กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗


Listen Later

MAC ไต้หวันย้ำ การไม่ขึ้นต่อกันเป็นความจริง ความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันก็คือความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน 

         สืบเนื่องจากกรณีที่นายเหลียงเหวินเจี๋ย รองประธานคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ (MAC) ได้ให้สัมภาษณ์สื่อในไต้หวันระบุว่า การไม่ขึ้นต่อกันของช่องแคบไต้หวัน ในทางความเป็นจริงก็คือสองประเทศ ทำให้สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนโจมตีอย่างรุนแรง ซึ่งนายชิวฉุยเจิ้ง ประธาน MAC ได้ระบุในการแถลงข่าวว่าว่า สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ รัฐบาลจะดำเนินการตามที่ระบุในรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐจีน กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนช่องแคบไต้หวัน และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการระหว่างช่องแคบไต้หวัน จุดยืนนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และยืนหยัดใน 4 ยืนหยัด ไม่หวั่นไม่หยิ่งผยอง รักษาสถานะปัจจุบัน ยืนหยัดในเสถียรภาพและสันติภาพช่องแคบไต้หวัน 

          นายชิวฯ ระบุอีกว่า ในมาตราต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญ สาธารณรัฐจีน ระบุไว้อย่างชัดแจ้งว่า สาธารณรัฐจีนกับประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้เป็นความสัมพันธ์ที่มิได้ขึ้นต่อกัน ดังนั้น จึงกล่าวว่า ช่องแคบไต้หวันมิได้ขึ้นต่อกัน ไม่เพียงแต่เป็นความจริงเท่านั้น หากยังเป็นเป็นสถานะปัจจุบันของช่องแคบไต้หวันด้วย 

          นอกจากนี้ นายชิวฯ ยังได้เรียกร้องให้จีนยุติการข่มขู่คุกคามไต้หวันทั้งหมด ร่วมกันรับผิดชอบต่อสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน และยิ่งควรที่จะต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน ผลักดันการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันบนหลักการแห่งศักดิ์ศรี ไต้หวันเห็นว่าประชาชนบนช่องแคบไต้หวันให้ความสนใจกับชีวิตความเป็นอยู่ และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรเอาการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว ลดความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างกัน รวมทั้งป้องกันมิให้เกิดลักลั่นปะทะกันขึ้น อาศัยพลวัตรในเชิงบวกผลักดันปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างมีเหตุมีผล และเข้าใจซึ่งกันและกัน 

นายชิงฉุยเจิง ประธานคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน

 ลือสนั่น! บริษัทต่างชาติในจีนเร่งอพยพพนักงานไต้หวันออกจากจีน เกรงมาตรการตอบโต้ “แบ่งแยกดินแดน” 

          กรณีที่จีนประกาศใช้ “กม. 22 มาตรา” ลงโทษบุคคลหัวรั้นแยกไต้หวันเป็นเอกราช โทษหนักสุดถึงประหารชีวิต ส่งผลให้บริษัทต่างชาติในจีนเริ่มมีความวิตกกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานสัญชาติไต้หวัน จึงกำลังพิจารณาวางแผนอพยพพนักงานสัญชาติไต้หวันออกจากจีนโดยเร่งด่วน 

         สำนักข่าวรอยเตอร์และสำนักข่าว CNA ของไต้หวันได้รายงานตรงกันว่า นาย Perkins Coieหุ้นส่วนสำนักงานทนายความ James Zimmerman ประจำปักกิ่ง เปิดเผยว่า มีบริษัทต่างชาติในจีนหลายแห่งได้ติดต่อมา เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ส่วนคุณเจมส์ฯ ก็บอกว่า ตอนนี้มีบริษัทหลายแห่งได้แสดงความวิตกกังวล “พื้นที่สีเทา” ในจีน อย่างการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย หรือลงคะแนนเสียงให้กับใครหรือพรรคการเมืองใด ในการเลือกตั้งของไต้หวัน   จนทำให้ทางการจีนกล่าวหาว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกไต้หวัน 

          รายงานข่าวระบุว่า สถิติของไต้หวันระบุว่า จนถึงสิ้นปี 2022 มีชาวไต้หวันประมาณ 1.77 แสนคนทำงานอยู่ในจีน เนื่องจากพนักงานชาวไต้หวันพูดภาษาจีนได้ และเข้าใจวัฒนธรรมจีนเป็นอย่างดี ดังนั้น จึงมีบริษัทต่างชาติจำนวนมากที่นิยมว่าจ้างพนักงานชาวไต้หวัน

          ส่วนสำนักข่าว “Deutsche Welle” ก็รายงานว่า นายซงเหวินตี๋ นักวิจัยศูนย์ Global China Hub  คณะกรรมการบริหาร Atlantic Council เห็นว่า กฎหมายฉบับใหม่ของจีนทำให้บริษัทต่างชาติอาจต้องถอนการลงทุนออกจากจีนทั้งหมด หรือไม่ว่าจ้างพนักงานชาวไต้หวันอีก และจะส่งผลให้มีชาวไต้หวันทำงานในจีนน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะทำให้ทางการปักกิ่งยากที่จะได้ใจชาวไต้หวันมากขึ้นเป็นลำดับ นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวระบุว่า มีพนักงานชาวไต้หวันในจีนบางส่วนได้รับแจังให้อพยพออกจากจีนแล้ว ซึ่งก็ยอมทำตามแผนของบริษัทด้วย 

อดีตรองนายกรัฐมนตรีไต้หวันถูกกล่าวหาคอร์รัปชั่น ถูกสั่ง ศาลให้ประกันตัวด้วยวงเงิน 5 ล้าน หลังอัยการขออำนาจศาลอายัดตัว ห้ามเยี่ยม ห้ามประกัน

            นายเจิ้งเหวินช่าน ประธานมูลนิธิเพื่อการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างช่องแคบไต้หวัน หรือ SEF องค์กรกลางในการประสานงานระหว่างช่องแคบไต้หวันของไต้หวัน อดีตรองนายกฯ และอดีตผู้ว่าการเทศบาลนครเถาหยวน 2 สมัย ถูกอัยการศาลท้องถิ่นเถาหยวนได้สืบสวนสอบสวนในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่นรับเงินสินบนบริษัทพัฒนาที่ดินในนครเถาหยวน แต่รายละเอียดยังไม่แน่ชัดนัก โดยอัยการยื่นขออายัดตัว ห้ามเยี่ยม ห้ามประกัน ซึ่งศาลได้เปิดบัลลังก์พิจารณากรณีดังกล่าวในบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา ผลปรากฎว่า ศาลอนุญาตให้ประกันตัวได้ในวงเงิน 5 ล้านเหรียญไต้หวัน

            อย่างไรก็ดี ทนายความประจำตัวของนายเจิ้งเหวินช่าน ระบุว่า นายเจิ้งฯ ย้ำว่าตนไม่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายใด ๆ จะให้ความร่วมมือในการสอบสวนทุกอย่าง และหวังว่าคดีจะเป็นที่แน่ชัดโดยเร็ว เพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้กับตน 

            ทางด้านทำเนียบประธานาธิบดี และพรรค DPP ต่างเรียกร้องให้เร่งดำเนินการเพื่อให้คดีดังกล่าวเป็นที่แน่ชัดในเร็ววันเช่นเดียวกัน

นายเจิ้งเหวินช่าน ประธาน SEF ไต้หวัน 

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti