
Sign up to save your podcasts
Or


วัฒนธรรมร่างทรงโบราณของชนเผ่าพื้นเมืองกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดผู้สืบทอด เพื่อปลุกจิตสำนึกและส่งเสริมความเข้าใจในคุณค่าของวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมือง เมืองผิงตงจัดนิทรรศการพิเศษหัวข้อ "ร่างทรงหญิงและถิ่นฐานของพวกเธอ: นิทรรศการวัฒนธรรมร่างทรงในเมืองผิงตง" จัดแสดงถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2025 โดยพิธีเปิดจัดขึ้นวันที่ 30 เมษายน 2025 ที่อาคารวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมือง ภายในฐานวัฒนธรรมผิงเยียน 1936 (屏菸1936文化基地) มีวงประสานเสียงจากโรงเรียนประถมเจียอี้ขับร้องเพลงที่เรียบเรียงใหม่จากบทเพลงโบราณ เสียงเพลงอันไพเราะดังก้องไปทั่วบริเวณ และมีร่างทรง 39 คนมารวมตัวกัน ประกอบพิธีบูชาที่ศักดิ์สิทธิ์เคร่งขรึมเพื่อเปิดนิทรรศการ
จางซุ่นจือ (張順枝) ร่างทรงวัย 84 ปี เริ่มเป็นร่างทรงตั้งแต่อายุ 25 ปี และดำเนินบทบาทนี้มายาวนานเกือบ 60 ปี เธอกล่าวว่า “บรรพบุรุษต้องการช่วยเหลือทุกคน จึงทุ่มเททำหน้าที่นี้อย่างจริงจังมาโดยตลอด และด้วยเหตุนี้ร่างกายของตัวเองยังแข็งแรงดี” พร้อมขอบคุณผู้ว่าราชการเมืองผิงตง ที่ผลักดันให้นิทรรศการครั้งนี้เกิดขึ้นและเปิดโอกาสให้ร่างทรงหลายท่านได้มาพบปะกัน เธอยังให้กำลังใจร่างทรงที่มาร่วมงานให้เดินหน้าทำหน้าที่ต่อไปเพื่อคุ้มครองเผ่าพันธุ์ของตนเอง ส่วน หูหย่าเหวิน (胡雅雯) ร่างทรงวัย 36 ปี บอกว่า บทบาทของร่างทรงไม่เพียงเป็นผู้เชื่อมต่อ แต่ยังเปรียบเสมือนสะพาน การจัดนิทรรศการครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนำเสนอผลงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงและการสนทนาอีกครั้ง เธอหวังว่านิทรรศการนี้จะช่วยให้สังคมเข้าใจและเคารพร่างทรงมากยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากสามารถก้าวข้ามความเข้าใจผิดและช่องว่าง เพื่อทำความรู้จักกับอาชีพอันศักดิ์สิทธิ์และยากลำบากนี้อีกครั้ง
โจวชุนหมี่ (周春米) ผู้ว่าเมืองผิงตงกล่าวว่า การจะเป็นร่างทรงไม่ใช่เรื่องง่าย ร่างทรงไม่ได้เป็นเพียงสะพานเชื่อมระหว่างชนเผ่ากับวิญญาณบรรพบุรุษเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สนทนาระหว่างสรรพสิ่งในสวรรค์และโลก ร่างทรงเป็นผู้พิทักษ์ที่ขาดไม่ได้ในหมู่บ้าน หวังว่านิทรรศการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจคุณค่าที่ลึกซึ้งของวัฒนธรรมร่างทรงมากยิ่งขึ้น และขอเชิญชวนทุกคนเข้าสู่โลกของร่างทรงเพื่อสัมผัสพลังแห่งวัฒนธรรมอันศักดิ์สิทธิ์
สำนักงานชนเผ่าพื้นเมืองของเมืองผิงตง ระบุว่า ในมุมมองของชนเผ่าพื้นเมืองส่วนใหญ่ เชื่อว่าสรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณ ทั้งในผืนป่าและขุนเขามีวิญญาณธรรมชาติและวิญญาณสัตว์อาศัยอยู่ อีกทั้งยังมีวิญญาณบรรพบุรุษที่คอยปกปักษ์รักษาลูกหลานในหมู่บ้านอยู่เสมอ และผู้ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างชนเผ่ากับเหล่าจิตวิญญาณก็คือ “ร่างทรง” หรือ “ผู้สื่อวิญญาณ” พวกเธอไม่เพียงเป็นสื่อกลางระหว่างสองโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในวัฒนธรรมของชุมชน และได้รับความไว้วางใจจากทั้งคนในเผ่าและเหล่าเทพวิญญาณในการธำรงความกลมเกลียวและสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับจิตวิญญาณอีกด้วย
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiวัฒนธรรมร่างทรงโบราณของชนเผ่าพื้นเมืองกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดผู้สืบทอด เพื่อปลุกจิตสำนึกและส่งเสริมความเข้าใจในคุณค่าของวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมือง เมืองผิงตงจัดนิทรรศการพิเศษหัวข้อ "ร่างทรงหญิงและถิ่นฐานของพวกเธอ: นิทรรศการวัฒนธรรมร่างทรงในเมืองผิงตง" จัดแสดงถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2025 โดยพิธีเปิดจัดขึ้นวันที่ 30 เมษายน 2025 ที่อาคารวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมือง ภายในฐานวัฒนธรรมผิงเยียน 1936 (屏菸1936文化基地) มีวงประสานเสียงจากโรงเรียนประถมเจียอี้ขับร้องเพลงที่เรียบเรียงใหม่จากบทเพลงโบราณ เสียงเพลงอันไพเราะดังก้องไปทั่วบริเวณ และมีร่างทรง 39 คนมารวมตัวกัน ประกอบพิธีบูชาที่ศักดิ์สิทธิ์เคร่งขรึมเพื่อเปิดนิทรรศการ
จางซุ่นจือ (張順枝) ร่างทรงวัย 84 ปี เริ่มเป็นร่างทรงตั้งแต่อายุ 25 ปี และดำเนินบทบาทนี้มายาวนานเกือบ 60 ปี เธอกล่าวว่า “บรรพบุรุษต้องการช่วยเหลือทุกคน จึงทุ่มเททำหน้าที่นี้อย่างจริงจังมาโดยตลอด และด้วยเหตุนี้ร่างกายของตัวเองยังแข็งแรงดี” พร้อมขอบคุณผู้ว่าราชการเมืองผิงตง ที่ผลักดันให้นิทรรศการครั้งนี้เกิดขึ้นและเปิดโอกาสให้ร่างทรงหลายท่านได้มาพบปะกัน เธอยังให้กำลังใจร่างทรงที่มาร่วมงานให้เดินหน้าทำหน้าที่ต่อไปเพื่อคุ้มครองเผ่าพันธุ์ของตนเอง ส่วน หูหย่าเหวิน (胡雅雯) ร่างทรงวัย 36 ปี บอกว่า บทบาทของร่างทรงไม่เพียงเป็นผู้เชื่อมต่อ แต่ยังเปรียบเสมือนสะพาน การจัดนิทรรศการครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนำเสนอผลงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงและการสนทนาอีกครั้ง เธอหวังว่านิทรรศการนี้จะช่วยให้สังคมเข้าใจและเคารพร่างทรงมากยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากสามารถก้าวข้ามความเข้าใจผิดและช่องว่าง เพื่อทำความรู้จักกับอาชีพอันศักดิ์สิทธิ์และยากลำบากนี้อีกครั้ง
โจวชุนหมี่ (周春米) ผู้ว่าเมืองผิงตงกล่าวว่า การจะเป็นร่างทรงไม่ใช่เรื่องง่าย ร่างทรงไม่ได้เป็นเพียงสะพานเชื่อมระหว่างชนเผ่ากับวิญญาณบรรพบุรุษเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สนทนาระหว่างสรรพสิ่งในสวรรค์และโลก ร่างทรงเป็นผู้พิทักษ์ที่ขาดไม่ได้ในหมู่บ้าน หวังว่านิทรรศการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจคุณค่าที่ลึกซึ้งของวัฒนธรรมร่างทรงมากยิ่งขึ้น และขอเชิญชวนทุกคนเข้าสู่โลกของร่างทรงเพื่อสัมผัสพลังแห่งวัฒนธรรมอันศักดิ์สิทธิ์
สำนักงานชนเผ่าพื้นเมืองของเมืองผิงตง ระบุว่า ในมุมมองของชนเผ่าพื้นเมืองส่วนใหญ่ เชื่อว่าสรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณ ทั้งในผืนป่าและขุนเขามีวิญญาณธรรมชาติและวิญญาณสัตว์อาศัยอยู่ อีกทั้งยังมีวิญญาณบรรพบุรุษที่คอยปกปักษ์รักษาลูกหลานในหมู่บ้านอยู่เสมอ และผู้ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างชนเผ่ากับเหล่าจิตวิญญาณก็คือ “ร่างทรง” หรือ “ผู้สื่อวิญญาณ” พวกเธอไม่เพียงเป็นสื่อกลางระหว่างสองโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในวัฒนธรรมของชุมชน และได้รับความไว้วางใจจากทั้งคนในเผ่าและเหล่าเทพวิญญาณในการธำรงความกลมเกลียวและสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับจิตวิญญาณอีกด้วย