
Sign up to save your podcasts
Or


มองปัจจุบัน ย้อนอดีต -28 ธ.ค. 63-ขอพรชีวิตสว่างไสวกับการจุดประทีปกวงหมิงเติงต้อนรับปีใหม่
เมื่อถึงช่วงสิ้นปีของทุกปี เพื่อขอพรให้ปีต่อไปประสบโชคดี ชีวิตราบรื่น กิจการเจริญรุ่งเรื่อง ตามศาลเจ้าหรือวัดจีนทั่วไต้หวันก็จะมีประเพณีจุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตหรือที่เรียกว่า “กวงหมิงเติง-光明燈” และบางครั้งอาจจะเรียกว่า “ผิงอันเติง-平安燈” ซึ่งการจุดกวงหมิงเติงนี้ ถือเป็นความเชื่อความศรัทธาที่นิยมกระทำกันในหมู่ชาวพุทธมหายานและลัทธิเต๋า ล่าสุด มีข่าวเกี่ยวกับการจุดกวงหมิงเติงที่แพงที่สุดในไต้หวันราคา 500,000 เหรียญไต้หวัน/ดวงอยู่ที่ศาลเจ้าเทียนโฮ่วกงตำบลลู่กั่งเมืองจางฮั่ว และกวงหมิงเติงนี้มีเพียงดวงเดียวในศาลเจ้าเทียนโฮ่วกงด้วย เจ้าหน้าที่ศาลเจ้าเปิดเผยว่า ผู้เป็นเจ้าของกวง หมิงเติงหรือประทีปเสริมดวงราคาแพงที่สุดนี้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้าง และจุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตครั้งนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ใครก็ตามที่จะจุดกวงหมิงเติงดวงที่แพงที่สุดดวงนี้จะต้องสอดคล้องกับปาจื้อหรือแผนผังพลังชี่ ซึ่งเป็นวิถีแห่งการวิเคราะห์ดวงชะตาโบราณของจีน และหลังจากที่ปาจื้อสอดคล้องกันแล้วก็จะต้องโปะโปยหรือโยนไม้เสี่ยงทายหงายคว่ำติดต่อกัน 3 ครั้งต่อหน้าเจ้าแม่มาจู่ซึ่งเป็นเทพหลักของศาลเจ้าเทียนโฮ่วกงที่แสดงถึงการได้รับอนุญาตด้วย หลิวเจียเหวิน(劉家汶) ประธานกรรมการศาลเจ้าเทียนโฮ่วกงบอกว่า เนื่องจากนักธุรกิจแซ่เกาเป็นคนที่มีความศรัทธาเจ้าแม่มาจู่มาก นอกจากจะมาที่ศาลเจ้าจุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตเป็นประจำ ยังมาเซ่นไหว้เจ้าแม่มาจู่ที่ศาลเจ้าบ่อยครั้ง และหลายปีที่ผ่านมาก็ได้รับอนุญาตจากเจ้าแม่มาจู่เป็นเจ้าของดวงประทีป เพราะฉะนั้นในปีนี้ไม่ต้องโยนไม้เสี่ยงทายก็สามารถเป็นเจ้าของดวงประทีปต่อไป สำหรับศาลเจ้าเทียนโฮ่วกงตำบลลู่กั่งเมืองจางฮั่ว เปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาแสดงความจำนงขอเป็นเจ้าของประทีปเสริมดวงหรือกวงหมิงเติงได้ตั้งแต่วันที่ 1 เดือน 11 ตามปฏิทินจันทรคติจีน(วันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา) ราคาของประทีปเสริมดวงมีเพียงราคาเดียวคือ 600 เหรียญไต้หวัน/ดวง สามารถลงชื่อทางเว็บไซด์ของศาลเจ้าได้ และผู้ศรัทธาสามารถเลือกที่จะจุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตกับเทพเจ้าองค์ไหนก็ได้ อย่างเช่น จุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตกับเทพเจ้าไท่ซุ่ยหรือเทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา เพื่อให้คุ้มครองชีวิตให้ปราศจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง จุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตกับเทพใต้แสงจันทร์เพื่อขอคู่ครอง หรือจุดประทีปกับเทพเจ้าดูแลเรื่องสุขภาพ เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง หรือจุดประทีปกับเทพเจ้าเหวินชังตี้จวีนที่ดูแลเรื่องการศึกษา เป็นต้น
ผู้เป็นเจ้าของกวงหมิงเติง
ยกตัวอย่าง วัดจีนจู๋เหลียน(竹蓮寺) ที่ตั้งอยู่ในเมืองซินจู๋ ปีนี้จำกัดกวงหมิงเติงเพียง 40,000 ดวง ปรากฏว่ามีผู้ศรัทธาเข้าแถวยาวเหยียดเป็นกิโลเมตรเพื่อขอเป็นเจ้าของจุดประทีป เพราะว่าจำกัดวันละ 1,000 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผย เนื่องจากปีนี้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 เพราะฉะนั้นอาจส่งผลต่อการจุดประทีปของศาลเจ้าหรือวัดจีนต่างๆ เพราะถูกจำกัดทั้งกรุปไหว้เจ้าที่ลดลง และยังต้องเว้นระยะห่าง หรือมีมาตรการต่างๆ มารองรับ ทำให้กรุปไหว้เจ้าในปีนี้ลดลงไปด้วย แต่ทางศาลเจ้าหลายแห่งก็ใช้วิธีลงชื่อแสดงความจำนงเป็นเจ้าประทีปทางเว็บไซด์ คาดว่าจะช่วยให้คนที่มีความศรัทธาต้องการจุดประทีปเพิ่มขึ้น 20% โดยไม่ต้องไปที่ศาลเจ้า ก็สามารถขอพร อธิษฐานจิตให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข มีลาภ ประสบโชคดีได้ ทั้งนี้ รายได้หลักๆ ที่นำมาใช้จ่ายในศาลเจ้าหรือวัดจีนมักจะมาจากการจุดประทีป
กวงหมิงเติงใช้หลอดไฟขนาดเล็ก จำนวนมาก เรียงเป็นชั้นเหมือนเจดีย์
สำหรับในไต้หวัน ไม่เพียงแต่มีประเพณีการจุดประทีปในศาลเจ้าหรือวัดจีนทั่วๆ ไป ยังมีโครงการกุศลบริจาคเงินเพื่อเป็นเจ้าของดวงไฟส่องทางสว่างของถนนร่วมกับการจุดประทีปของศาลเจ้าด้วย ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นที่เทศบาลเมืองจางฮั่ว และในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยให้ผู้บริจาคแต่ละสามารถเขียนชื่อนามสกุลติดไว้ที่เสาไฟได้ แต่ว่าตั้งแต่เริ่มจัดกิจกรรมนี้จนกระทั่งปัจจุบันมีคนบริจาคดวงไฟส่องสว่างเพียง 300 กว่ารายเท่านั้น เพราะฉะนั้นในปีนี้ ทางเทศบาลเมืองจางฮั่วเพิ่มรายการพิเศษสำหรับผู้ที่บริจาคในการเป็นเจ้าของดวงไฟส่องทางสว่างของถนน อย่างเช่นบริจาคเงินตั้งแต่ 3 ดวงขึ้นไป มีสิทธิ์ได้รับสติกเกอร์รูปเทพเจ้าที่น่ารักซึ่งมีทั้งหมด 6 แบบให้เลือก และยังสามารถไปจุดประทีปส่องสว่างหรือกวงหมิงเติงในโบราณสถานของเมืองฟรีด้วย หลินซื่อเสียน(林世賢) ผู้ว่าเมืองจางฮั่วบอกว่า การบริจาคเงินขอเป็นเจ้าของส่องสว่างให้กับถนนหนทางถือเป็นการทำกุศล ทำให้ถนนมีแสงสว่างส่องตลอดทั้งคืน สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน เป็นแสงสว่างส่องทางให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย และยังสามารถเอาใบเสร็จของการบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย ทั้งนี้ ค่าไฟที่ใช้ส่องสว่างบนถนนแต่ละปีของเมืองจางฮั่วสูงกว่า 16 ล้านเหรียญไต้หวัน/ปี ถือเป็นภาระอันหนักอึ้งของเทศบาลเมืองจางฮั่ว
สติกเกอร์เทพเจ้าน่ารักๆ ติดที่เสาไฟสำหรับผู้เป็นเจ้าของส่องสว่างบนท้องถนนของเมืองจางฮั่ว
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiมองปัจจุบัน ย้อนอดีต -28 ธ.ค. 63-ขอพรชีวิตสว่างไสวกับการจุดประทีปกวงหมิงเติงต้อนรับปีใหม่
เมื่อถึงช่วงสิ้นปีของทุกปี เพื่อขอพรให้ปีต่อไปประสบโชคดี ชีวิตราบรื่น กิจการเจริญรุ่งเรื่อง ตามศาลเจ้าหรือวัดจีนทั่วไต้หวันก็จะมีประเพณีจุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตหรือที่เรียกว่า “กวงหมิงเติง-光明燈” และบางครั้งอาจจะเรียกว่า “ผิงอันเติง-平安燈” ซึ่งการจุดกวงหมิงเติงนี้ ถือเป็นความเชื่อความศรัทธาที่นิยมกระทำกันในหมู่ชาวพุทธมหายานและลัทธิเต๋า ล่าสุด มีข่าวเกี่ยวกับการจุดกวงหมิงเติงที่แพงที่สุดในไต้หวันราคา 500,000 เหรียญไต้หวัน/ดวงอยู่ที่ศาลเจ้าเทียนโฮ่วกงตำบลลู่กั่งเมืองจางฮั่ว และกวงหมิงเติงนี้มีเพียงดวงเดียวในศาลเจ้าเทียนโฮ่วกงด้วย เจ้าหน้าที่ศาลเจ้าเปิดเผยว่า ผู้เป็นเจ้าของกวง หมิงเติงหรือประทีปเสริมดวงราคาแพงที่สุดนี้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้าง และจุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตครั้งนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ใครก็ตามที่จะจุดกวงหมิงเติงดวงที่แพงที่สุดดวงนี้จะต้องสอดคล้องกับปาจื้อหรือแผนผังพลังชี่ ซึ่งเป็นวิถีแห่งการวิเคราะห์ดวงชะตาโบราณของจีน และหลังจากที่ปาจื้อสอดคล้องกันแล้วก็จะต้องโปะโปยหรือโยนไม้เสี่ยงทายหงายคว่ำติดต่อกัน 3 ครั้งต่อหน้าเจ้าแม่มาจู่ซึ่งเป็นเทพหลักของศาลเจ้าเทียนโฮ่วกงที่แสดงถึงการได้รับอนุญาตด้วย หลิวเจียเหวิน(劉家汶) ประธานกรรมการศาลเจ้าเทียนโฮ่วกงบอกว่า เนื่องจากนักธุรกิจแซ่เกาเป็นคนที่มีความศรัทธาเจ้าแม่มาจู่มาก นอกจากจะมาที่ศาลเจ้าจุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตเป็นประจำ ยังมาเซ่นไหว้เจ้าแม่มาจู่ที่ศาลเจ้าบ่อยครั้ง และหลายปีที่ผ่านมาก็ได้รับอนุญาตจากเจ้าแม่มาจู่เป็นเจ้าของดวงประทีป เพราะฉะนั้นในปีนี้ไม่ต้องโยนไม้เสี่ยงทายก็สามารถเป็นเจ้าของดวงประทีปต่อไป สำหรับศาลเจ้าเทียนโฮ่วกงตำบลลู่กั่งเมืองจางฮั่ว เปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาแสดงความจำนงขอเป็นเจ้าของประทีปเสริมดวงหรือกวงหมิงเติงได้ตั้งแต่วันที่ 1 เดือน 11 ตามปฏิทินจันทรคติจีน(วันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา) ราคาของประทีปเสริมดวงมีเพียงราคาเดียวคือ 600 เหรียญไต้หวัน/ดวง สามารถลงชื่อทางเว็บไซด์ของศาลเจ้าได้ และผู้ศรัทธาสามารถเลือกที่จะจุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตกับเทพเจ้าองค์ไหนก็ได้ อย่างเช่น จุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตกับเทพเจ้าไท่ซุ่ยหรือเทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา เพื่อให้คุ้มครองชีวิตให้ปราศจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง จุดประทีปให้แสงสว่างกับชีวิตกับเทพใต้แสงจันทร์เพื่อขอคู่ครอง หรือจุดประทีปกับเทพเจ้าดูแลเรื่องสุขภาพ เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง หรือจุดประทีปกับเทพเจ้าเหวินชังตี้จวีนที่ดูแลเรื่องการศึกษา เป็นต้น
ผู้เป็นเจ้าของกวงหมิงเติง
ยกตัวอย่าง วัดจีนจู๋เหลียน(竹蓮寺) ที่ตั้งอยู่ในเมืองซินจู๋ ปีนี้จำกัดกวงหมิงเติงเพียง 40,000 ดวง ปรากฏว่ามีผู้ศรัทธาเข้าแถวยาวเหยียดเป็นกิโลเมตรเพื่อขอเป็นเจ้าของจุดประทีป เพราะว่าจำกัดวันละ 1,000 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผย เนื่องจากปีนี้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 เพราะฉะนั้นอาจส่งผลต่อการจุดประทีปของศาลเจ้าหรือวัดจีนต่างๆ เพราะถูกจำกัดทั้งกรุปไหว้เจ้าที่ลดลง และยังต้องเว้นระยะห่าง หรือมีมาตรการต่างๆ มารองรับ ทำให้กรุปไหว้เจ้าในปีนี้ลดลงไปด้วย แต่ทางศาลเจ้าหลายแห่งก็ใช้วิธีลงชื่อแสดงความจำนงเป็นเจ้าประทีปทางเว็บไซด์ คาดว่าจะช่วยให้คนที่มีความศรัทธาต้องการจุดประทีปเพิ่มขึ้น 20% โดยไม่ต้องไปที่ศาลเจ้า ก็สามารถขอพร อธิษฐานจิตให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข มีลาภ ประสบโชคดีได้ ทั้งนี้ รายได้หลักๆ ที่นำมาใช้จ่ายในศาลเจ้าหรือวัดจีนมักจะมาจากการจุดประทีป
กวงหมิงเติงใช้หลอดไฟขนาดเล็ก จำนวนมาก เรียงเป็นชั้นเหมือนเจดีย์
สำหรับในไต้หวัน ไม่เพียงแต่มีประเพณีการจุดประทีปในศาลเจ้าหรือวัดจีนทั่วๆ ไป ยังมีโครงการกุศลบริจาคเงินเพื่อเป็นเจ้าของดวงไฟส่องทางสว่างของถนนร่วมกับการจุดประทีปของศาลเจ้าด้วย ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นที่เทศบาลเมืองจางฮั่ว และในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยให้ผู้บริจาคแต่ละสามารถเขียนชื่อนามสกุลติดไว้ที่เสาไฟได้ แต่ว่าตั้งแต่เริ่มจัดกิจกรรมนี้จนกระทั่งปัจจุบันมีคนบริจาคดวงไฟส่องสว่างเพียง 300 กว่ารายเท่านั้น เพราะฉะนั้นในปีนี้ ทางเทศบาลเมืองจางฮั่วเพิ่มรายการพิเศษสำหรับผู้ที่บริจาคในการเป็นเจ้าของดวงไฟส่องทางสว่างของถนน อย่างเช่นบริจาคเงินตั้งแต่ 3 ดวงขึ้นไป มีสิทธิ์ได้รับสติกเกอร์รูปเทพเจ้าที่น่ารักซึ่งมีทั้งหมด 6 แบบให้เลือก และยังสามารถไปจุดประทีปส่องสว่างหรือกวงหมิงเติงในโบราณสถานของเมืองฟรีด้วย หลินซื่อเสียน(林世賢) ผู้ว่าเมืองจางฮั่วบอกว่า การบริจาคเงินขอเป็นเจ้าของส่องสว่างให้กับถนนหนทางถือเป็นการทำกุศล ทำให้ถนนมีแสงสว่างส่องตลอดทั้งคืน สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน เป็นแสงสว่างส่องทางให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย และยังสามารถเอาใบเสร็จของการบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย ทั้งนี้ ค่าไฟที่ใช้ส่องสว่างบนถนนแต่ละปีของเมืองจางฮั่วสูงกว่า 16 ล้านเหรียญไต้หวัน/ปี ถือเป็นภาระอันหนักอึ้งของเทศบาลเมืองจางฮั่ว
สติกเกอร์เทพเจ้าน่ารักๆ ติดที่เสาไฟสำหรับผู้เป็นเจ้าของส่องสว่างบนท้องถนนของเมืองจางฮั่ว