
Sign up to save your podcasts
Or


๑. ประธานสภาผู้แทนราษฎร สรอ. วางแผนเยือนไต้หวัน ส่วนจีนขู่ตอบโต้หนัก
การวางแผนเยือนไต้หวันของนาย Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างไต้หวัน สหรัฐฯ และจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนได้ออกมาขู่สำทับหากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ตนจะมีปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่ากรณีที่นางแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาฯ สหรัฐฯ เยือนไต้หวันเมื่อ ส.ค. ปีที่แล้ว ที่ทำให้จีนซ้อมยิงขีปนาวุธรอบเกาะไต้หวัน และจัดการซ้อมรบบริเวณช่องแคบไต้หวันอย่างต่อเนื่อง และมุ่งตรงต่อการบุกยึดไต้หวัน ตลอดจนส่งเครื่องบินรบ เรือรบรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันกันภัยทางอากาศ หรือ ADIZ ของไต้หวัน กระทั่งจงใจล้ำแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งแสดงท่าทีปฏิเสธการกำหนดแนวดังกล่าวของจีน เพื่อข่มขู่ไต้หวัน ในขณะที่ไต้หวันก็มีการเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเร่งการจัดซื้อและขอให้มีการส่งมอบอาวุธให้แก่ไต้หวันโดยเร็ว การขยายระยะเวลาการรับราชการทหารจากเดิม 4 เดือน เป็น 1 ปี และเสริมการเรียกพลทหารกองหนุนฝึกทหารให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี แม้พรรค DPP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลไต้หวัน จะแสดงจุดยืนยินดีต้อนรับมิตรจากต่างประเทศในทุกระดับจากทุกประเทศ แต่ก็ต้องพิจารณาประเมินผลได้ผลเสียที่จะเกิดขึ้นอย่างจริงจัง ในขณะที่ฝ่ายค้านอย่างพรรคก๊กมินตั๋ง แม้จะแสดงจุดยืนยินดีต้อนรับแต่ก็เรียกร้องให้รัฐบาลต้องพิจารณาในเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อมิให้เกิดการ “ลักลั่น” กลายเป็นความตึงเครียดบนช่องแคบไต้หวันเช่นในอดีตที่ผ่านมา
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายหลิวจ้าวเสียน อดีตนายกรัฐมนตรียุคประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่ว ระหว่างปี 2008-2009 ได้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับการเยือนไต้หวันในช่วงนี้ของนาย Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย โดยนำเอาทัศนะของสื่อชั้นนำระดับโลกหลายแห่งที่ประเมินว่า ช่องแคบไต้หวันเป็นจุดล่อแหลมมากที่สุดในโลก และนำไปเปรียบเทียบกับสงครามยูเครน-รัสเซีย ที่ทำให้ชาวยูเครนต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ยืดเยื้อมานานนับปี
นอกจากนี้ อดีตนายกฯ หลิวฯ ได้แนะนำให้รัฐบาลพรรค DPP ควรปฏิเสธการเยือนไต้หวันของนาย Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ ด้วยความละมุนละม่อม และมีมารยาททางการทูต
นอกจากนี้ เขายังได้หยิบยกผลการสำรวจหรือโพลของมูลนิธิ ประชาธิปไตยไต้หวัน ที่สำรวจเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่า 51% มีความเห็นว่า นโยบาย “ปรองดองจีนเพื่อปกป้องไต้หวัน” จะดีกว่านโยบาย “ต้านจีนปกป้องไต้หวัน” ซึ่งมีผู้เห็นด้วยเพียง 25%
ส่วน นโยบาย “สนิทกับ สรอ. จะสามารถปกป้องไต้หวันได้” มีผู้ไม่เห็นด้วยถึง 62% ในขณะที่มีผู้เห็นด้วยเพียง 29% เท่านั้น
อดีตนายกฯ หลิวฯ ได้วิเคราะห์ผลการสำรวจความคิดเห็นของชาวไต้หวันทั้งสองรายการว่า สะท้อนให้เห็นว่าความคิดเห็นต่อความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันของชาวไต้หวันเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว ซึ่งเริ่มเห็นชัดขึ้นจากผลการเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันเมื่อปลายปีที่แล้ว
เขาวิเคราะห์เพิ่มเติมอีกว่า นโยบาย “ต้านจีนปกป้องไต้หวัน” ของพรรค DPP เริ่มลดบทบาทในการเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่วนการเยือนไต้หวันของนางแนนซี่ เพโลซีฯ ประธานสภาฯ สหรัฐฯ ในขณะนั้น ก็ทำให้จีนมีข้ออ้างในการซ้อมยิงขีปนาวุธรอบเกาะ ส่วนแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันก็ถูกจีนปฏิเสธ โดยมีเสียงประณามจากประชาคมโลกไม่มากนัก แต่หากจีนซ้อมรบดังกล่าวโดยที่นางเพโลซีฯ ไม่ได้เยือนไต้หวัน ประชาคมโลกคงจะต้องร่วมกันประณามจีนอย่างดุเดือดและเสียงดังมากกว่านี้เป็นแน่ แม้แต่ สหรัฐฯ เองก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ ไม่อาจแสดงท่าทีเพื่อตอบโต้จีนได้ เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น
สำหรับความเห็นต่อสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่รบกันนานนับปีแล้ว ซึ่งก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลง โดยที่สื่อชั้นนำทั่วโลกต่างนำสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันไปเปรียบเทียบกับสถานการณ์สงครามยูเครน-รัสซีย เป็นจุดที่อันตรายที่สุดในโลก
อดีตนายกฯ หลิวฯ ยังได้แสดงความวิตกว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในปีหน้า การตัดสินใจของชาวไต้หวันอาจจะเชื่อมโยงไปสู่การเกิดสงครามหรือสันติภาพของโลก ทำให้การตัดสินใจของชาวไต้หวันกำลังถูกจับตามองจากทั่วโลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน
การซ้อมยิงขีปนาวุธของจีน หลังการเยือนไต้หวันของนางแนนซี่ เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ ในเดือน ส.ค. 65
๒. ไต้หวันหัวกระไดไม่แห้ง ส.ส. จากหลายประเทศเยือนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงตลอดสัปดาห์หลังตรุษจีนที่ผ่านมาและต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์นี้ มีทั้งบุคคลสำคัญและสมาชิกรัฐสภาจากหลายประเทศเยือนไต้หวัน จนกล่าวได้ว่า ไต้หวันหัวกระไดไม่แห้ง ก็ว่าได้
นาย Philip S. Davidson อดีตผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ในภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ในฐานะหัวหน้าคณะ National Bureau of Asian Research (NBR) ซึ่งเป็นเสมือนคลังสมองของรัฐบาลสหรัฐฯ เยือนไต้หวันและเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เมื่อ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำไต้หวันได้ย้ำว่า ไต้หวันมีความเด็ดเดี่ยว มีความมั่นใจ และยิ่งมีความสามารถในการปกป้องความปลอดภัยของประเทศชาติได้อย่างแน่นอน และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะกระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ และมิตรประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผู้นำไต้หวันยังได้ย้ำว่า ไต้หวันเป็นพลังแห่งความดีที่ปกป้องสันติภาพในภูมิภาคและยืนหยัดรักษาเสรีภาพประชาธิปไตย ปีใหม่ที่มาถึงนี้ ไต้หวันจะระดมพลังให้มากยิ่งขึ้นเพื่ออุทิศตนให้แก่ความรุ่งเรืองและความรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลย์ในภูมิภาค
ส่วนนาย Philip S. Davidson อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ ได้ระบุว่า เป้าหมายของการเยือนไต้หวันในครั้งนี้ก็เพื่อรับฟังและศึกษาในสิ่งที่ได้พบได้เห็นในไต้หวัน ตนกับรัฐบาลสหรัฐฯ รัฐบาลไต้หวันและคลังสมองของไทเปมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างลึกซึ้งตลอดเวลา นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า ไต้หวันกับสหรัฐฯ ยังมีช่องทางที่จะกระชับความร่วมมือให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คณะมิตรไต้หวันรัฐสภาสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 5 ท่าน ได้เยือนไต้หวันระหว่างวันที่ 5-10 ก.พ. โดยมีกำหนดการเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน สภานิติบัญญัติ สภาตรวจสอบ และกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
คณะสมาชิกรัฐสภาสวิตเซอร์แลนด์เยือนไต้หวันในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย นาย Fabian Molina ประธานคณะทำงานมิตรไต้หวัน Nicolas Walder พรรคเขียว ประธานร่วม Mustafa Atici พรรคสังคม Yves Nideggerพรรคประชาชน และ Léonore Porchetพรรคเขียว ซึ่งเป็นการสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสวิตเซอร์แลนด์ที่ลึกซึ้งและแนบแน่นมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ยังได้วีดีโอคอลกับ ฯพณฯ Markéta Pekarová Adamová ประธานสภาผู้แทนราษฎร สาธารณรัฐเช็ก แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และการเยือนไต้หวันในราวเดือน มี.ค. ของนางฯ การจัดงานนิทรรศการโบราณวัตถุร่วมกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กงกับพิพิธภัณฑ์ของเช็ก รวมไปจนถึงความร่วมมือระหว่างภาคการผลิตของทั้งสองฝ่าย
โดยก่อนหน้านี้ นาย Petr Pavel ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสาธารณรัฐเช็ก ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ในระบบวีดีโอคอล ท่ามกลางการคัดค้านอย่างรุนแรงของจีน แต่เขาก็ยืนยันที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องที่ประเทศอธิปไตยต้องทำ โดยนักวิชาการไต้หวันเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการสะท้อนถึงการที่ประธานาธิบดี Petr Pavel มีพื้นฐานมาจากการสนับสนุนของชาวเช็ก จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา และต้องการที่จะแบ่งปันประสบการณ์กับประเทศประชาธิปไตย และคาดว่า นาย Petr Pavel ได้ประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการนี้แล้ว และคาดว่า ในอนาคตไต้หวันกับเช็กจะมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจการค้า เทคโนโลยี การศึกษา วัฒนธรรม อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนประเด็นความปลอดภัยแห่งชาติด้วย
นอกจากนี้ นักวิชาการผู้นี้ยังวิเคราะห์ว่า การเพิ่มอุณหภูมิในความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับเช็กจะเป็นการท้าทายต่อนโยบาย “จีนเดียว” ่ด้วย ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน พูดคุยโทรศัพท์กับ Petr Pavel ว่าที่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเช็ก
By , Rti๑. ประธานสภาผู้แทนราษฎร สรอ. วางแผนเยือนไต้หวัน ส่วนจีนขู่ตอบโต้หนัก
การวางแผนเยือนไต้หวันของนาย Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างไต้หวัน สหรัฐฯ และจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนได้ออกมาขู่สำทับหากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ตนจะมีปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่ากรณีที่นางแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาฯ สหรัฐฯ เยือนไต้หวันเมื่อ ส.ค. ปีที่แล้ว ที่ทำให้จีนซ้อมยิงขีปนาวุธรอบเกาะไต้หวัน และจัดการซ้อมรบบริเวณช่องแคบไต้หวันอย่างต่อเนื่อง และมุ่งตรงต่อการบุกยึดไต้หวัน ตลอดจนส่งเครื่องบินรบ เรือรบรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันกันภัยทางอากาศ หรือ ADIZ ของไต้หวัน กระทั่งจงใจล้ำแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งแสดงท่าทีปฏิเสธการกำหนดแนวดังกล่าวของจีน เพื่อข่มขู่ไต้หวัน ในขณะที่ไต้หวันก็มีการเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเร่งการจัดซื้อและขอให้มีการส่งมอบอาวุธให้แก่ไต้หวันโดยเร็ว การขยายระยะเวลาการรับราชการทหารจากเดิม 4 เดือน เป็น 1 ปี และเสริมการเรียกพลทหารกองหนุนฝึกทหารให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี แม้พรรค DPP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลไต้หวัน จะแสดงจุดยืนยินดีต้อนรับมิตรจากต่างประเทศในทุกระดับจากทุกประเทศ แต่ก็ต้องพิจารณาประเมินผลได้ผลเสียที่จะเกิดขึ้นอย่างจริงจัง ในขณะที่ฝ่ายค้านอย่างพรรคก๊กมินตั๋ง แม้จะแสดงจุดยืนยินดีต้อนรับแต่ก็เรียกร้องให้รัฐบาลต้องพิจารณาในเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อมิให้เกิดการ “ลักลั่น” กลายเป็นความตึงเครียดบนช่องแคบไต้หวันเช่นในอดีตที่ผ่านมา
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายหลิวจ้าวเสียน อดีตนายกรัฐมนตรียุคประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่ว ระหว่างปี 2008-2009 ได้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับการเยือนไต้หวันในช่วงนี้ของนาย Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย โดยนำเอาทัศนะของสื่อชั้นนำระดับโลกหลายแห่งที่ประเมินว่า ช่องแคบไต้หวันเป็นจุดล่อแหลมมากที่สุดในโลก และนำไปเปรียบเทียบกับสงครามยูเครน-รัสเซีย ที่ทำให้ชาวยูเครนต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ยืดเยื้อมานานนับปี
นอกจากนี้ อดีตนายกฯ หลิวฯ ได้แนะนำให้รัฐบาลพรรค DPP ควรปฏิเสธการเยือนไต้หวันของนาย Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ ด้วยความละมุนละม่อม และมีมารยาททางการทูต
นอกจากนี้ เขายังได้หยิบยกผลการสำรวจหรือโพลของมูลนิธิ ประชาธิปไตยไต้หวัน ที่สำรวจเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่า 51% มีความเห็นว่า นโยบาย “ปรองดองจีนเพื่อปกป้องไต้หวัน” จะดีกว่านโยบาย “ต้านจีนปกป้องไต้หวัน” ซึ่งมีผู้เห็นด้วยเพียง 25%
ส่วน นโยบาย “สนิทกับ สรอ. จะสามารถปกป้องไต้หวันได้” มีผู้ไม่เห็นด้วยถึง 62% ในขณะที่มีผู้เห็นด้วยเพียง 29% เท่านั้น
อดีตนายกฯ หลิวฯ ได้วิเคราะห์ผลการสำรวจความคิดเห็นของชาวไต้หวันทั้งสองรายการว่า สะท้อนให้เห็นว่าความคิดเห็นต่อความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันของชาวไต้หวันเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว ซึ่งเริ่มเห็นชัดขึ้นจากผลการเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันเมื่อปลายปีที่แล้ว
เขาวิเคราะห์เพิ่มเติมอีกว่า นโยบาย “ต้านจีนปกป้องไต้หวัน” ของพรรค DPP เริ่มลดบทบาทในการเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่วนการเยือนไต้หวันของนางแนนซี่ เพโลซีฯ ประธานสภาฯ สหรัฐฯ ในขณะนั้น ก็ทำให้จีนมีข้ออ้างในการซ้อมยิงขีปนาวุธรอบเกาะ ส่วนแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันก็ถูกจีนปฏิเสธ โดยมีเสียงประณามจากประชาคมโลกไม่มากนัก แต่หากจีนซ้อมรบดังกล่าวโดยที่นางเพโลซีฯ ไม่ได้เยือนไต้หวัน ประชาคมโลกคงจะต้องร่วมกันประณามจีนอย่างดุเดือดและเสียงดังมากกว่านี้เป็นแน่ แม้แต่ สหรัฐฯ เองก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ ไม่อาจแสดงท่าทีเพื่อตอบโต้จีนได้ เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น
สำหรับความเห็นต่อสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่รบกันนานนับปีแล้ว ซึ่งก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลง โดยที่สื่อชั้นนำทั่วโลกต่างนำสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันไปเปรียบเทียบกับสถานการณ์สงครามยูเครน-รัสซีย เป็นจุดที่อันตรายที่สุดในโลก
อดีตนายกฯ หลิวฯ ยังได้แสดงความวิตกว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในปีหน้า การตัดสินใจของชาวไต้หวันอาจจะเชื่อมโยงไปสู่การเกิดสงครามหรือสันติภาพของโลก ทำให้การตัดสินใจของชาวไต้หวันกำลังถูกจับตามองจากทั่วโลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน
การซ้อมยิงขีปนาวุธของจีน หลังการเยือนไต้หวันของนางแนนซี่ เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ ในเดือน ส.ค. 65
๒. ไต้หวันหัวกระไดไม่แห้ง ส.ส. จากหลายประเทศเยือนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงตลอดสัปดาห์หลังตรุษจีนที่ผ่านมาและต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์นี้ มีทั้งบุคคลสำคัญและสมาชิกรัฐสภาจากหลายประเทศเยือนไต้หวัน จนกล่าวได้ว่า ไต้หวันหัวกระไดไม่แห้ง ก็ว่าได้
นาย Philip S. Davidson อดีตผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ในภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ในฐานะหัวหน้าคณะ National Bureau of Asian Research (NBR) ซึ่งเป็นเสมือนคลังสมองของรัฐบาลสหรัฐฯ เยือนไต้หวันและเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เมื่อ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำไต้หวันได้ย้ำว่า ไต้หวันมีความเด็ดเดี่ยว มีความมั่นใจ และยิ่งมีความสามารถในการปกป้องความปลอดภัยของประเทศชาติได้อย่างแน่นอน และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะกระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ และมิตรประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผู้นำไต้หวันยังได้ย้ำว่า ไต้หวันเป็นพลังแห่งความดีที่ปกป้องสันติภาพในภูมิภาคและยืนหยัดรักษาเสรีภาพประชาธิปไตย ปีใหม่ที่มาถึงนี้ ไต้หวันจะระดมพลังให้มากยิ่งขึ้นเพื่ออุทิศตนให้แก่ความรุ่งเรืองและความรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลย์ในภูมิภาค
ส่วนนาย Philip S. Davidson อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ ได้ระบุว่า เป้าหมายของการเยือนไต้หวันในครั้งนี้ก็เพื่อรับฟังและศึกษาในสิ่งที่ได้พบได้เห็นในไต้หวัน ตนกับรัฐบาลสหรัฐฯ รัฐบาลไต้หวันและคลังสมองของไทเปมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างลึกซึ้งตลอดเวลา นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า ไต้หวันกับสหรัฐฯ ยังมีช่องทางที่จะกระชับความร่วมมือให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คณะมิตรไต้หวันรัฐสภาสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 5 ท่าน ได้เยือนไต้หวันระหว่างวันที่ 5-10 ก.พ. โดยมีกำหนดการเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน สภานิติบัญญัติ สภาตรวจสอบ และกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
คณะสมาชิกรัฐสภาสวิตเซอร์แลนด์เยือนไต้หวันในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย นาย Fabian Molina ประธานคณะทำงานมิตรไต้หวัน Nicolas Walder พรรคเขียว ประธานร่วม Mustafa Atici พรรคสังคม Yves Nideggerพรรคประชาชน และ Léonore Porchetพรรคเขียว ซึ่งเป็นการสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสวิตเซอร์แลนด์ที่ลึกซึ้งและแนบแน่นมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ยังได้วีดีโอคอลกับ ฯพณฯ Markéta Pekarová Adamová ประธานสภาผู้แทนราษฎร สาธารณรัฐเช็ก แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และการเยือนไต้หวันในราวเดือน มี.ค. ของนางฯ การจัดงานนิทรรศการโบราณวัตถุร่วมกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กงกับพิพิธภัณฑ์ของเช็ก รวมไปจนถึงความร่วมมือระหว่างภาคการผลิตของทั้งสองฝ่าย
โดยก่อนหน้านี้ นาย Petr Pavel ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสาธารณรัฐเช็ก ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ในระบบวีดีโอคอล ท่ามกลางการคัดค้านอย่างรุนแรงของจีน แต่เขาก็ยืนยันที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องที่ประเทศอธิปไตยต้องทำ โดยนักวิชาการไต้หวันเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการสะท้อนถึงการที่ประธานาธิบดี Petr Pavel มีพื้นฐานมาจากการสนับสนุนของชาวเช็ก จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา และต้องการที่จะแบ่งปันประสบการณ์กับประเทศประชาธิปไตย และคาดว่า นาย Petr Pavel ได้ประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการนี้แล้ว และคาดว่า ในอนาคตไต้หวันกับเช็กจะมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจการค้า เทคโนโลยี การศึกษา วัฒนธรรม อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนประเด็นความปลอดภัยแห่งชาติด้วย
นอกจากนี้ นักวิชาการผู้นี้ยังวิเคราะห์ว่า การเพิ่มอุณหภูมิในความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับเช็กจะเป็นการท้าทายต่อนโยบาย “จีนเดียว” ่ด้วย ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน พูดคุยโทรศัพท์กับ Petr Pavel ว่าที่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเช็ก