
Sign up to save your podcasts
Or


ศาลอนุมัติคำขอฝากขังต่ออีก 2 เดือน อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป พรรคประชาชนไต้หวันยืนยันค้านการฝากขัง
คดีที่นายเคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป ถูกกล่าวหาว่า ใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะผู้ว่าการกรุงไทเปเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในโครงการ “จิงหัว” โดยการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้อีกถึง 20% เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นกรณีพิเศษ จนถูกอัยการไทเปสั่งอายัดตัวและฝากขังนานกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งครบกำหนดแล้ว อัยการได้ยื่นขอต่อเวลาการฝากขังอีก 2 เดือน ซึ่งศาลท้องถิ่นไทเปได้อนุมัติคำขอฝากขังดังกล่าวแล้ว ด้วยเหตุผลเป็นโทษรุนแรง รวมทั้งยังมีผู้เกี่ยวข้องที่ยังหลบหนีการจับกุม จึงมีความกังวลที่จะออกไปซักซ้อมคำให้การกับผู้เกี่ยวข้องกับคดี และทำลายหลักฐานที่มีอยู่ จึงมีความจำเป็นต้องขยายเวลาการฝากขังอีก 2 เดือน ตามที่อัยการยื่นขอ
ทั้งนี้ พรรคประชาชนไต้หวันหรือพรรค TPP ได้แสดงจุดยืนคัดค้านการต่ออายุการฝากขังอีก 2 เดือน โดยขอให้ทนายความยื่นคัดค้านการฝากขังดังกล่าว รวมทั้งได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เสียใจและโกรธแค้นยิ่ง พร้อมทั้งกล่าวหาว่า อัยการไทเปได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายเคอเหวินเจ๋อและที่ทำการพรรคตั้งแต่ 30 ส.ค. และยังได้อายัดตัวเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมนายเคอฯ นานถึง 2 เดือน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังหาหลักฐานไม่พอที่จะสั่งฟ้องนายเคอฯ ในขณะที่การสืบสวนของอัยการกลับสืบสวนไปในทิศทางตามกระแสที่สื่อรายงานข่าว กลายเป็นว่า ศาลยังไม่มีคำพิพากษาแต่ได้ทำให้สังคมตัดสินโทษนายเคอฯ ไปแล้ว การใส่ร้ายป้ายสีทางการเมืองได้ยื่นมือเข้าสู่กระบวนการตุลาการแล้ว ส่งผลให้ประชาชนเกินกว่าครึ่งหนึ่งไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการตุลาการแล้ว
พรรค TPP เห็นว่า “หากมีหลักฐานก็สั่งฟ้อง หากไม่มีหลักฐานก็ปล่อยตัว” กระบวนการตุลาการควรที่จะเป็นปราการด่านสุดท้ายของความเป็นธรรมในสังคม แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นกระบวนการตุลาการที่จงรักภักดีต่อพรรครัฐบาล การสอบสวนที่ไม่อาจเปิดเผยได้กลายเป็นการสอบสวนแบบเปิดเผย การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นกลายเป็นการปราบปรามผู้มีความคิดเห็นไม่ลงรอยกับตน กลายเป็นการทำคดีแบบสองมาตรฐาน ทำให้ตุลการมัวหมอง ด้วยเหตุนี้ พรรค TPP จึงสนับสนุนให้ทีมทนายความของนายเคอฯ ยื่นค้านการฝากขังนายเคอฯ ตามกฎหมาย คืนความอิสระให้แก่นายเคอฯ
นายเคอเหวินเจ๋อ (สวมรองแตะสีฟ้า) อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป
สหรัฐฯ + เกาหลี ย้ำปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพช่องแคบไต้หวัน
ในการประชุมระดับรัฐมนตรี 2+2 ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ โดยย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งแสดงความวิตกกังวลต่อการเคลื่อนไหวทางการทหารของจีนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้แสดงความยินดีและชื่นชมพร้อมทั้งระบุว่า ไต้หวันจะจับมือกับประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันต่อไป เพื่อปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคช่องแคบไต้หวันต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
นาย Antony Blinken รัฐมนตรีต่างประเทศ และนาย Lloyd Austin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ได้ร่วมประชุมกับนาย Cho Tae-yul รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และนาย Kim Yong-hyun รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้เมื่อ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งรู้จักกันในนามของการประชุมร่วมระดับรัฐมนตรี “2+2” หลังการประชุมร่วม ทั้งสองฝ่ายก็ได้ออกแถลงการณ์ร่วมย้ำการปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ของความปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองของโลก รวมทั้งได้แสดงความวิตกกังวลต่อพฤติกรรมยั่วยุทางทหารของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันที่ทำให้เกิดคามตึงเครียดในภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่า จีนไม่ควรใช้ปฏิบัติการใดๆ ในอันที่จะบ่อนทำลายเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งย้ำในประเด็นการสนับสนุนการใช้สันติวิธีแก้ปัญหาความไม่ลงรอยกันระหว่างช่องแคบไต้หวัน ทั้งสองฝ่ายยังได้แสดงจุดยืนอย่างแรงกล้าที่คัดค้านความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันของช่องแคบไต้หวันโดยพลการ ซึ่งนาย รมว. กต. สหรัฐฯ ได้ย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพของช่องแคบไต้หวัน
กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) แถลงการณ์ร่วมของการประชุม 2+2 ดังกล่าว เป็นการย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันอีกครั้ง หลังการประชุมร่วมครั้งที่ 56 เมื่อ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันได้แสดงความยินดีและชื่นชมต่อการแสดงจุดยืนดังกล่าวของระดับของสองประเทศ พร้อมทั้งย้ำว่า ท่ามกลางการกระชับการจับมือกัน บ่อนทำลายเสถียรภาพและสันติภาพตลอดจนระเบียบโลกของประเทศเผด็จการ ไต้หวันจะร่วมมือกับสหรัฐฯ เกาหลีใต้และประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ร่วมกันปกป้องเสถียรภาพ สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองบนช่องแคบไต้หวันและภูมิภาค
ไต้หวันคว้าแชมป์ “ทำดีในเอเชีย” ต่อเนื่องเป็นคร้้งที่ 4
ดัชนีทำความดี หรือ Doing Good Index (DGI) แห่งเอเชีย ประจำปี 2024 ได้เปิดเผยรายงานประเมินผลประจำปีนี้ ระบุว่า องค์กรภาคประชาสังคมของไต้หวันมีผลงานอย่างโดดเด่นด้านการสาธารณะประโยชน์ ในระดับเดียวกับองค์กรภาคประชาสังคมของสิงคโปร์ คว้าแชมป์ “ทำดีในเอเชียประจำปี 2024” ซึ่งกระทรวงมหาดไทยไต้หวันได้มอบรางวัลให้แก่องค์การกุศลไต้หวันที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ไต้หวัน รวมทั้่งจัดสัมมนาในประเด็นดังกล่าวด้วย โดยจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 6 พ.ย. ศกนี้ เชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากวงการต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างคัดคั่ง เสริมความรู้ความเข้าใจให้แก่ภาคประชาสังคม ร่วมค้นหาวิธีการในการเสริมการให้บริการด้านสาธารณะประโยชน์ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
By , Rtiศาลอนุมัติคำขอฝากขังต่ออีก 2 เดือน อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป พรรคประชาชนไต้หวันยืนยันค้านการฝากขัง
คดีที่นายเคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป ถูกกล่าวหาว่า ใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะผู้ว่าการกรุงไทเปเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในโครงการ “จิงหัว” โดยการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้อีกถึง 20% เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นกรณีพิเศษ จนถูกอัยการไทเปสั่งอายัดตัวและฝากขังนานกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งครบกำหนดแล้ว อัยการได้ยื่นขอต่อเวลาการฝากขังอีก 2 เดือน ซึ่งศาลท้องถิ่นไทเปได้อนุมัติคำขอฝากขังดังกล่าวแล้ว ด้วยเหตุผลเป็นโทษรุนแรง รวมทั้งยังมีผู้เกี่ยวข้องที่ยังหลบหนีการจับกุม จึงมีความกังวลที่จะออกไปซักซ้อมคำให้การกับผู้เกี่ยวข้องกับคดี และทำลายหลักฐานที่มีอยู่ จึงมีความจำเป็นต้องขยายเวลาการฝากขังอีก 2 เดือน ตามที่อัยการยื่นขอ
ทั้งนี้ พรรคประชาชนไต้หวันหรือพรรค TPP ได้แสดงจุดยืนคัดค้านการต่ออายุการฝากขังอีก 2 เดือน โดยขอให้ทนายความยื่นคัดค้านการฝากขังดังกล่าว รวมทั้งได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เสียใจและโกรธแค้นยิ่ง พร้อมทั้งกล่าวหาว่า อัยการไทเปได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายเคอเหวินเจ๋อและที่ทำการพรรคตั้งแต่ 30 ส.ค. และยังได้อายัดตัวเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมนายเคอฯ นานถึง 2 เดือน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังหาหลักฐานไม่พอที่จะสั่งฟ้องนายเคอฯ ในขณะที่การสืบสวนของอัยการกลับสืบสวนไปในทิศทางตามกระแสที่สื่อรายงานข่าว กลายเป็นว่า ศาลยังไม่มีคำพิพากษาแต่ได้ทำให้สังคมตัดสินโทษนายเคอฯ ไปแล้ว การใส่ร้ายป้ายสีทางการเมืองได้ยื่นมือเข้าสู่กระบวนการตุลาการแล้ว ส่งผลให้ประชาชนเกินกว่าครึ่งหนึ่งไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการตุลาการแล้ว
พรรค TPP เห็นว่า “หากมีหลักฐานก็สั่งฟ้อง หากไม่มีหลักฐานก็ปล่อยตัว” กระบวนการตุลาการควรที่จะเป็นปราการด่านสุดท้ายของความเป็นธรรมในสังคม แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นกระบวนการตุลาการที่จงรักภักดีต่อพรรครัฐบาล การสอบสวนที่ไม่อาจเปิดเผยได้กลายเป็นการสอบสวนแบบเปิดเผย การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นกลายเป็นการปราบปรามผู้มีความคิดเห็นไม่ลงรอยกับตน กลายเป็นการทำคดีแบบสองมาตรฐาน ทำให้ตุลการมัวหมอง ด้วยเหตุนี้ พรรค TPP จึงสนับสนุนให้ทีมทนายความของนายเคอฯ ยื่นค้านการฝากขังนายเคอฯ ตามกฎหมาย คืนความอิสระให้แก่นายเคอฯ
นายเคอเหวินเจ๋อ (สวมรองแตะสีฟ้า) อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป
สหรัฐฯ + เกาหลี ย้ำปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพช่องแคบไต้หวัน
ในการประชุมระดับรัฐมนตรี 2+2 ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ โดยย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งแสดงความวิตกกังวลต่อการเคลื่อนไหวทางการทหารของจีนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้แสดงความยินดีและชื่นชมพร้อมทั้งระบุว่า ไต้หวันจะจับมือกับประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันต่อไป เพื่อปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคช่องแคบไต้หวันต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
นาย Antony Blinken รัฐมนตรีต่างประเทศ และนาย Lloyd Austin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ได้ร่วมประชุมกับนาย Cho Tae-yul รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และนาย Kim Yong-hyun รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้เมื่อ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งรู้จักกันในนามของการประชุมร่วมระดับรัฐมนตรี “2+2” หลังการประชุมร่วม ทั้งสองฝ่ายก็ได้ออกแถลงการณ์ร่วมย้ำการปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ของความปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองของโลก รวมทั้งได้แสดงความวิตกกังวลต่อพฤติกรรมยั่วยุทางทหารของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันที่ทำให้เกิดคามตึงเครียดในภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่า จีนไม่ควรใช้ปฏิบัติการใดๆ ในอันที่จะบ่อนทำลายเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งย้ำในประเด็นการสนับสนุนการใช้สันติวิธีแก้ปัญหาความไม่ลงรอยกันระหว่างช่องแคบไต้หวัน ทั้งสองฝ่ายยังได้แสดงจุดยืนอย่างแรงกล้าที่คัดค้านความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันของช่องแคบไต้หวันโดยพลการ ซึ่งนาย รมว. กต. สหรัฐฯ ได้ย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพของช่องแคบไต้หวัน
กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) แถลงการณ์ร่วมของการประชุม 2+2 ดังกล่าว เป็นการย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันอีกครั้ง หลังการประชุมร่วมครั้งที่ 56 เมื่อ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันได้แสดงความยินดีและชื่นชมต่อการแสดงจุดยืนดังกล่าวของระดับของสองประเทศ พร้อมทั้งย้ำว่า ท่ามกลางการกระชับการจับมือกัน บ่อนทำลายเสถียรภาพและสันติภาพตลอดจนระเบียบโลกของประเทศเผด็จการ ไต้หวันจะร่วมมือกับสหรัฐฯ เกาหลีใต้และประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ร่วมกันปกป้องเสถียรภาพ สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองบนช่องแคบไต้หวันและภูมิภาค
ไต้หวันคว้าแชมป์ “ทำดีในเอเชีย” ต่อเนื่องเป็นคร้้งที่ 4
ดัชนีทำความดี หรือ Doing Good Index (DGI) แห่งเอเชีย ประจำปี 2024 ได้เปิดเผยรายงานประเมินผลประจำปีนี้ ระบุว่า องค์กรภาคประชาสังคมของไต้หวันมีผลงานอย่างโดดเด่นด้านการสาธารณะประโยชน์ ในระดับเดียวกับองค์กรภาคประชาสังคมของสิงคโปร์ คว้าแชมป์ “ทำดีในเอเชียประจำปี 2024” ซึ่งกระทรวงมหาดไทยไต้หวันได้มอบรางวัลให้แก่องค์การกุศลไต้หวันที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ไต้หวัน รวมทั้่งจัดสัมมนาในประเด็นดังกล่าวด้วย โดยจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 6 พ.ย. ศกนี้ เชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากวงการต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างคัดคั่ง เสริมความรู้ความเข้าใจให้แก่ภาคประชาสังคม ร่วมค้นหาวิธีการในการเสริมการให้บริการด้านสาธารณะประโยชน์ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น