบัญญัติ และตัวแทนจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ร่วมกับองค์เอ็นจีโอร่วมกันออกคำประกาศ “ข้อเรียกร้อง 7 ประการต้านการรุกราน” ประณามการรุกรานของรัสเซียอย่างรุนแรง

            นายซูหงฮุย ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สหพันธ์ส่งเสริมสิทธิและสวัสดิการเด็กไต้หวัน ระบุว่า “หากสภาพการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในไต้หวัน เราจะไปหาที่หลบภัยได้ที่ไหน? ที่สำคัญที่สุดก็คือการปกป้องสิทธิเด็กเป็นคุณค่าร่วมกันของประชาคมโลก เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับผู้ก่อสงคราม ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน ในฐานะที่เป็นประชากรโลก ก็ควรต้องประณาม”

            ส่วนเฉินอี้หลิง เลขาธิการสมาคมกางปีกไต้หวันก็บอกว่า “ในสงครามที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่า มีเด็ก ๆ ชาวยูเครนจำนวนมากต้องอพยพหนีตายไปชายแดนโดยที่ไม่มีผู้ปกครองไปด้วย ซึ่งกลายเป็นปัญหาการค้ามนุษย์ การละเมิดทางเพศอย่างรุนแรงขึ้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันต้องให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างทันท่วงที ในขณะที่ประชาคมโลกก็ควรที่จะมีการร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมที่กระตือรือร้นมากกว่าที่เป็นอยู่

๓.สหรัฐฯ หนุนไต้หวันร่วมกิจกรรมระหว่างประเทศ

            เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไต้หวันกับสหรัฐฯ ได้จัดการประชุมคณะทำงานระดับสูงที่กรุงวอชิงตัน โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับยุทธวิธีในการสนับงสนุนให้ไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ได้แสดงความขอบคุณต่อท่าทีการสนับสนุนไต้หวันของสหรัฐฯ ซึ่งในการประชุมทวิภาคีครั้งนี้เป็นครั้งแรกหลังเกิดโควิด-19 ระบาดอย่างรุนแรง แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นดุจหินผาของสองประเทศ

            ทั้งนี้ ไต้หวันกับสหรัฐฯ ได้จัดการประชุมระดับสูงระหว่างกันเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา แลกเปลี่ยนความเห็นในทุกมิติ อาทิ ยุทธวิธีในการสนับสนุนให้ไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมองค์กรระหว่างประเทศ ประเด็นสาธารณสุข ความปลอดภัยด้านการบิน  ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และนิติรัฐในระบอบประชาธิปไตย

            การประชุมคณะทำงานระดับสูงมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไต้หวันและสหรัฐฯ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ในส่วนของฝ่ายไต้หวันประกอบไปด้วย นายอู๋ส้างเหนียน อธิบดีกรมองค์การ เป็นหัวหน้าคณะ เซียวบีคิม ทูตไต้หวันประจำสหรัฐฯ อุปทูตหวางเหลียงอวี้ หลี่กวงจาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำนิวยอร์ก และ ซูอิ๋งจวิน ผู้อำนวยการสำนักงานไต้หวันประจำเจนีวา

            ส่วนฝ่ายสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย Michele Sison ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกรมองค์การ Nerissa Cook และ Jane Rhee รองรัฐมนตรีกรมองค์การ Matt Murray เจ้าหน้าที่อาวุโสประจำเอเปก และ Ingrid Larson กรรมการบริหารสถาบันอเมริกัน ไต้หวัน หรือ AIT

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti