
Sign up to save your podcasts
Or


๑. ผู้นำไต้หวันลั่นสู้ไม่ถอย ท่ามกลางภัยคุกคามจากจีน
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP พรรครัฐบาลไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้รับเชิญจากสมาพันธ์เสรีนานาชาติหรือ Liberal International (LI) กล่าวสุนทรพจน์ผ่านระบบออนไลน์ในพิธีเปิดการประชุมใหญ่ของสมาพันธ์ฯ ซึ่งผู้นำไต้หวันระบุว่า ท่ามกลางการระบาดของโควิด 19 ในทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญหน้ากับลัทธิอำนาจนิยมที่พยายามแทรกซึมประชาธิปไตยและละเมิดสิทธิมนุษยชน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมความเข้าใจที่มีต่อเล่ห์กลของลลัทธิอำนาจนิยม รัฐบาลอำนาจนิยมมีความเชี่ยวชาญในการแบ่งแยกแล้วปกครอง ทำลายเป็นส่วน ๆ ซึ่งเราต้องสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ประคับประคองกัน สนับสนุนกันและกันจึงจะสามารถเอาชนะการโจมตีและการแผ่อิทธิพลของลัทธิอำนาจนิยมได้ ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีนางเซี่ยเพ่ยเฟิน รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการต่างประเทศ พรรค DPP เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุม
ประธานาธิบดีไช่ฯ ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่เพิ่มความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นจากจีนมาโดยตลอด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายล้างความพยายามต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับการรุกล้ำของอำนาจนิยม ไต้หวันทั้งประชาชนและรัฐบาลไม่เพียงแต่ไม่เคยที่จะย่อท้อหรือถดถอย แต่กลับพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ต่อต้านพลังจากทั้งในและต่างประเทศที่มีจุดมุ่งหมายบ่อนทำลายความพยายามต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย พร้อมกันนี้ก็เตรียมพร้อม เสริมความร่วมมือกับประชาคมโลก มุมานะพยายามร่วมกันปกป้องกฎระเบียบของโลกเสรีประชาธิปไตย
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ระบุอีกว่า เมื่อเห็นการใช้ความรุนแรงต่อยูเครนของรัสเซีย ชาวไต้หวันก็รู้สึกภูมิใจที่สามารถช่วยเหลือชาวยูเครนปกป้องบ้านเมืองของตน แต่ความพยายามไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นี้ จำเป็นต้องเสริมสร้างความเข้าใจต่อกโลบายของกลุ่มลัทธิอำนาจนิยมอย่างถ่องแท้และลึกซึ้งยิ่งขึ้น และจะต้องกระชับความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนและปกป้องซึ่งกันและ ทางการอำนาจนิยมช่ำชองในการใช้วิธีการแบ่งแยกแล้วปกครอง บุกทำลายเป็นจุด ๆ ให้แตกสลายไป ดังนั้น เราต้องสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สนับสนุนกันและกัน จึงจะสามารถทำลายล้างลัทธิอำนาจนิยมและการขยายอิทธิพลของมันได้
๒. รัฐมนตรีอังกฤษหนุนไต้หวันปกป้องตนเอง พร้อมเตือนจีนอย่าตัดสินใจาผิดพลาด มิเช่นนั้นจะเป็นหายนะของตัวเอง เก็บรับบทเรียนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นาง Liz Truss รมว. ต่างประเทศ ของสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ ได้กล่าวในการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ ว่า จีนกำลังจับตาสถานการณ์ในยูเครนอย่างใกล้ชิดและมีความเป็นไปได้ที่อาจได้ข้อสรุปที่ผิดพลาดนำไปสู่การตัดสินใจผิด ๆ รุกล้ำไต้หวัน ซึ่งจะกลายเป็นการตัดสินใจในลักษณะหายนะ อังกฤษและพันธมิตรจะต้องพิจารณาตอบโต้ต่อพฤติกรรมการรุกรานของรัสเซียด้วยความรอบคอบ ซึ่งจะเป็นปมเงื่อนสำคัญที่จะทำให้รัสเซียพ่ายแพ้สงคราม
นาง Liz Truss ได้กล่าวถึง "หลักประกันในความพ่ายแพ้ของรัสเซีย" ขณะพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบลเยี่ยม ในที่ประชุมคณะทำงานว่า จะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ยุโรปมีสันติภาพในระยะยาวอย่างแท้จริง แต่นางฯ ได้เตือนว่า "ข้าพเจ้ารู้สึกจริง ๆ ว่า ตามการที่จีนอาศัยการบีบบังคับทางเศรษฐกิจและสร้างกองทัพที่มีสมรรถนะการสู้รบสูงมาขยายอิทธิพลของตน พวกเขาก็อาจจะเกิดความคิดผิด ๆ ขึ้นได้ จนกลายเป็นการตัดสินใจผิด ๆ ในลักษณะหายนะ เช่น การตัดสินใจรุกรานไต้หวัน"
อย่างไรก็ดี ผู้สันทัดกรณีบางส่วนเห็นว่า ก่อนหน้าที่จะขับไล่กองทัพรัสเซียออกจากยูเครนไปให้หมดสิ้น ทั้งสองฝ่ายอาจเปิดการเจรจาสันติภาพขึ้น แต่นาง Liz Truss เตือนว่า นี่เป็นเพียงการทำให้เกิด "สันติภาพจอมปลอม" เท่านั้น กระทั่งอาจก่อให้เกิดการรุกรานที่มีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีผู้สันทัดกรณีอีกส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า ในปี 2014 ที่รัสเซียส่งทหารเข้ายึดครองไครเมีย ซึ่งเดิมเป็นดินแดนของยูเครน และยึดครองดินแดนทางตะวันออกบางส่วนของยูเครน ก็เรียกร้องให้ทางการยูเครนต้องยอมประนีประนอมเพื่อยุติสงครามยูครนกับรัสเซีย ซึ่งก็คือกรอบความตกลง Minsk agreements แต่ก็ไม่สามารถระงับยับยั้งการรุกรานยูเครนของรัสเซียได้ นางฯ ระบุว่า "ข้าพเจ้าขอเรียกร้องอย่างแข็งขันว่า ต้องทำสงครามเอาชนะรัสเซียก่อน แล้วค่อยมาเจรจากัน"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษผู้นี้ระบุเพิ่มเติมอีกว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ผิดพลาดทางด้านยุทธศาสตร์ก่อสงครามกับยูเครน รัสเซียกับจีนร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด จีนกำลังขยายกำลังทหารและอิทธิพลของตนไปทั่วโลก โดยใช้วิธีการบีบบังคังทางเศรษฐกิจและการค้า ด้วยเหตุนี้ โลกเสรีจำเป็นต้องมุมานะพยายามร่วมกันช่วยเหลือปกป้องไต้หวัน ให้ไต้หวันมีความสามารถในการป้องกันตนเอง และร่วมกันย้ำความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน โดยอังกฤษจะพยายามให้ไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ รวมทั้งกระชับการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจและการค้ากับไต้หวัน โดยต้องคำนึงถึงทั้งทางด้านความปลอดภัยในส่วนของฮาร์ดแวร์และด้านเศรษฐกิจการค้าไปพร้อม ๆ กัน
นาง Liz Truss ระบุอีกว่า ยุโรปต้องพึ่งพาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ทำให้รัสเซียประเมินสถานการณ์ผิดพลาดว่าสามารถรุกรานยูเครนได้โดยไม่ต้องกังวล เพราะยุโรปยากที่จะตอบโต้ได้ นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมเราต้องสร้างหลักประกันให้แก่โลกเสรี ตลอดจนพันธมิตรของเราในแปซิฟิกใต้ อาเซียน แอฟริกา และแคริบเบียน ที่จีนมีการลงทุนจำนวนมหาศาลในภูมิภาคเหล่านี้ นางฯ ย้ำว่า เราจำเป็นต้องเก็บรับบทเรียน อย่าทำให้ยุทธศาสตร์ของเราต้องพึ่งพาจีน และต้องรักษาหาทางเลือกที่มีศักยภาพเข้มแข็งอย่างพอเพียงเพื่อใช้แทนที่ได้
ทั้งนี้ นาง Liz Truss ได้กล่าวตอบกระทู้ถามของ ส.ส. อังกฤษ ในการประชุมคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาล่างของอังกฤษเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยพูดอย่างชัดเจนอีกว่า ต้องมีปฏิบัติการที่รวดเร็วมากกว่านี้ ต้องสนับสนุนอาวุธสำหรับป้องกันตนเองให้แก่ไต้หวัน และระบุว่า "เราเห็นแล้วว่า ก่อนเกิดสงครามยูเครนขึ้น เราต่างคิดกันไปเอง หวังว่าสถานการณ์เลวร้ายกว่านี้จะไม่เกิดขึ้น แต่มันก็สายเกินไป" และระบุชัด ๆ ว่า "เราควรมีปฏิบัติการที่เร็วกกว่านี้ ควรสนองอาวุธป้องกันตนเองให้แก่ยูเครนเร็วกว่านี้ เราต้องเก็บรับบทเรียนนี้เพื่อนำมาใช้กับไต้หวัน"
นาง Liz Truss รมว. ต่างประเทศ ของสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ
๓. ไต้หวันลั่นช่องแคบไต้หวันเป็นน่านน้ำสากล ไม่ใช่น่านน้ำเศรษฐกิจจำเพาะของจีน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนทั้ง รมว. กลาโหม เจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ได้ประกาศอย่างต่อเนื่องหลายครั้งหลายหนหลายสถานที่อย่างเปิดเผยว่า น่านน้ำช่องแคบไต้หวันมิใช่น่านน้ำสากล แต่เป็นน่านน้ำเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตน รวมทั้งไม่เคยมีเส้นแบ่งกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันด้วย ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดขึ้นบนช่องแคบไต้หวัน โดยในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ตอบโต้อย่างหนักแน่นว่า ไต้หวันมิใช่ส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชนจีนไม่เคยปกครองไต้หวันแม้แต่เพียงวันเดียว เรื่องนี้แจ่มชัดมาก และเป็นความจริงแห่งประวัติศาสตร์ที่รู้กันโดยทั่วไป" และเป็นสถานะปัจจุบันบนช่องแคบไต้หวัน จึงขอเรียกร้องให้ทางการจีนควรดูแลทุกข์สุขประชาชนของตนให้มาก อย่ามาข่มขู่คุกคามทั้งวาจาและทางทหาร ต่อไต้หวัน
แนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันที่มีมาตั้งแต่ปี 1954 เพื่อสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน
นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ระบุว่า รัฐบาลจีนต้องการขยายอิทธพลอำนาจของตน อาศัยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ตำรวจน้ำ ทหารบ้านทางทะเล ก่อกวนประเทศต่าสง ๆ ในภูมิภาค กระทั่งอาศัยอากาศยานนานาชนิดยั่วยุด้วยความอันตราย และใช้ปฏิบัติการที่ค่อนข้างหยาบช้า ซึ่งขัดแย้งกับคำประกาศอย่างแข็งขันต่อชาวโลกของสีจิ้นผิงเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2021 ที่ประกาศว่า "ต้องยืนหยัดในการเจรจามิใช่การเผชิญฟน้า อะลุ้มอะล่วยมิใช่กีดกันผู้อื่น ที่ผ่านมาจีนไม่เคยทำ และในอนาคตก็จะไม่รังแกผู้อื่น ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เป็นมหาอำนาจ" ดังนั้น สำนักงานกิจการไต้หวัน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม ของจีน ควรต้องนำไปทบทวนพฤติกรรมของตนอย่างถอนรากถอนโคน
กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจีนได้คุกคามทางทหารต่อไต้หวันทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น ส่งเรือรบและเครื่องบินรบจำนวนมาก่อกวนเขตแสดงตน ADIZ ของไต้หวัน ทำลายความเข้าใจที่มีต่อเส้นแบ่งกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน ประกาศให้ช่องแคบไต้หวันมิใช่น่านน้ำสากล พร้อมประกาศ "หลักการกองทัพมิใช่ปฏิบัติการทางทหารในยามสงคราม" สร้างและขยายเขตยุทธศาสตร์สีเทา กดดันและข่มขู่ชาวไต้หวัน กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันต้องขอเตือนด้วยความหวังดีว่า ในช่วงที่ผ่านมาชาวจีนต้องตกทุกข์กับการล็อกดาวน์เมืองต่างๆ และตอนนี้ยังมีธนาคารพาณิชย์บางแห่งจำกัดการเบิกถอนเงินของประชาชน รัฐบาลจีนควรพิจารณาคำนึงสิทธิเสรีภาพของชาวบ้านด้วย การข่มขู่คุกคามไต้หวัน ไม่เป็นผลดีต่อสิทธิและความผาสุกของประชาชนชาวจีน
กต. ไต้หวันระบุอีกว่า ไม่อาจเป็นเพียงเพราะความสามานย์ทางการเมืองในตัวของรัฐบาลจีนเอง แอบอ้างอย่างหลับหูหลับตาว่า บรรพบุรุษของตนเคยมาเหยียบผืนแผ่นดินไหนก็จะกลายเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนมาตั้งแต่โบราณกาล การกระทำที่ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ บ่อนทำลายกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่พื้นฐานของกฎระเบียบสากล ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมอารยต่าง ๆ คุณชุยจิ้งหลิน รองอธิบดีกรมวิเทศสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า "สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ได้ขึ้นต่อกัน รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่เคยปกครองไต้หวัน และมีเพียงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเสรีของชาวไต้หวันเท่านั้น จึงจะมีสิทธิเป็นตัวแทนชาวไต้หวัน"
กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันย้ำว่า รัฐบาลไต้หวันยืนหยัดปกป้องอำนาจอธิปไตยของตน จะไม่มีวันยินยอมให้รัฐบาลจีนมาฮุบกลืนไต้หวัน และจะยืนหยัดในจุดยืนที่ว่า อนาคตของไต้หวันจะต้องเป็นไปตามความต้องการของชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นฉันทามติร่วมกันของชาวไต้หวัน ประชาชนและรัฐบาลไต้หวันจะไม่มีวันยอมสยบให้แก่การข่มขู่คุกคามจากจีนโดยเด็ดขาด
By , Rti๑. ผู้นำไต้หวันลั่นสู้ไม่ถอย ท่ามกลางภัยคุกคามจากจีน
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP พรรครัฐบาลไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้รับเชิญจากสมาพันธ์เสรีนานาชาติหรือ Liberal International (LI) กล่าวสุนทรพจน์ผ่านระบบออนไลน์ในพิธีเปิดการประชุมใหญ่ของสมาพันธ์ฯ ซึ่งผู้นำไต้หวันระบุว่า ท่ามกลางการระบาดของโควิด 19 ในทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญหน้ากับลัทธิอำนาจนิยมที่พยายามแทรกซึมประชาธิปไตยและละเมิดสิทธิมนุษยชน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมความเข้าใจที่มีต่อเล่ห์กลของลลัทธิอำนาจนิยม รัฐบาลอำนาจนิยมมีความเชี่ยวชาญในการแบ่งแยกแล้วปกครอง ทำลายเป็นส่วน ๆ ซึ่งเราต้องสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ประคับประคองกัน สนับสนุนกันและกันจึงจะสามารถเอาชนะการโจมตีและการแผ่อิทธิพลของลัทธิอำนาจนิยมได้ ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีนางเซี่ยเพ่ยเฟิน รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการต่างประเทศ พรรค DPP เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุม
ประธานาธิบดีไช่ฯ ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่เพิ่มความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นจากจีนมาโดยตลอด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายล้างความพยายามต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับการรุกล้ำของอำนาจนิยม ไต้หวันทั้งประชาชนและรัฐบาลไม่เพียงแต่ไม่เคยที่จะย่อท้อหรือถดถอย แต่กลับพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ต่อต้านพลังจากทั้งในและต่างประเทศที่มีจุดมุ่งหมายบ่อนทำลายความพยายามต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย พร้อมกันนี้ก็เตรียมพร้อม เสริมความร่วมมือกับประชาคมโลก มุมานะพยายามร่วมกันปกป้องกฎระเบียบของโลกเสรีประชาธิปไตย
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ระบุอีกว่า เมื่อเห็นการใช้ความรุนแรงต่อยูเครนของรัสเซีย ชาวไต้หวันก็รู้สึกภูมิใจที่สามารถช่วยเหลือชาวยูเครนปกป้องบ้านเมืองของตน แต่ความพยายามไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นี้ จำเป็นต้องเสริมสร้างความเข้าใจต่อกโลบายของกลุ่มลัทธิอำนาจนิยมอย่างถ่องแท้และลึกซึ้งยิ่งขึ้น และจะต้องกระชับความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนและปกป้องซึ่งกันและ ทางการอำนาจนิยมช่ำชองในการใช้วิธีการแบ่งแยกแล้วปกครอง บุกทำลายเป็นจุด ๆ ให้แตกสลายไป ดังนั้น เราต้องสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สนับสนุนกันและกัน จึงจะสามารถทำลายล้างลัทธิอำนาจนิยมและการขยายอิทธิพลของมันได้
๒. รัฐมนตรีอังกฤษหนุนไต้หวันปกป้องตนเอง พร้อมเตือนจีนอย่าตัดสินใจาผิดพลาด มิเช่นนั้นจะเป็นหายนะของตัวเอง เก็บรับบทเรียนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นาง Liz Truss รมว. ต่างประเทศ ของสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ ได้กล่าวในการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ ว่า จีนกำลังจับตาสถานการณ์ในยูเครนอย่างใกล้ชิดและมีความเป็นไปได้ที่อาจได้ข้อสรุปที่ผิดพลาดนำไปสู่การตัดสินใจผิด ๆ รุกล้ำไต้หวัน ซึ่งจะกลายเป็นการตัดสินใจในลักษณะหายนะ อังกฤษและพันธมิตรจะต้องพิจารณาตอบโต้ต่อพฤติกรรมการรุกรานของรัสเซียด้วยความรอบคอบ ซึ่งจะเป็นปมเงื่อนสำคัญที่จะทำให้รัสเซียพ่ายแพ้สงคราม
นาง Liz Truss ได้กล่าวถึง "หลักประกันในความพ่ายแพ้ของรัสเซีย" ขณะพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบลเยี่ยม ในที่ประชุมคณะทำงานว่า จะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ยุโรปมีสันติภาพในระยะยาวอย่างแท้จริง แต่นางฯ ได้เตือนว่า "ข้าพเจ้ารู้สึกจริง ๆ ว่า ตามการที่จีนอาศัยการบีบบังคับทางเศรษฐกิจและสร้างกองทัพที่มีสมรรถนะการสู้รบสูงมาขยายอิทธิพลของตน พวกเขาก็อาจจะเกิดความคิดผิด ๆ ขึ้นได้ จนกลายเป็นการตัดสินใจผิด ๆ ในลักษณะหายนะ เช่น การตัดสินใจรุกรานไต้หวัน"
อย่างไรก็ดี ผู้สันทัดกรณีบางส่วนเห็นว่า ก่อนหน้าที่จะขับไล่กองทัพรัสเซียออกจากยูเครนไปให้หมดสิ้น ทั้งสองฝ่ายอาจเปิดการเจรจาสันติภาพขึ้น แต่นาง Liz Truss เตือนว่า นี่เป็นเพียงการทำให้เกิด "สันติภาพจอมปลอม" เท่านั้น กระทั่งอาจก่อให้เกิดการรุกรานที่มีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีผู้สันทัดกรณีอีกส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า ในปี 2014 ที่รัสเซียส่งทหารเข้ายึดครองไครเมีย ซึ่งเดิมเป็นดินแดนของยูเครน และยึดครองดินแดนทางตะวันออกบางส่วนของยูเครน ก็เรียกร้องให้ทางการยูเครนต้องยอมประนีประนอมเพื่อยุติสงครามยูครนกับรัสเซีย ซึ่งก็คือกรอบความตกลง Minsk agreements แต่ก็ไม่สามารถระงับยับยั้งการรุกรานยูเครนของรัสเซียได้ นางฯ ระบุว่า "ข้าพเจ้าขอเรียกร้องอย่างแข็งขันว่า ต้องทำสงครามเอาชนะรัสเซียก่อน แล้วค่อยมาเจรจากัน"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษผู้นี้ระบุเพิ่มเติมอีกว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ผิดพลาดทางด้านยุทธศาสตร์ก่อสงครามกับยูเครน รัสเซียกับจีนร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด จีนกำลังขยายกำลังทหารและอิทธิพลของตนไปทั่วโลก โดยใช้วิธีการบีบบังคังทางเศรษฐกิจและการค้า ด้วยเหตุนี้ โลกเสรีจำเป็นต้องมุมานะพยายามร่วมกันช่วยเหลือปกป้องไต้หวัน ให้ไต้หวันมีความสามารถในการป้องกันตนเอง และร่วมกันย้ำความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน โดยอังกฤษจะพยายามให้ไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ รวมทั้งกระชับการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจและการค้ากับไต้หวัน โดยต้องคำนึงถึงทั้งทางด้านความปลอดภัยในส่วนของฮาร์ดแวร์และด้านเศรษฐกิจการค้าไปพร้อม ๆ กัน
นาง Liz Truss ระบุอีกว่า ยุโรปต้องพึ่งพาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ทำให้รัสเซียประเมินสถานการณ์ผิดพลาดว่าสามารถรุกรานยูเครนได้โดยไม่ต้องกังวล เพราะยุโรปยากที่จะตอบโต้ได้ นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมเราต้องสร้างหลักประกันให้แก่โลกเสรี ตลอดจนพันธมิตรของเราในแปซิฟิกใต้ อาเซียน แอฟริกา และแคริบเบียน ที่จีนมีการลงทุนจำนวนมหาศาลในภูมิภาคเหล่านี้ นางฯ ย้ำว่า เราจำเป็นต้องเก็บรับบทเรียน อย่าทำให้ยุทธศาสตร์ของเราต้องพึ่งพาจีน และต้องรักษาหาทางเลือกที่มีศักยภาพเข้มแข็งอย่างพอเพียงเพื่อใช้แทนที่ได้
ทั้งนี้ นาง Liz Truss ได้กล่าวตอบกระทู้ถามของ ส.ส. อังกฤษ ในการประชุมคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาล่างของอังกฤษเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยพูดอย่างชัดเจนอีกว่า ต้องมีปฏิบัติการที่รวดเร็วมากกว่านี้ ต้องสนับสนุนอาวุธสำหรับป้องกันตนเองให้แก่ไต้หวัน และระบุว่า "เราเห็นแล้วว่า ก่อนเกิดสงครามยูเครนขึ้น เราต่างคิดกันไปเอง หวังว่าสถานการณ์เลวร้ายกว่านี้จะไม่เกิดขึ้น แต่มันก็สายเกินไป" และระบุชัด ๆ ว่า "เราควรมีปฏิบัติการที่เร็วกกว่านี้ ควรสนองอาวุธป้องกันตนเองให้แก่ยูเครนเร็วกว่านี้ เราต้องเก็บรับบทเรียนนี้เพื่อนำมาใช้กับไต้หวัน"
นาง Liz Truss รมว. ต่างประเทศ ของสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ
๓. ไต้หวันลั่นช่องแคบไต้หวันเป็นน่านน้ำสากล ไม่ใช่น่านน้ำเศรษฐกิจจำเพาะของจีน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนทั้ง รมว. กลาโหม เจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ได้ประกาศอย่างต่อเนื่องหลายครั้งหลายหนหลายสถานที่อย่างเปิดเผยว่า น่านน้ำช่องแคบไต้หวันมิใช่น่านน้ำสากล แต่เป็นน่านน้ำเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตน รวมทั้งไม่เคยมีเส้นแบ่งกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันด้วย ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดขึ้นบนช่องแคบไต้หวัน โดยในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ตอบโต้อย่างหนักแน่นว่า ไต้หวันมิใช่ส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชนจีนไม่เคยปกครองไต้หวันแม้แต่เพียงวันเดียว เรื่องนี้แจ่มชัดมาก และเป็นความจริงแห่งประวัติศาสตร์ที่รู้กันโดยทั่วไป" และเป็นสถานะปัจจุบันบนช่องแคบไต้หวัน จึงขอเรียกร้องให้ทางการจีนควรดูแลทุกข์สุขประชาชนของตนให้มาก อย่ามาข่มขู่คุกคามทั้งวาจาและทางทหาร ต่อไต้หวัน
แนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันที่มีมาตั้งแต่ปี 1954 เพื่อสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน
นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ระบุว่า รัฐบาลจีนต้องการขยายอิทธพลอำนาจของตน อาศัยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ตำรวจน้ำ ทหารบ้านทางทะเล ก่อกวนประเทศต่าสง ๆ ในภูมิภาค กระทั่งอาศัยอากาศยานนานาชนิดยั่วยุด้วยความอันตราย และใช้ปฏิบัติการที่ค่อนข้างหยาบช้า ซึ่งขัดแย้งกับคำประกาศอย่างแข็งขันต่อชาวโลกของสีจิ้นผิงเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2021 ที่ประกาศว่า "ต้องยืนหยัดในการเจรจามิใช่การเผชิญฟน้า อะลุ้มอะล่วยมิใช่กีดกันผู้อื่น ที่ผ่านมาจีนไม่เคยทำ และในอนาคตก็จะไม่รังแกผู้อื่น ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เป็นมหาอำนาจ" ดังนั้น สำนักงานกิจการไต้หวัน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม ของจีน ควรต้องนำไปทบทวนพฤติกรรมของตนอย่างถอนรากถอนโคน
กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจีนได้คุกคามทางทหารต่อไต้หวันทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น ส่งเรือรบและเครื่องบินรบจำนวนมาก่อกวนเขตแสดงตน ADIZ ของไต้หวัน ทำลายความเข้าใจที่มีต่อเส้นแบ่งกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน ประกาศให้ช่องแคบไต้หวันมิใช่น่านน้ำสากล พร้อมประกาศ "หลักการกองทัพมิใช่ปฏิบัติการทางทหารในยามสงคราม" สร้างและขยายเขตยุทธศาสตร์สีเทา กดดันและข่มขู่ชาวไต้หวัน กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันต้องขอเตือนด้วยความหวังดีว่า ในช่วงที่ผ่านมาชาวจีนต้องตกทุกข์กับการล็อกดาวน์เมืองต่างๆ และตอนนี้ยังมีธนาคารพาณิชย์บางแห่งจำกัดการเบิกถอนเงินของประชาชน รัฐบาลจีนควรพิจารณาคำนึงสิทธิเสรีภาพของชาวบ้านด้วย การข่มขู่คุกคามไต้หวัน ไม่เป็นผลดีต่อสิทธิและความผาสุกของประชาชนชาวจีน
กต. ไต้หวันระบุอีกว่า ไม่อาจเป็นเพียงเพราะความสามานย์ทางการเมืองในตัวของรัฐบาลจีนเอง แอบอ้างอย่างหลับหูหลับตาว่า บรรพบุรุษของตนเคยมาเหยียบผืนแผ่นดินไหนก็จะกลายเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนมาตั้งแต่โบราณกาล การกระทำที่ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ บ่อนทำลายกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่พื้นฐานของกฎระเบียบสากล ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมอารยต่าง ๆ คุณชุยจิ้งหลิน รองอธิบดีกรมวิเทศสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า "สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ได้ขึ้นต่อกัน รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่เคยปกครองไต้หวัน และมีเพียงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเสรีของชาวไต้หวันเท่านั้น จึงจะมีสิทธิเป็นตัวแทนชาวไต้หวัน"
กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันย้ำว่า รัฐบาลไต้หวันยืนหยัดปกป้องอำนาจอธิปไตยของตน จะไม่มีวันยินยอมให้รัฐบาลจีนมาฮุบกลืนไต้หวัน และจะยืนหยัดในจุดยืนที่ว่า อนาคตของไต้หวันจะต้องเป็นไปตามความต้องการของชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นฉันทามติร่วมกันของชาวไต้หวัน ประชาชนและรัฐบาลไต้หวันจะไม่มีวันยอมสยบให้แก่การข่มขู่คุกคามจากจีนโดยเด็ดขาด