
Sign up to save your podcasts
Or


พิธีแห่เจ้าแม่มาจู่ของศาลเจ้าเจิ้นหลันกง ที่เขตต้าเจี่ย นครไทจง ซึ่งจัดขึ้นปีละครั้ง ในแต่ละปีจะตั้งหัวข้อของการแห่เจ้าแม่มาจู่ไว้ด้วย อย่างในปี 2011 ตั้งหัวข้อว่า “เฉิงนั่ว(承諾)” ที่แปลว่า “สัญญา” ปี 2022 เนื่องจากเกิดการระบาดของโควิด 19 จึงตั้งหัวข้อการแห่เจ้าแม่ว่า “โถงซิน(同心)” ที่แปลว่า “ใจเดียวกัน” ส่วนในปีนี้ตั้งหัวข้อว่า “ฉันรักเจ้าแม่มาจู่ 我愛媽祖”
ขบวนแห่เจ้าแม่มาจู่ประกอบไปด้วยทีมต่างๆ ได้แก่ เป้าหม่าไจ่ ทีมถือธง ทีมตีกลองเปิดทาง ทีมกลองใหญ่ ทีมแบกเกี้ยวเจ้าแม่มาจู่ เป็นต้น โดยมีการกำหนดตำแหน่งของขบวนอย่างชัดเจน แต่ที่น่าสนใจที่สร้างความสะดุดตา และถูกจัดให้อยู่ลำดับหน้าสุดของขบวน คือ “เป้าหม่าไจ่-報馬仔” ที่แปลว่า “คนแจ้งข่าว” เป็นผู้เดินนำทางอยู่หน้าขบวน พร้อมทีมตีกลอง เพื่อเป็นการแจ้งข่าวสานุศิษย์ว่าขบวนแห่เจ้าแม่มาจู่กำลังจะมาถึง ขณะเดียวกันยังมีหน้าที่ดูแลความสงบของทั้งทีม
นอกจากนี้ เครื่องแต่งกายของเป้าหม่าไจ่ที่สวมใส่หรือสิ่งที่ถือหรือแบกล้วนมีความหมาย เช่น งอบสีแดง(紅纓帽) ที่เป้าหม่าไจ่สวมใส่ จัดเป็นหมวกที่ทหารลาดตระเวนสวมในยุคราชวงศ์ชิง หลังจากที่เป้าหม่าไจ่สวมหมวกนี้แล้วจะทำหน้าที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวดเหมือนทหาร, แว่นสายตายาว(老花眼鏡) มีความหมาย มองโลกทะลุปรุโปร่ง, ไว้หนวดเป็นรูปเลข 8 ในภาษาจีน(八字) โดยหนวดส่วนปลายกระดกเหมือนหางนกนางแอ่น เนื่องจากนกนางแอ่นเป็นนกที่บินกลับรังเพื่อสืบพันธุ์รุ่นต่อไปทุกปี เป้าหม่าไจ่ไว้หนวดแบบนี้ อุปมาเป็นการรักษาคำพูด, แบกฆ้อง หมายถึงภาระอันหนักอึ้งของเป้าหม่าไจ่ในการทำหน้าที่เป็นผู้แจ้งข่าว, แบกร่มกระดาษยาว มีความหมาย ให้คนทำความดี เป็นคนเที่ยงธรรม มีคุณธรรม, แบกผักกุยช่าย มีความหมาย ยืนยาว ยาวนาน ไม่ว่าในเรื่องของความสัมพันธ์ฉันมิตร การรู้บุญคุณ ต้องกระทำด้วยความสม่ำเสมอและยาวนานถึงที่สุด, แบกกาน้ำดีบุก(錫壺) มีเสียงใกล้เคียงกับ “惜福” ที่แปลว่าให้หวงแหนความสุข, แบกขาหมู(豬足) มีความหมาย ขอให้ลูกหลานพอใจหรือมีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่, เป้าหม่าไจ่กลัดกระดุมเสื้อไม่ตรงช่องเดิม มีความหมาย ไม่แคร์ต่อสายตาผู้อื่น,พับขากาเกงข้างหนึ่งสูง ข้างหนึ่งต่ำ มีความหมาย ชีวิตคนไม่ราบรื่น มีขึ้นมีลง, สวมรองเท้าฟางข้างเดียว หมายถึง ทำด้วยความเสียสละ ส่วนเท้าเปล่าอีกข้าง หมายถึงชีวิตไม่ราบรื่นควรมีทางออกการดำเนินชีวิตที่เป็นของตัวเอง เป็นต้น
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiพิธีแห่เจ้าแม่มาจู่ของศาลเจ้าเจิ้นหลันกง ที่เขตต้าเจี่ย นครไทจง ซึ่งจัดขึ้นปีละครั้ง ในแต่ละปีจะตั้งหัวข้อของการแห่เจ้าแม่มาจู่ไว้ด้วย อย่างในปี 2011 ตั้งหัวข้อว่า “เฉิงนั่ว(承諾)” ที่แปลว่า “สัญญา” ปี 2022 เนื่องจากเกิดการระบาดของโควิด 19 จึงตั้งหัวข้อการแห่เจ้าแม่ว่า “โถงซิน(同心)” ที่แปลว่า “ใจเดียวกัน” ส่วนในปีนี้ตั้งหัวข้อว่า “ฉันรักเจ้าแม่มาจู่ 我愛媽祖”
ขบวนแห่เจ้าแม่มาจู่ประกอบไปด้วยทีมต่างๆ ได้แก่ เป้าหม่าไจ่ ทีมถือธง ทีมตีกลองเปิดทาง ทีมกลองใหญ่ ทีมแบกเกี้ยวเจ้าแม่มาจู่ เป็นต้น โดยมีการกำหนดตำแหน่งของขบวนอย่างชัดเจน แต่ที่น่าสนใจที่สร้างความสะดุดตา และถูกจัดให้อยู่ลำดับหน้าสุดของขบวน คือ “เป้าหม่าไจ่-報馬仔” ที่แปลว่า “คนแจ้งข่าว” เป็นผู้เดินนำทางอยู่หน้าขบวน พร้อมทีมตีกลอง เพื่อเป็นการแจ้งข่าวสานุศิษย์ว่าขบวนแห่เจ้าแม่มาจู่กำลังจะมาถึง ขณะเดียวกันยังมีหน้าที่ดูแลความสงบของทั้งทีม
นอกจากนี้ เครื่องแต่งกายของเป้าหม่าไจ่ที่สวมใส่หรือสิ่งที่ถือหรือแบกล้วนมีความหมาย เช่น งอบสีแดง(紅纓帽) ที่เป้าหม่าไจ่สวมใส่ จัดเป็นหมวกที่ทหารลาดตระเวนสวมในยุคราชวงศ์ชิง หลังจากที่เป้าหม่าไจ่สวมหมวกนี้แล้วจะทำหน้าที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวดเหมือนทหาร, แว่นสายตายาว(老花眼鏡) มีความหมาย มองโลกทะลุปรุโปร่ง, ไว้หนวดเป็นรูปเลข 8 ในภาษาจีน(八字) โดยหนวดส่วนปลายกระดกเหมือนหางนกนางแอ่น เนื่องจากนกนางแอ่นเป็นนกที่บินกลับรังเพื่อสืบพันธุ์รุ่นต่อไปทุกปี เป้าหม่าไจ่ไว้หนวดแบบนี้ อุปมาเป็นการรักษาคำพูด, แบกฆ้อง หมายถึงภาระอันหนักอึ้งของเป้าหม่าไจ่ในการทำหน้าที่เป็นผู้แจ้งข่าว, แบกร่มกระดาษยาว มีความหมาย ให้คนทำความดี เป็นคนเที่ยงธรรม มีคุณธรรม, แบกผักกุยช่าย มีความหมาย ยืนยาว ยาวนาน ไม่ว่าในเรื่องของความสัมพันธ์ฉันมิตร การรู้บุญคุณ ต้องกระทำด้วยความสม่ำเสมอและยาวนานถึงที่สุด, แบกกาน้ำดีบุก(錫壺) มีเสียงใกล้เคียงกับ “惜福” ที่แปลว่าให้หวงแหนความสุข, แบกขาหมู(豬足) มีความหมาย ขอให้ลูกหลานพอใจหรือมีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่, เป้าหม่าไจ่กลัดกระดุมเสื้อไม่ตรงช่องเดิม มีความหมาย ไม่แคร์ต่อสายตาผู้อื่น,พับขากาเกงข้างหนึ่งสูง ข้างหนึ่งต่ำ มีความหมาย ชีวิตคนไม่ราบรื่น มีขึ้นมีลง, สวมรองเท้าฟางข้างเดียว หมายถึง ทำด้วยความเสียสละ ส่วนเท้าเปล่าอีกข้าง หมายถึงชีวิตไม่ราบรื่นควรมีทางออกการดำเนินชีวิตที่เป็นของตัวเอง เป็นต้น