
Sign up to save your podcasts
Or


ใครก็ตามที่ไปเที่ยวชายฝั่งท่าเรือปาหลีของตั้นสุ่ย เมื่อเดินใกล้ๆ กับร้านขายขนมฝาแฝด ก็จะได้กลิ่นหอมของขนมที่โชยมาตามสายลม ซึ่งร้านขายขนมฝาแฝดเขตปาหลีที่มีชื่อก็มีอยู่ 2 ร้านด้วยกัน ร้านแรกคือ “ขนมฝาแฝดสองพี่น้อง -เจ่เม่ยซวงเปาไท-姊妹雙胞胎” เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดขายมานาน ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อร้านเป็น “ขนมฝาแฝดถ่งลี่” จางสูหยุน(張淑雲) ผู้สืบทอดร้านรุ่นที่ 2 บอกว่า ในยุคแรกที่บ้านขายอาหารเช้าเป็นหลัก ส่วนขนมฝาแฝดเป็นผลิตภัณฑ์รอง แต่เนื่องจากขายดีเพราะมีการปรับปรุงรสชาติถูกปากผู้คน ไม่เพียงแต่ทอดกรอบ ยังมีกลิ่นหอมของนมสด ใช้น้ำตาลทรายในปริมาณที่พอเหมาะ เมื่อทอดเสร็จจะมีเม็ดน้ำตาลติดอยู่ที่เปลือกขนม มีความพิถีพิถันและมีสูตรไม่เหมือนกับเจ้าอื่น
ส่วนร้านขายขนมฝาแฝดในเขตท่าเรือปาหลีของตั้นสุ่ยอีกร้านคือ “ฝูโจวเหลี่ยงเซียงห่าว福州兩相好” คุณหลินเซียนฉวน ผู้สืบทอดรุ่นที่ 2 บอกว่า พ่อแม่เป็นคนฮกเกี้ยน ตอนมาถึงไต้หวันอยู่ที่เขตปาหลีประกอบอาชีพค้าขายผักและปลา ช่วงไต้ฝุ่นพัดเข้าไต้หวันทำการค้าลำบาก จึงหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายขนมฝาแฝดและขนมเกลียวบิด ตอนเด็กๆ ที่บ้านจะเปิดร้านขายอาหารเช้าและขนมทานเล่นสไตล์ฮกเกี้ยนด้วย ก่อนไปโรงเรียนต้องทอดปาท่องโก๋ทิ้งไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ขาย หลังเลิกเรียนต้องช่วยทำขนมฝาแฝดขาย เมื่อพ่อแม่อายุมากขึ้น ตนเองลาออกจากงานมารับกิจการต่อ ปัจจุบันมีการใช้เครื่องนวดแป้งแทนแรงงานมือ เวลาที่เตรียมแป้งนวด ต้องมีสัดส่วนของส่วนผสมที่เหมาะสม หลังนวดแล้วแป้งไม่ติดมือ ไม่ติดชาม ผิวแป้งมันวาว มีการเติมน้ำตาล เนย และน้ำ แป้งที่นวดเสร็จปล่อยทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาการหมัก จะค่อยๆ ฟู โดยไม่ได้อาศัยผงฟู
คุณหลินเซียนฉวนยังบอกด้วยว่า ลักษณะของขนมฝาแฝดของร้านฝูโจวเหลี่ยงเซียงห่าวนี้หน้าตาต่างจากเจ้าอื่น คือแป้งที่นวดเสร็จจะแผ่เป็นแผ่นบางสองแผ่นประกบกันโดยที่ตรงกลางของแป้งจะมีน้ำตาล จากนั้นตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ส่วนปลายด้านหนึ่งจะมัดเป็นปมเหมือนโบว์ ล้วนำไปทอด ต้องควบคุมอุณหภูมิที่พอเหมาะจึงจะทอดได้ขนมที่ไม่แข็งเกินไป มีดที่ใช้หั่นแป้งก็ต้องออกแบบมาใช้โดยเฉพาะ
ขนมฝาแฝด ภาษาจีนเรียกว่า “ซวงเปาไท雙胞胎” มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เหลี่ยงเซียงห่าว倆相好” เป็นขนมทานเล่นที่มาจากมณฑลฮกเกี้ยน หลังจากที่ชาวจีนย้ายถิ่นฐานมาตั้งหลักแหล่งในไต้หวัน ผู้ที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลเมืองจีหลง ตั้นสุ่ย ปาหลี นิยมทำขนมนี้มาขาย โดยในช่วงแรกมีคนทำขนมทานเล่นชนิดนี้ไม่เยอะ ต่อมามีขายตามถนน ตรอกซอย ตลาดสด ตลาดคนเดิน เป็นขนมทานรองท้องหลังเลิกเรียนที่อยู่ในความทรงจำของนักเรียนที่เกิดยุคปี 1950-1970 ซึ่งเป็นรุ่นที่อาม่ายังเป็นเด็ก แต่ตอนนี้อาม่าพาหลานมากินขนมเหล่านี้ ถือเป็นขนมพื้นๆ ซึ่งขนมฝาแฝดตอนที่อยู่ในมณฑลฮกเกี้ยนจะเรียกว่า “หูม้าทอด炸馬耳” เนื่องจากมีหน้าตาคล้ายหูของม้า(馬耳) ทำจากแป้งสาลี ใส่ยีสต์ ใส่น้ำตาลทรายขาว งา แล้วนำไปทอดด้วยไฟอ่อนๆ หลังทำขายในไต้หวันก็มีการปรับปรุงรสชาติสไตล์ไต้หวันให้มีความนุ่มในกรอบนอก โดยก่อนทอดจะบิดเกลียวที่ตรงกลางและชุบน้ำตาล แป้งที่ทอดได้ไม่ติดกันเป็นก้อน มีน้ำตาลเคลือบที่กรอบๆติดอยู่ด้วย ทานร้อนๆ จะอร่อยมาก วางไว้ให้เย็นก็ยังอร่อย หรือว่านำไปอบอีกครั้งเพื่อให้ร้อนก่อนทานก็ได้เช่นกัน
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiใครก็ตามที่ไปเที่ยวชายฝั่งท่าเรือปาหลีของตั้นสุ่ย เมื่อเดินใกล้ๆ กับร้านขายขนมฝาแฝด ก็จะได้กลิ่นหอมของขนมที่โชยมาตามสายลม ซึ่งร้านขายขนมฝาแฝดเขตปาหลีที่มีชื่อก็มีอยู่ 2 ร้านด้วยกัน ร้านแรกคือ “ขนมฝาแฝดสองพี่น้อง -เจ่เม่ยซวงเปาไท-姊妹雙胞胎” เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดขายมานาน ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อร้านเป็น “ขนมฝาแฝดถ่งลี่” จางสูหยุน(張淑雲) ผู้สืบทอดร้านรุ่นที่ 2 บอกว่า ในยุคแรกที่บ้านขายอาหารเช้าเป็นหลัก ส่วนขนมฝาแฝดเป็นผลิตภัณฑ์รอง แต่เนื่องจากขายดีเพราะมีการปรับปรุงรสชาติถูกปากผู้คน ไม่เพียงแต่ทอดกรอบ ยังมีกลิ่นหอมของนมสด ใช้น้ำตาลทรายในปริมาณที่พอเหมาะ เมื่อทอดเสร็จจะมีเม็ดน้ำตาลติดอยู่ที่เปลือกขนม มีความพิถีพิถันและมีสูตรไม่เหมือนกับเจ้าอื่น
ส่วนร้านขายขนมฝาแฝดในเขตท่าเรือปาหลีของตั้นสุ่ยอีกร้านคือ “ฝูโจวเหลี่ยงเซียงห่าว福州兩相好” คุณหลินเซียนฉวน ผู้สืบทอดรุ่นที่ 2 บอกว่า พ่อแม่เป็นคนฮกเกี้ยน ตอนมาถึงไต้หวันอยู่ที่เขตปาหลีประกอบอาชีพค้าขายผักและปลา ช่วงไต้ฝุ่นพัดเข้าไต้หวันทำการค้าลำบาก จึงหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายขนมฝาแฝดและขนมเกลียวบิด ตอนเด็กๆ ที่บ้านจะเปิดร้านขายอาหารเช้าและขนมทานเล่นสไตล์ฮกเกี้ยนด้วย ก่อนไปโรงเรียนต้องทอดปาท่องโก๋ทิ้งไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ขาย หลังเลิกเรียนต้องช่วยทำขนมฝาแฝดขาย เมื่อพ่อแม่อายุมากขึ้น ตนเองลาออกจากงานมารับกิจการต่อ ปัจจุบันมีการใช้เครื่องนวดแป้งแทนแรงงานมือ เวลาที่เตรียมแป้งนวด ต้องมีสัดส่วนของส่วนผสมที่เหมาะสม หลังนวดแล้วแป้งไม่ติดมือ ไม่ติดชาม ผิวแป้งมันวาว มีการเติมน้ำตาล เนย และน้ำ แป้งที่นวดเสร็จปล่อยทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาการหมัก จะค่อยๆ ฟู โดยไม่ได้อาศัยผงฟู
คุณหลินเซียนฉวนยังบอกด้วยว่า ลักษณะของขนมฝาแฝดของร้านฝูโจวเหลี่ยงเซียงห่าวนี้หน้าตาต่างจากเจ้าอื่น คือแป้งที่นวดเสร็จจะแผ่เป็นแผ่นบางสองแผ่นประกบกันโดยที่ตรงกลางของแป้งจะมีน้ำตาล จากนั้นตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ส่วนปลายด้านหนึ่งจะมัดเป็นปมเหมือนโบว์ ล้วนำไปทอด ต้องควบคุมอุณหภูมิที่พอเหมาะจึงจะทอดได้ขนมที่ไม่แข็งเกินไป มีดที่ใช้หั่นแป้งก็ต้องออกแบบมาใช้โดยเฉพาะ
ขนมฝาแฝด ภาษาจีนเรียกว่า “ซวงเปาไท雙胞胎” มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เหลี่ยงเซียงห่าว倆相好” เป็นขนมทานเล่นที่มาจากมณฑลฮกเกี้ยน หลังจากที่ชาวจีนย้ายถิ่นฐานมาตั้งหลักแหล่งในไต้หวัน ผู้ที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลเมืองจีหลง ตั้นสุ่ย ปาหลี นิยมทำขนมนี้มาขาย โดยในช่วงแรกมีคนทำขนมทานเล่นชนิดนี้ไม่เยอะ ต่อมามีขายตามถนน ตรอกซอย ตลาดสด ตลาดคนเดิน เป็นขนมทานรองท้องหลังเลิกเรียนที่อยู่ในความทรงจำของนักเรียนที่เกิดยุคปี 1950-1970 ซึ่งเป็นรุ่นที่อาม่ายังเป็นเด็ก แต่ตอนนี้อาม่าพาหลานมากินขนมเหล่านี้ ถือเป็นขนมพื้นๆ ซึ่งขนมฝาแฝดตอนที่อยู่ในมณฑลฮกเกี้ยนจะเรียกว่า “หูม้าทอด炸馬耳” เนื่องจากมีหน้าตาคล้ายหูของม้า(馬耳) ทำจากแป้งสาลี ใส่ยีสต์ ใส่น้ำตาลทรายขาว งา แล้วนำไปทอดด้วยไฟอ่อนๆ หลังทำขายในไต้หวันก็มีการปรับปรุงรสชาติสไตล์ไต้หวันให้มีความนุ่มในกรอบนอก โดยก่อนทอดจะบิดเกลียวที่ตรงกลางและชุบน้ำตาล แป้งที่ทอดได้ไม่ติดกันเป็นก้อน มีน้ำตาลเคลือบที่กรอบๆติดอยู่ด้วย ทานร้อนๆ จะอร่อยมาก วางไว้ให้เย็นก็ยังอร่อย หรือว่านำไปอบอีกครั้งเพื่อให้ร้อนก่อนทานก็ได้เช่นกัน