
Sign up to save your podcasts
Or


มองปัจจุบัน ย้อนอดีต -07 ธ.ค. 63- ประวัติศาสตร์เมืองจีหลง กว่า 400 ปี ย้อนชมได้ด้วยระบบเสมือนจริง AR/VR
เมืองจีหลง(基隆) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน ชื่อเดิมคือจีหลง(雞籠สุ่มไก่) มีท่าเรือสำคัญเป็นศูนย์กลางการเดินเรือทางภาคเหนือ และเป็นเมืองหรือท่าเรือที่ฝนตกชุก ประชากร 368,020 คน(สถิติ 30/09/2020) 95% ของพื้นที่เป็นเนินเขา เป็นเมืองที่อยู่ติดกับนครนิวไทเป มีพื้นที่ราบน้อย ถือเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่ผ่านกาลเวลามานานเกือบ 400 ปี มีเรื่องราวที่น่าสนน่าศึกษาเกิดขึ้นมากมาย เพื่อให้เมืองจีหลงหลุดพ้นความซบเซาของท่าเรือเก่า พลิกเป็นท่าเรือศูนย์รวมจิตใจ ชุบเมืองใหม่ให้ตื่นตา ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ท้าทายของเทศบาลเมืองจีหลงในปัจจุบัน ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา หลินยิ่วชาง (林右昌) ผู้ว่าการเมืองจีหลง และเฉินจิ้งผิง (陳靜萍) ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมร่วมแถลงข่าว การปรับปรุงตึกที่ทำการรถประจำทางที่เก่าทรุดโทรมของเมืองจีหลงให้กลายเป็นศูนย์บริการอุทยานประวัติศาสตร์ต้าซาวัน(大沙灣園區)ในอนาคตศูนย์บริการอุทยานประวัติศาสตร์ต้าซาวันจะติดตั้งเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง AR/VR เพื่อให้ประชาชนได้ย้อนยุคชมสภาพบ้านเมืองในประวัติศาสตร์ หลินยิ่วชางยังบอกด้วยว่า งานก่อสร้างนี้เป็นงานระยะสุดท้ายของอุทยานประวัติศาสตร์ต้าซาวัน คาดว่าจะปรับปรุงเสร็จในปีหน้าให้ทันการเปิดงาน Expo เมืองจีหลง ตึกที่ทำการรถประจำทางเก่าแห่งนี้จะกลายศูนย์บริการอุทยานประวัติศาสตร์ มีการจัดแสดงนิทรรศการ ประชาชนจะได้ชมในแบบ AR/VR ทำให้เข้าใจสภาพการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยุคปี 1626 ซึ่งผ่านมาเกือบ 400 ปีแล้ว เฉินจิ้งผิงบอกว่าในอนาคตจะมีการจัดแบ่งเป็นส่วนนิทรรศการ ชั้น 1 ถึงชั้น 3 เป็นส่วนของเทคโนโลยีดิจิทัลมีระบบ AR/VR และเสียงเซนเซอร์ราว ประชาชนจะได้สัมผัสประสบการณ์ย้อนยุคอดีต เป็นการสร้างสถานที่สันทนาการและการศึกษามรดกทางวัฒนธรรม ภาพประวัติศาสตร์ในอดีตที่สูญหายไป ฟื้นฟูกลับขึ้นมาอีกครั้งด้วยระบบดิจิทัล
ปรับปรุงตึกที่ทำการรถประจำทางที่เก่าทรุดโทรมของเมืองจีหลงเป็นศูนย์บริการอุทยานประวัติศาสตร์ต้าซาวัน
แน่นอน ความทรงจำในอดีตเหล่านี้จะต้องอาศัยเทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยเหลือเชื่อมโยง ทางเทศบาลเมืองวางแผนใช้เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง VR และ AR เพื่อบันทึกมรดกวัฒนธรรมที่ผ่านกาลเวลาในอดีต เปรียบเทียบสภาพพื้นที่เก่ากับสถานที่ปัจจุบัน จัดฉากแผนที่เก่าของยุคสมัยที่ต่างกันไว้ในที่เดียวกัน การอาศัยเทคโนโลยีเสมือนจริงจะทำให้การแสดงมรดกวัฒนธรรมมีความสมบูรณ์มากขึ้น การบูรณะทางประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องราวที่ทับซ้อนกันเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับการศึกษา จินตนาการและศิลปะ มีความซับซ้อนหลายชั้น จะต้องพิจารณาแต่ละเรื่องอย่างรอบคอบ ในภาวะที่กระทรวงวัฒนธรรมไม่ได้กำหนดนโยบายอย่างชัดเจนในการบริหารจัดการพื้นที่มรดกวัฒนธรรมด้านสถาปัตยกรรม ทำให้การใช้งานและการอนุรักษ์มีความยากลำบาก ดังนั้น จะต้องยึดถือ คน เป็นศูนย์กลาง อาศัยการเล่าเรื่อง เพื่อกระตุ้นคนปัจจุบันสนใจประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับสภาพปัจจุบัน จะต้องประสานกันทั้งสองด้าน จึงจะทำให้มรดกวัฒนธรรมที่สำคัญเหล่านี้สืบทอดต่อไป ทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตชีวาน่าสนใจ
ท่าเรือจีหลงมีตู้คอนเทนเนอร์สารพัดสีกองสูงบนลานกว้างคล้ายป้อมเมืองดูเหมือนของเด็กเล่น
ถ้าไปเมืองจีหลง อาจจะเห็นนกนางนวลบินไปมาเป็นฝูง เห็นเรือสินค้าขนาดใหญ่รวมตัวจอดเรียงรายที่ท่าเรือ เห็นตู้คอนเทนเนอร์ สารพัดสีกองสูงบนลานกว้างคล้ายป้อมเมืองดูเหมือนของเด็กเล่น เรือสำราญจอดเทียบท่าราวตำหนัก สูงสง่าตั้งอยู่ในทะเล หากมองจากมุมสูงจะเห็นเมืองแห่งนี้ถูกทะเลโอบล้อมไว้ ทัศนียภาพส่วนใหญ่เป็นภูเขา บ้านเก่าและสิ่งก่อสร้างที่เรียบง่ายมีสีสันหลากหลายเรียงสลับซับซ้อนไปมาตามเชิงเขา อาจทำให้ผู้คนรู้สึกเผลอนึกว่ากำลังอยู่ในเมืองบาร์เซโลน่าของสเปน แต่เมื่อผ่านละอองหมอกไอน้ำ สายตามองพลันมองเห็น ป้ายเมือง KEELUNG ตั้งตระหง่านเบื้องหน้าสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย จึงรู้ว่า ที่นี่คือเมืองจีหลง เมืองท่าเรือที่บ่มเพาะวัฒนธรรมหลากหลาย ไม่เพียงเหมาะต่อการเดินทาง ยังเหมาะต่อการจอดเรือทอดสมอด้วย
ชายฝั่งทะเลเมืองจีหลงที่งดงาม
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiมองปัจจุบัน ย้อนอดีต -07 ธ.ค. 63- ประวัติศาสตร์เมืองจีหลง กว่า 400 ปี ย้อนชมได้ด้วยระบบเสมือนจริง AR/VR
เมืองจีหลง(基隆) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน ชื่อเดิมคือจีหลง(雞籠สุ่มไก่) มีท่าเรือสำคัญเป็นศูนย์กลางการเดินเรือทางภาคเหนือ และเป็นเมืองหรือท่าเรือที่ฝนตกชุก ประชากร 368,020 คน(สถิติ 30/09/2020) 95% ของพื้นที่เป็นเนินเขา เป็นเมืองที่อยู่ติดกับนครนิวไทเป มีพื้นที่ราบน้อย ถือเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่ผ่านกาลเวลามานานเกือบ 400 ปี มีเรื่องราวที่น่าสนน่าศึกษาเกิดขึ้นมากมาย เพื่อให้เมืองจีหลงหลุดพ้นความซบเซาของท่าเรือเก่า พลิกเป็นท่าเรือศูนย์รวมจิตใจ ชุบเมืองใหม่ให้ตื่นตา ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ท้าทายของเทศบาลเมืองจีหลงในปัจจุบัน ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา หลินยิ่วชาง (林右昌) ผู้ว่าการเมืองจีหลง และเฉินจิ้งผิง (陳靜萍) ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมร่วมแถลงข่าว การปรับปรุงตึกที่ทำการรถประจำทางที่เก่าทรุดโทรมของเมืองจีหลงให้กลายเป็นศูนย์บริการอุทยานประวัติศาสตร์ต้าซาวัน(大沙灣園區)ในอนาคตศูนย์บริการอุทยานประวัติศาสตร์ต้าซาวันจะติดตั้งเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง AR/VR เพื่อให้ประชาชนได้ย้อนยุคชมสภาพบ้านเมืองในประวัติศาสตร์ หลินยิ่วชางยังบอกด้วยว่า งานก่อสร้างนี้เป็นงานระยะสุดท้ายของอุทยานประวัติศาสตร์ต้าซาวัน คาดว่าจะปรับปรุงเสร็จในปีหน้าให้ทันการเปิดงาน Expo เมืองจีหลง ตึกที่ทำการรถประจำทางเก่าแห่งนี้จะกลายศูนย์บริการอุทยานประวัติศาสตร์ มีการจัดแสดงนิทรรศการ ประชาชนจะได้ชมในแบบ AR/VR ทำให้เข้าใจสภาพการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยุคปี 1626 ซึ่งผ่านมาเกือบ 400 ปีแล้ว เฉินจิ้งผิงบอกว่าในอนาคตจะมีการจัดแบ่งเป็นส่วนนิทรรศการ ชั้น 1 ถึงชั้น 3 เป็นส่วนของเทคโนโลยีดิจิทัลมีระบบ AR/VR และเสียงเซนเซอร์ราว ประชาชนจะได้สัมผัสประสบการณ์ย้อนยุคอดีต เป็นการสร้างสถานที่สันทนาการและการศึกษามรดกทางวัฒนธรรม ภาพประวัติศาสตร์ในอดีตที่สูญหายไป ฟื้นฟูกลับขึ้นมาอีกครั้งด้วยระบบดิจิทัล
ปรับปรุงตึกที่ทำการรถประจำทางที่เก่าทรุดโทรมของเมืองจีหลงเป็นศูนย์บริการอุทยานประวัติศาสตร์ต้าซาวัน
แน่นอน ความทรงจำในอดีตเหล่านี้จะต้องอาศัยเทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยเหลือเชื่อมโยง ทางเทศบาลเมืองวางแผนใช้เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง VR และ AR เพื่อบันทึกมรดกวัฒนธรรมที่ผ่านกาลเวลาในอดีต เปรียบเทียบสภาพพื้นที่เก่ากับสถานที่ปัจจุบัน จัดฉากแผนที่เก่าของยุคสมัยที่ต่างกันไว้ในที่เดียวกัน การอาศัยเทคโนโลยีเสมือนจริงจะทำให้การแสดงมรดกวัฒนธรรมมีความสมบูรณ์มากขึ้น การบูรณะทางประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องราวที่ทับซ้อนกันเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับการศึกษา จินตนาการและศิลปะ มีความซับซ้อนหลายชั้น จะต้องพิจารณาแต่ละเรื่องอย่างรอบคอบ ในภาวะที่กระทรวงวัฒนธรรมไม่ได้กำหนดนโยบายอย่างชัดเจนในการบริหารจัดการพื้นที่มรดกวัฒนธรรมด้านสถาปัตยกรรม ทำให้การใช้งานและการอนุรักษ์มีความยากลำบาก ดังนั้น จะต้องยึดถือ คน เป็นศูนย์กลาง อาศัยการเล่าเรื่อง เพื่อกระตุ้นคนปัจจุบันสนใจประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับสภาพปัจจุบัน จะต้องประสานกันทั้งสองด้าน จึงจะทำให้มรดกวัฒนธรรมที่สำคัญเหล่านี้สืบทอดต่อไป ทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตชีวาน่าสนใจ
ท่าเรือจีหลงมีตู้คอนเทนเนอร์สารพัดสีกองสูงบนลานกว้างคล้ายป้อมเมืองดูเหมือนของเด็กเล่น
ถ้าไปเมืองจีหลง อาจจะเห็นนกนางนวลบินไปมาเป็นฝูง เห็นเรือสินค้าขนาดใหญ่รวมตัวจอดเรียงรายที่ท่าเรือ เห็นตู้คอนเทนเนอร์ สารพัดสีกองสูงบนลานกว้างคล้ายป้อมเมืองดูเหมือนของเด็กเล่น เรือสำราญจอดเทียบท่าราวตำหนัก สูงสง่าตั้งอยู่ในทะเล หากมองจากมุมสูงจะเห็นเมืองแห่งนี้ถูกทะเลโอบล้อมไว้ ทัศนียภาพส่วนใหญ่เป็นภูเขา บ้านเก่าและสิ่งก่อสร้างที่เรียบง่ายมีสีสันหลากหลายเรียงสลับซับซ้อนไปมาตามเชิงเขา อาจทำให้ผู้คนรู้สึกเผลอนึกว่ากำลังอยู่ในเมืองบาร์เซโลน่าของสเปน แต่เมื่อผ่านละอองหมอกไอน้ำ สายตามองพลันมองเห็น ป้ายเมือง KEELUNG ตั้งตระหง่านเบื้องหน้าสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย จึงรู้ว่า ที่นี่คือเมืองจีหลง เมืองท่าเรือที่บ่มเพาะวัฒนธรรมหลากหลาย ไม่เพียงเหมาะต่อการเดินทาง ยังเหมาะต่อการจอดเรือทอดสมอด้วย
ชายฝั่งทะเลเมืองจีหลงที่งดงาม