กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๗


Listen Later

ไต้หวันมุ่งประเด็นมติ 2758 ไม่เกี่ยวไต้หวัน 

           สหประชาชาติมีกำหนดการเปิดการประชุมสมัชชาใหญ่ สมัยที่ 79 ประจำปีนี้ ในวันที่ 10 ก.ย. และจะมีการเปิดการอภิปรายทั่วไประหว่างวันที่ 24-28 และ 30 ก.ย.  ซึ่งได้กำหนดหัวข้อของการประชุมว่า “ไม่ปล่อยใครไว้ข้างหลัง : ร่วมส่งเสริมสันติภาพ พัฒนาอย่างยั่งยืนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในปัจจุบันและในอนาคต” 

           กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้ออกแถลงข่าวระบุเกี่ยวกับแผนการผลักดันการเข้าไปมีส่วนร่วมในองค์กรระหว่างประเทศที่มีความสำคัญที่สุดระดับโลกนี้ โดยได้ตั้งเป้าหมายผลักดันให้ประชาคมโลกหันมาให้ความสำคัญกับมติ 2758 ที่ถูกบิดเบือนมาโดยตลอด โดยกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันระบุว่า สิ่งที่ยังคงเป็นประเด็นที่เสียดสีหัวข้อของสหประชาชาติในปีนี้ก็คือ ไต้หวันมีประชากรอยู่ถึง 23.5 ล้านคน ที่ยังถูกทอดทิ้งให้อยู่นอกสารบทของสหประชาชาติ กลายเป็นเหตุแห่งคามเป็นธรรมเกิดขึ้น ซึ่งเป็นความจงใจในการบิดเบือนความหมายของมติ 2758 เพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นในประชาคมโลก ให้เท่ากับการยอมรับ “หลักการจีนเดียว” รวมทั้งแอบอ้างว่า “ไตหวันเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน และมอบอำนาจให้จีนเป็นตัวแทนในสหประชาชาติ จนนำไปสู่การทำลายล้างอธิปไตยของสาธารณรัฐจีน ไต้หวัน ซึ่งเป็นความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ตลอดจนทำลายล้างสิทธิอันชอบธรรมในการเข้าร่วมกิจกรรมสหประชาชาติของไต้หวัน 

        สำหรับในปีนี้ รัฐบาลไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้วางแผนการในการผลักดันการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรระหว่างประเทศนี้ โดยตั้งเป้าหมายยุทธศาสตร์ 3 ประการ ได้แก่ 

  1.  มติ 2758 สหประชาชาติถูกบิดเบือนด้วยความจงใจ ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันและอินโดแปซิฟิก สหประชาชาติจึงควรเล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ ตลอดจนต้องมีปฏิบัติการที่กระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น 

  2.  มติที่ 2758 ของสหประชาชาติมิได้ปฏิเสธมิให้ไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหประชาชาติ ซึ่งสหประชาชาติควรที่จะหาวิธีการที่เหมาะสมในการรับไต้หวันเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้ไต้หวันมีส่วนร่วมในการสร้างคุณูปการให้แก่เป้าหมายแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือ SDGs

  3. สำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติควรมีจุดยืนเป็นกลาง ยุติการอ้างข้อมติ 2758 อย่างผิด ๆ อีก ตลอดจนอย่าได้ริดรอนสิทธิอันชอบธรรมของชาวไต้หวันและสื่อไต้หวันอย่างไร้เหตุผลอีกต่อไป 

             สำหรับวิธีการในการผลักดันเรื่องนี้ รัฐบาลได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว โดยคำนึงถึงการผลักดันในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ที่เป็นไปอย่างมั่นคง แน่วแน่และสอดคล้องกับความเป็นจริง จนได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกโดยทั่วไป ร่วมทั้งกระตุ้นให้ประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับไต้หวันเข้าร่วมในขบวนแถวแห่งการสนับสนุนไต้หวันมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ในปีนี้ จึงได้ประสานกับพันธมิตรในสหประชาาติทำหนังสือถึงนาย António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ และขอให้พันธมิตรของไต้หวันร่วมกันแสดงจุดยืนสนับสนุนในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติปีนี้ด้วย

    นายเถียนจงหวง รมช. กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

    หัวหน้าพรรค TPP ถูกอายัดตัวแล้ว ทนายดังระบุ 9 เหตุสำคัญที่ทำให้ศาลสั่งอายัดตัว

              นายเคอเหวินเจ๋อ หัวหน้าพรรค TPP อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป 2 สมัย และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีของพรรค TPP แม้จะพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างหมดรูป แต่ก็จะเป็นที่นิยมชมชอบของคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย หลังถูกศาลท้องถิ่นไทเปวินิจฉัยเชิญให้กลับได้ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่อัยการได้ยื่นคัดค้าน ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้ส่งเรื่องคืนให้ศาลท้องถิ่นไทเปพิจารณาใหม่ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ ที่ให้ปล่อยตัวนายเคอฯ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันใด ๆ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ศาลท้องถิ่นไทเปได้เปิดบัลลังก์พิจารณาคำร้องขอคัดค้านการปล่อยตัวนายเคอฯ ซึ่งในที่สุดศาลได้พิจารณาหลักฐานประกอบโดยรอบแล้ว สั่งยกเลิกคำสั่งปล่อยตัว ซึ่งนายลวี่ชิวเยวี่ยน ทนายความชื่อดังวิเคราะห์ผลการวินิจฉัยดังกล่าวว่า ผู้พิพากษาวินิจฉัยจาก 9 เหตุผลสำคัญได้แก่

     

    1. นายเคอฯ มิได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของอัยการ และคำให้การของจำเลยที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่เป็นผลดีกับตัวนายเคอฯ 

    2. นายเคอฯ รู้อยุ่เต็มอกว่า การเพิ่มสัดส่วนพื้นทีใช้สอยของโครงการสร้างอาคารสำนักงานจิงหัวเฉิงสูงเกินไป และละเมิดระเบียบตามกฎหมายด้วย แต่ก็ยังคงดึงดันที่จะผลักดัน ซึ่งเขาไม่ได้ไม่รู้ไม่เห็นอย่างที่ให้การไว้ในตอนแรก ทำให้ผู้พิพากษาเห็นว่าประเด็นนี้ชัดเจนมาก 

    3. การกระทำของนายเคอฯ อย่างน้อยที่สุดทำให้เจ้าของโครงการได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นถึง 2 หมื่นกว่าล้าน ทำให้อย่างน้อยที่สุดนายเคอฯ ถูกต้องข้อสงสัยว่า กระทำความผิดในข้อหา “เอื้อประโยชน์” ให้แก่ผู้ประกอบการ 

    4. ในสถานการณ์ปัจจุบัน มีเพียงข้อหา “เอื้อประโยชน์” ให้แก่เจ้าของโครงการเท่านั้นรึ? ไม่มีการรับเงินสินบนแม้แต่บาทเดียว? หรือรับเงินเพื่อทำงานให้ เรื่องนี้อัยการต้องสืบสวนสอบสวนต่อไปให้กระจ่าง 

    5. นายเคอฯ ได้รับสารภาพในบางเรื่อง แต่ก็อาจกลับคำให้การได้ หรือซักซ้อมคำให้การกับผู้เกี่ยวข้องทำให้เสียรปคดีได้

    6. ในส่วนที่นายเคอฯ ปฏิเสธ ต่างกับคำให้การของนายเสิ่นชิ่งจิง เจ้าของโครงการ นางอิ้งเสี่ยวเวย สมาชิกสภาไทเป และนายเผิงเจิ้นเซิง อดีตรองผู้ว่าการกรุงไทเป ซึ่งดูเหมือนว่าทั้ง 3 ได้ให้การที่กล่าวหานายเคอฯ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย 

    7. ข้อหา “เอื้อประโยชน์” มีโทษอย่างน้อยจำคุก 5 ปี หากมีข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่นอีก ก็อาจมีโทษสูงถึงจำคุกตลอดชีวิต ดังนั้น นายเคอฯ จึงต้องพยายามต่อสู้มิให้เกิดขึ้น จึงอาจมีการติดต่อกับผู้เกี่ยวข้องกับคดี จนทำให้เสียรูปคดีได้ 

    8. การให้ประกันตัวในวงเงินสูง ไม่มีประโยชน์ที่จะป้องกันไม่ให้นายเคอฯ ออกไปซักซ้อมคำให้การกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคดี

    9.  คดีนี้อาจจะไม่ใช่เพียงข้อหา “เอื้อประโยชน์” เท่านั้น แต่อาจกลายเป็นข้อหา “ทุจริตคอร์รัปชั่น” เรื่องนี้ทำให้นายเสิ่นฯ เจ้าของโครงการได้รับประโยชน์ที่มิชอบถึง 2 หมื่นกว่าล้าน 

       

      ...more
      View all episodesView all episodes
      Download on the App Store

      กระแสประชาธิปไตยBy , Rti