“...กายสังขารมันก็ไม่เที่ยง วจีสังขารมันก็ไม่เที่ยง มโนสังขารคือความคิดมันก็ไม่เที่ยง ไม่มีอะไรเที่ยงสักอย่าง เห็นไหม ฉะนั้น พระไปปลงอนิจจา วะตะสังขารา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา
การเข้าไปสงบรำงับ ก็คือการเข้าไปดูแล้วไม่ยึดมั่นถือมั่น การเข้าไปสงบรำงับสังขารเหล่านั้นเป็นสุข ทีนี้ ไปสงบรำงับตอนไหน เราเข้าไปเห็นผู้ชายหล่อ ผู้ชายเห็นผู้หญิงสวย รำงับตอนนั้นเลย คืออย่าให้มันเข้าไปยึดมั่นถือมั่น ที่บอกว่าผัสสะ ตา รูป จักขุวิญญาณ ผัสสะ พอเกิดผัสสะก็เกิดเวทนาขึ้นมา คือความพอใจที่เป็นสุขก็ได้เป็นทุกข์ก็ได้
ฉะนั้นประโยคสุดท้ายที่ว่า เตสัง วูปะสะโม สุโข การเข้าไปสงบรำงับ สังขารเหล่านั้นเป็นสุข คือเราไม่หลง เห็นตั้งแต่ต้นจนถึงปลาย มันต้องตายแน่ ตายแล้วมันก็เหม็นเน่าอย่างนั้น..
การเข้าไปสงบรำงับสังขารเหล่านั้นคือไม่ยึดมั่นถือมั่น พอสงบแล้วก็ดู แล้วก็ไม่ยึดมั่นถือมั่น พอเกิดผัสสะขึ้นมากับศพก็ดี กับคนสวยคนหล่อก็ดี ก็ทิ้งหมด เราก็เป็นอย่างนั้น เขาก็เป็นอย่างนั้น ไม่ใช่ของจริงเลย....”
ข้อความตอนหนึ่งจากพระธรรมเทศนา ตอน การเข้าไปสงบรำงับสังขารเหล่านั้นเป็นสุข
ประจำวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
โดยหลวงพ่อเอี้ยน (พระครูวินัยธร มหาทรงศักดิ์ วิโนทโก)
ณ สำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต อ.เมือง จ.พัทลุง