
Sign up to save your podcasts
Or


๑. รมว. กต. ไต้หวันย้ำปกป้องประชาธิปไตยไต้หวัน กลางที่ประชุม Oslo Freedom Forum ตัวแทนหลายประเทศหนุนไต้หวัน
การประชุมเสรีภาพออสโลว์ฟอรัม ประจำปีนี้ ได้จัดให้มีขึ้นที่ไทเป โดยนายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้รับเชิญให้กล่าวเปิดการประชุมในฐานะตัวแทนรัฐบาลสาธารณรัฐจีน กล่าวเปิดการประชุม ซึ่งเขาได้ย้ำว่า ไต้หวันมีความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวในการปกป้องประชาธิปไตยไต้หวัน และยิ่ง้องเสริมความสามารถในการป้องกันตนเองให้สูงขึ้น รวมทั้งเสริมความร่วมมือกับหุ้นส่วนที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ท่ามกลางการที่ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับการขยายอิทธิพลของลัทธิอำนาจนิยม และยิ่งต้องร่วมมือกันสร้างประชาธิปไตยที่เต็มไปด้วยความทรหด เพราะประชาธิปไตยต้องเป็นผู้ชนะในที่สุด
นายอู๋ฯ ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของโควิด-19 จนทำให้ระบอบประชาธิปไตยถดถอยเร็วขึ้น ลัทธิอำนาจนิยมบ่อนทำลายประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในฮ่องกง เมียนมาและแกมเบีย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับชัยชนะของลัทธิอำนาจนิยม เราจำเป็นต้องเสริมความทรหดให้แก่ประชาธิปไตย
นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. ไต้หวัน กล่าวเปิดการประชุมออสโลว์ฟรีด้อมฟอรั่ม ที่ไทเป
นอกจากนี้ นายอู๋ฯ ยังได้เล่าประสบการณ์วิวัฒนาการด้านประชาธิปไตยของไต้หวันที่มีผู้เสียสละทำให้ไต้หวันปฏิรูปตวเองเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิต ไต้หวันไม่อาจที่จะมองว่าเสรีภาพและประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไต้หวันต้องยืนอยู่แนวหน้าสุดเผชิญหน้ากับลัทธิอำนาจนิยม ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน “ชั่วร้าย” ข่มขู่คุกคามไต้หวันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องยืนหยัดในการเสริมความสามารถในการป้องกันตนเอง รวมทั้งเสริมความร่วมมือกับหุ้นส่วนที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ส่วน Vitali Klitschko ผู้ว่าการกรุงเคียฟ นครหลวงของยูเครนได้แสดงความขอบคุณต่อไต้หวันที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนยูเครน ซึ่งเขาและน้องชาย Wladimir Klitschko ที่เป็นแชมป์โลกมวยสากลได้มอบนวมพร้อมลายเซ็นให้แก่ไต้หวัน โดยมีนายอู๋ฯ เป็นตัวแทนรัฐบาลรับมอบนวมพร้อมลายเซ็นของบุคคลทั้งสอง
ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งไต้หวันเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่ 3 นาย Celine Assaf-Boustaniประธานมูลนิธิสิทธิมนุษยชน สหรัฐฯ ในฐานะผู้จัดการประชุมได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ เราเลือกที่จะมาจัดการประชุมที่ไต้หวัน นอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อประชาธิปไตยไต้หวันแล้ว ที่สำคัญยิ่งกว่านี้ก็คือเป็นการแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน และเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยทั่วโลก แบ่งปันประสบการณ์ ยุทธศาสตร์ทั่วโลก และสร้างความหวัง ความกล้าหาญให้แก่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนทั้งมวล
การประชุมในครั้งนี้เป็นไปภายใต้หัวข้อ Champion of Change ซึ่งผู้จัดการประชุมในครั้งนี้ ได้เชิญนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าร่วมแบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของตนด้วย หนึ่งในนั้นก็คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบไป ซึ่งเขาได้ระบุว่า ตนเป็นเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาในปี 1990 ตอนนั้นยังเป็นผู้นำนักศึกษา ต่อมาก็เข้าสู่วงการธุรกิจ แต่ในเวลาต่อมาก็มีความคิดว่าจะต้องมีคนออกมานำพาไทยไปสู่การเมืองประชาธิปไตยสมัยใหม่ ตนจึงได้ออกมาตั้งพรรคการเมืองขึ้น นอกจากนี้ นายธนาธรฯ ยังได้ตั้งความหวังว่า การประชุมในครั้งนี้จะสามารถทำให้ทุกท่านที่เข้าร่วมการประชุมเข้าใจว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาเป็นจำนวนมาก เราจึงไม่อาจประมาทได้
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานคณะก้าวหน้า ถ่ายรูปร่วมกับนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจากทั่วโลกที่กรุงไทเป ไต้หวัน
ส่วนคุณ Celine Assaf-Boustani ก็กล่าวว่า ไต้หวันได้แสดงความเข้มแข็งแห่งเสรีภาพและประชาธิปไตยในภูมิภาคนี้ เสมือนนครหลวงแห่งสิทธิมนุษยชนอย่างสมศักดิ์ศรี และเปรียบเสมือนประภาคารให้แก่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
นอกจากนี้ การประชุมในครั้งนี้ยังได้เชิญตัวแทนนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนจากประเทศต่าง ๆ รวม 10 ท่านร่วมการประชุมด้วย ซึ่งรวมถึงนายอู๋เอ่อไคซี นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเหตุการณ์เทียนอันเหมิน นาย Toufah Jallow นักต่อสู้ต่อต้านการละเมิดทางเพศจากประเทศแกมเบีย 鄺頌晴 นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฮ่องกง และนาย Wai Hnin Pwint Thon นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจากเมียนมา
นายอู๋เอ่อไคซี อดีตผู้นำนักศึกษาจีน ในเหตุการณ์เทียนอันเหมิน ระบุว่า ไต้หวันอยู่แนวหน้าสุดของการปกป้องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และต่อต้านเผด็จการ แต่ในตอนนี้ ไต้หวันกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามโดยตรง ต้องการแรงสนับสนุนเป็นอย่างมาก ส่วนคุณหลัวก้วนชง บอกว่า ในช่วงของการต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ฮ่องกง มีคำขวัญว่า “วันนี้ฮ่องกง พรุ่งนี้ไต้หวัน” เพื่อเตือนชาวโลกว่า หากเวลามาถึงเรายังเตรียมการไม่พร้อม ไม่สามัคคีกัน คำขวัญนี้ก็อาจกลายเป็นจริง
Boustani กล่าวเพิ่มเติมว่า “ไต้หวันกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เราจึงต้องแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน ณ ที่แห่งนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องร่วมมือกับการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยแบ่งปันประสบการณ์ยุทธศาสตร์ให้แก่ทุกฝ่าย เป้าหมายของเราก็คือให้กำลังใจ ความหวังและความกล้าหาญให้แก่ผู้ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในเอเชียและทั่วโลก ซึ่งเราจะต้องมาปรากฏกายที่ไต้หวันแห่งนี้อีก และมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดสำนักงานในไต้หวัน เพื่อเสริมพลังทางสังคมสนับสนุนสังคมแห่งพลเมืองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น”
Celine Assaf-Boustani ประธาน Human Rights Foundation (HRF)
By , Rti๑. รมว. กต. ไต้หวันย้ำปกป้องประชาธิปไตยไต้หวัน กลางที่ประชุม Oslo Freedom Forum ตัวแทนหลายประเทศหนุนไต้หวัน
การประชุมเสรีภาพออสโลว์ฟอรัม ประจำปีนี้ ได้จัดให้มีขึ้นที่ไทเป โดยนายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้รับเชิญให้กล่าวเปิดการประชุมในฐานะตัวแทนรัฐบาลสาธารณรัฐจีน กล่าวเปิดการประชุม ซึ่งเขาได้ย้ำว่า ไต้หวันมีความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวในการปกป้องประชาธิปไตยไต้หวัน และยิ่ง้องเสริมความสามารถในการป้องกันตนเองให้สูงขึ้น รวมทั้งเสริมความร่วมมือกับหุ้นส่วนที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ท่ามกลางการที่ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับการขยายอิทธิพลของลัทธิอำนาจนิยม และยิ่งต้องร่วมมือกันสร้างประชาธิปไตยที่เต็มไปด้วยความทรหด เพราะประชาธิปไตยต้องเป็นผู้ชนะในที่สุด
นายอู๋ฯ ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของโควิด-19 จนทำให้ระบอบประชาธิปไตยถดถอยเร็วขึ้น ลัทธิอำนาจนิยมบ่อนทำลายประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในฮ่องกง เมียนมาและแกมเบีย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับชัยชนะของลัทธิอำนาจนิยม เราจำเป็นต้องเสริมความทรหดให้แก่ประชาธิปไตย
นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. ไต้หวัน กล่าวเปิดการประชุมออสโลว์ฟรีด้อมฟอรั่ม ที่ไทเป
นอกจากนี้ นายอู๋ฯ ยังได้เล่าประสบการณ์วิวัฒนาการด้านประชาธิปไตยของไต้หวันที่มีผู้เสียสละทำให้ไต้หวันปฏิรูปตวเองเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิต ไต้หวันไม่อาจที่จะมองว่าเสรีภาพและประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไต้หวันต้องยืนอยู่แนวหน้าสุดเผชิญหน้ากับลัทธิอำนาจนิยม ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน “ชั่วร้าย” ข่มขู่คุกคามไต้หวันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องยืนหยัดในการเสริมความสามารถในการป้องกันตนเอง รวมทั้งเสริมความร่วมมือกับหุ้นส่วนที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ส่วน Vitali Klitschko ผู้ว่าการกรุงเคียฟ นครหลวงของยูเครนได้แสดงความขอบคุณต่อไต้หวันที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนยูเครน ซึ่งเขาและน้องชาย Wladimir Klitschko ที่เป็นแชมป์โลกมวยสากลได้มอบนวมพร้อมลายเซ็นให้แก่ไต้หวัน โดยมีนายอู๋ฯ เป็นตัวแทนรัฐบาลรับมอบนวมพร้อมลายเซ็นของบุคคลทั้งสอง
ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งไต้หวันเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่ 3 นาย Celine Assaf-Boustaniประธานมูลนิธิสิทธิมนุษยชน สหรัฐฯ ในฐานะผู้จัดการประชุมได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ เราเลือกที่จะมาจัดการประชุมที่ไต้หวัน นอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อประชาธิปไตยไต้หวันแล้ว ที่สำคัญยิ่งกว่านี้ก็คือเป็นการแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน และเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยทั่วโลก แบ่งปันประสบการณ์ ยุทธศาสตร์ทั่วโลก และสร้างความหวัง ความกล้าหาญให้แก่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนทั้งมวล
การประชุมในครั้งนี้เป็นไปภายใต้หัวข้อ Champion of Change ซึ่งผู้จัดการประชุมในครั้งนี้ ได้เชิญนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าร่วมแบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของตนด้วย หนึ่งในนั้นก็คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบไป ซึ่งเขาได้ระบุว่า ตนเป็นเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาในปี 1990 ตอนนั้นยังเป็นผู้นำนักศึกษา ต่อมาก็เข้าสู่วงการธุรกิจ แต่ในเวลาต่อมาก็มีความคิดว่าจะต้องมีคนออกมานำพาไทยไปสู่การเมืองประชาธิปไตยสมัยใหม่ ตนจึงได้ออกมาตั้งพรรคการเมืองขึ้น นอกจากนี้ นายธนาธรฯ ยังได้ตั้งความหวังว่า การประชุมในครั้งนี้จะสามารถทำให้ทุกท่านที่เข้าร่วมการประชุมเข้าใจว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาเป็นจำนวนมาก เราจึงไม่อาจประมาทได้
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานคณะก้าวหน้า ถ่ายรูปร่วมกับนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจากทั่วโลกที่กรุงไทเป ไต้หวัน
ส่วนคุณ Celine Assaf-Boustani ก็กล่าวว่า ไต้หวันได้แสดงความเข้มแข็งแห่งเสรีภาพและประชาธิปไตยในภูมิภาคนี้ เสมือนนครหลวงแห่งสิทธิมนุษยชนอย่างสมศักดิ์ศรี และเปรียบเสมือนประภาคารให้แก่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
นอกจากนี้ การประชุมในครั้งนี้ยังได้เชิญตัวแทนนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนจากประเทศต่าง ๆ รวม 10 ท่านร่วมการประชุมด้วย ซึ่งรวมถึงนายอู๋เอ่อไคซี นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเหตุการณ์เทียนอันเหมิน นาย Toufah Jallow นักต่อสู้ต่อต้านการละเมิดทางเพศจากประเทศแกมเบีย 鄺頌晴 นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฮ่องกง และนาย Wai Hnin Pwint Thon นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจากเมียนมา
นายอู๋เอ่อไคซี อดีตผู้นำนักศึกษาจีน ในเหตุการณ์เทียนอันเหมิน ระบุว่า ไต้หวันอยู่แนวหน้าสุดของการปกป้องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และต่อต้านเผด็จการ แต่ในตอนนี้ ไต้หวันกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามโดยตรง ต้องการแรงสนับสนุนเป็นอย่างมาก ส่วนคุณหลัวก้วนชง บอกว่า ในช่วงของการต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ฮ่องกง มีคำขวัญว่า “วันนี้ฮ่องกง พรุ่งนี้ไต้หวัน” เพื่อเตือนชาวโลกว่า หากเวลามาถึงเรายังเตรียมการไม่พร้อม ไม่สามัคคีกัน คำขวัญนี้ก็อาจกลายเป็นจริง
Boustani กล่าวเพิ่มเติมว่า “ไต้หวันกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เราจึงต้องแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน ณ ที่แห่งนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องร่วมมือกับการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยแบ่งปันประสบการณ์ยุทธศาสตร์ให้แก่ทุกฝ่าย เป้าหมายของเราก็คือให้กำลังใจ ความหวังและความกล้าหาญให้แก่ผู้ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในเอเชียและทั่วโลก ซึ่งเราจะต้องมาปรากฏกายที่ไต้หวันแห่งนี้อีก และมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดสำนักงานในไต้หวัน เพื่อเสริมพลังทางสังคมสนับสนุนสังคมแห่งพลเมืองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น”
Celine Assaf-Boustani ประธาน Human Rights Foundation (HRF)