
Sign up to save your podcasts
Or


มองปัจจุบัน ย้อนอดีต -07 ก.ย. 63- “เต้าหู้(豆腐)” โปรตีนแห่งท้องทุ่ง ไม่แพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์!!
เอกลักษณ์ของเต้าหู้ที่มีการพรรณาเอาไว้ว่า สีขาวสะอาดคือความงามที่เป็นเลิศ ความอ่อนนุ่มคือสัมผัสที่เป็นเลิศ กลิ่นหอมอ่อนคือรสชาติที่เป็นเลิศ เหล่านี้น่าจะเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่เกินความเป็นจริงสำหรับเต้าหู้ ซึ่งเป็นอาหารที่คู่ชาวจีนมานานแสนนาน และนอกจากนี้ ความอ่อนนุ่มของเต้าหู้นั้นก็มีผู้นำไปเปรียบเหมือนกับเนื้อกายของสาวแรกรุ่นที่อ่อน สะอาด บริสุทธิ์ และเปรียบหญิงที่มีอายุซึ่งผิวไม่สวยงามว่า โต่วกัน ซึ่งก็คือ เต้าหู้ที่นำไปตากแห้งซึ่งจะมีความเหนียว อีกทั้งยังมีแสลงในภาษาจีนอยู่คำหนึ่งว่า ชือเต้าฝู่(吃豆腐) แปลตรงๆ ก็คือกินเต้าหู้ แต่คำแสลงหมายถึงการแตะอั้งผู้หญิง
เต้าหู้นั้นสามารถที่จะนำมาปรุงเป็นอาหารต่าง ๆ ได้หลายชนิด ตั้งแต่ง่ายที่สุดก็คือ เอาเต้าหู้อ่อนจิ้มกับซี่อิ๊วก็กินได้ หรือไม่ก็เต้าหู้อ่อนชิ้นหนึ่ง เอาไข่เยี่ยวม้าผ่าซีกวางไว้ข้างบน โรยด้วยต้นหอมซอยหน่อยหนึ่ง คลุกไข่เยี่ยวม้ากับเต้าหู้เข้าด้วยกัน ก็เป็นของกินเล่น หรือจะกินกับข้าวต้มหรือบะหมี่ก็ได้ รสชาติของเต้าหู้ผสมกับไข่เยี่ยวม้าเป็นรสที่ชนชาติอื่นอาจจะไม่คุ้นเคยจนมีชาวต่างชาติให้ความเห็นว่าเป็นอาหารที่น่าสะอิดสะเอียน แต่สำหรับชาวจีนแล้วอร่อยยิ่งนัก และคนจีนแทบทุกคนก็รู้จักและได้กินอาหารแบบนี้
เต้าหู้คลุกไข่เยี่ยวม้า อร่อยมาก แต่บางคนบอกว่าน่าสะอิดสะเอียนที่สุดในโลก
กล่าวได้ว่า ไข่เยี่ยวม้าไม่ใช่เป็นอาหารที่ทุกคนให้การยอมรับได้ คนที่เข้าใจไข่เยี่ยวม้า จะเข้าใจโดยธรรมชาติ คนที่ไม่เข้าใจ ก็จะไม่คะยั้นคะยอให้เกิดความเข้าใจ ก็มีคำถามว่า ทำไมไข่เยี่ยวม้าจึงเปลี่ยนเป็นสีดำ ไข่เยี่ยวม้าทำไมมีกลิ่นแปลกๆ ฉุนๆ เป็นต้น ผู้อยู่ในวงการผลิตไข่เยี่ยวม้าเองก็จะตอบด้วยความลี้ลับว่า ไข่เยี่ยวม้าก็คือไข่พันปี(Thousand year egg) มีบางคนเน้นว่า เป็นไข่ที่แปรรูปเก็บไว้ได้นานอย่างหนึ่ง(preserved egg) ไข่เยี่ยวม้าคือขบวนการเปลี่ยนแปลงระหว่างความเป็นด่างกับไข่ขาว เมื่อไข่พบกับความเป็นด่าง ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนี่ก็คือหลักของวิทยาศาสตร์ที่ตายตัว หลายคนเมื่อฟังคำอธิบายแล้ว ก็เข้าใจทันที เข้าใจว่าแท้จริงแล้วไข่เยี่ยวม้าไม่ใช่ความลึกลับอะไร เพียงแต่ชาวจีนตั้งแต่โบราณเป็นต้นมา นำเอาไข่ที่มีมากเกินไป กินไม่ทัน แปรรูปด้วยการใส่เกลือ ใส่ปูนขาว น้ำชา ขี้เถ้า ที่มีความเป็นด่างห่อหุ้มไว้ เพื่อเก็บรักษาให้นาน ขณะเดียวกันเป็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์จากไข่ให้มีความหลากหลายมากขึ้นอีกด้วย
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiมองปัจจุบัน ย้อนอดีต -07 ก.ย. 63- “เต้าหู้(豆腐)” โปรตีนแห่งท้องทุ่ง ไม่แพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์!!
เอกลักษณ์ของเต้าหู้ที่มีการพรรณาเอาไว้ว่า สีขาวสะอาดคือความงามที่เป็นเลิศ ความอ่อนนุ่มคือสัมผัสที่เป็นเลิศ กลิ่นหอมอ่อนคือรสชาติที่เป็นเลิศ เหล่านี้น่าจะเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่เกินความเป็นจริงสำหรับเต้าหู้ ซึ่งเป็นอาหารที่คู่ชาวจีนมานานแสนนาน และนอกจากนี้ ความอ่อนนุ่มของเต้าหู้นั้นก็มีผู้นำไปเปรียบเหมือนกับเนื้อกายของสาวแรกรุ่นที่อ่อน สะอาด บริสุทธิ์ และเปรียบหญิงที่มีอายุซึ่งผิวไม่สวยงามว่า โต่วกัน ซึ่งก็คือ เต้าหู้ที่นำไปตากแห้งซึ่งจะมีความเหนียว อีกทั้งยังมีแสลงในภาษาจีนอยู่คำหนึ่งว่า ชือเต้าฝู่(吃豆腐) แปลตรงๆ ก็คือกินเต้าหู้ แต่คำแสลงหมายถึงการแตะอั้งผู้หญิง
เต้าหู้นั้นสามารถที่จะนำมาปรุงเป็นอาหารต่าง ๆ ได้หลายชนิด ตั้งแต่ง่ายที่สุดก็คือ เอาเต้าหู้อ่อนจิ้มกับซี่อิ๊วก็กินได้ หรือไม่ก็เต้าหู้อ่อนชิ้นหนึ่ง เอาไข่เยี่ยวม้าผ่าซีกวางไว้ข้างบน โรยด้วยต้นหอมซอยหน่อยหนึ่ง คลุกไข่เยี่ยวม้ากับเต้าหู้เข้าด้วยกัน ก็เป็นของกินเล่น หรือจะกินกับข้าวต้มหรือบะหมี่ก็ได้ รสชาติของเต้าหู้ผสมกับไข่เยี่ยวม้าเป็นรสที่ชนชาติอื่นอาจจะไม่คุ้นเคยจนมีชาวต่างชาติให้ความเห็นว่าเป็นอาหารที่น่าสะอิดสะเอียน แต่สำหรับชาวจีนแล้วอร่อยยิ่งนัก และคนจีนแทบทุกคนก็รู้จักและได้กินอาหารแบบนี้
เต้าหู้คลุกไข่เยี่ยวม้า อร่อยมาก แต่บางคนบอกว่าน่าสะอิดสะเอียนที่สุดในโลก
กล่าวได้ว่า ไข่เยี่ยวม้าไม่ใช่เป็นอาหารที่ทุกคนให้การยอมรับได้ คนที่เข้าใจไข่เยี่ยวม้า จะเข้าใจโดยธรรมชาติ คนที่ไม่เข้าใจ ก็จะไม่คะยั้นคะยอให้เกิดความเข้าใจ ก็มีคำถามว่า ทำไมไข่เยี่ยวม้าจึงเปลี่ยนเป็นสีดำ ไข่เยี่ยวม้าทำไมมีกลิ่นแปลกๆ ฉุนๆ เป็นต้น ผู้อยู่ในวงการผลิตไข่เยี่ยวม้าเองก็จะตอบด้วยความลี้ลับว่า ไข่เยี่ยวม้าก็คือไข่พันปี(Thousand year egg) มีบางคนเน้นว่า เป็นไข่ที่แปรรูปเก็บไว้ได้นานอย่างหนึ่ง(preserved egg) ไข่เยี่ยวม้าคือขบวนการเปลี่ยนแปลงระหว่างความเป็นด่างกับไข่ขาว เมื่อไข่พบกับความเป็นด่าง ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนี่ก็คือหลักของวิทยาศาสตร์ที่ตายตัว หลายคนเมื่อฟังคำอธิบายแล้ว ก็เข้าใจทันที เข้าใจว่าแท้จริงแล้วไข่เยี่ยวม้าไม่ใช่ความลึกลับอะไร เพียงแต่ชาวจีนตั้งแต่โบราณเป็นต้นมา นำเอาไข่ที่มีมากเกินไป กินไม่ทัน แปรรูปด้วยการใส่เกลือ ใส่ปูนขาว น้ำชา ขี้เถ้า ที่มีความเป็นด่างห่อหุ้มไว้ เพื่อเก็บรักษาให้นาน ขณะเดียวกันเป็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์จากไข่ให้มีความหลากหลายมากขึ้นอีกด้วย