
Sign up to save your podcasts
Or


จากการสำรวจของธนาคารทรัพยากรมนุษย์ในปีนี้พบว่า 74.8% ของบริษัทหรือผู้ประกอบการวางแผนจัดงานเลี้ยงเหว่ยหยา(尾牙)ให้กับพนักงาน นับเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่วนผู้ประกอบการที่งดจัดกิจกรรมเหว่ยหยา มี 63.2% นำงบประมาณที่งดจัดกิจกรรมมาสมทบเป็นเงินโบนัสประจำปี หรือให้เป็นของขวัญประจำปี เพื่อให้พนักงานมีความสุขในช่วงเทศกาลตรุษจีน
การให้โบนัสของบริษัทในปีนี้ เฉลี่ย 1.23 เท่าของเงินเดือน แม้ว่าเงินโบนัสที่ให้จะไม่สูงเหมือนก่อนการระบาดของโควิด แต่ถือว่าสูงสุดในรอบ 3 ปีแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจด้านอาหาร การท่องเที่ยว การขายปลีก และธุรกิจการขนส่ง ถือว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากที่สุด และหลังเปิดพรมแดนแล้ว ยอดประกอบการเพิ่มขึ้น พนักงานเริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น
จากการสำรวจทางอินเตอร์ของผู้ที่ทำงานพบว่า 81.9% ของมนุษย์เงินเดือนคิดว่าการจัดกิจกรรมงานเลี้ยงเหว่ยหยามีส่วนช่วยสร้างกำลังใจให้กับพนักงาน มีพนักงานกว่า 85.1% คาดหวังให้มีการจับฉลากของรางวัลมากที่สุด 77.7% คาดหวังให้เถ้าแก่ประกาศขึ้นเงินเดือนบนเวที หรือไม่ก็เพิ่มโบนัส 32.2% คาดหวังให้มีอาหารอร่อยในงานเลี้ยง 18.3% คาดหวังให้มีงานแสดงบนเวทีในช่วงจัดงานเลี้ยงเหว่ยหยา
ย้อนอดีต ความหมายเดิมของคำว่า “เหว่ยหยา尾牙” คือการเซ่นไหว้เจ้าที่ครั้งสุดท้ายในรอบปี เป็นการแสดงความขอบคุณต่อเจ้าที่ที่คอยปกปักรักษาคุ้มครองให้มีผลผลิตหรือรายได้ดีมาตลอดทั้งปี โดยคำว่า “เหว่ย尾” แปลว่า ท้าย หรือหาง ส่วนคำว่า “หยา牙” แปลว่า ฟัน หรือการเซ่นไหว้เจ้าที่ ทั้งนี้ เจ้าที่เป็นเทพเจ้าองค์เดียวที่เชื่อว่าอยู่ใกล้ชิดกับผู้คนมากที่สุด เกี่ยวข้องกับการทำมาหากินของประชาชน ไม่ว่าจะมีอาชีพทำการเกษตรหรือทำการค้าก็จะมีการเซ่นไหว้เจ้าที่กันแพร่หลาย สำหรับในไต้หวันผู้ที่ทำการค้ามักจะไหว้เจ้าที่ทุกวันที่ 2 และ 16 ของเดือนตามปฏิทินจีน โดยการเซ่นไหว้เจ้าที่ครั้งสุดท้ายก็คือวันที่ 16 เดือน 12 ตามปฏิทินจีน และหลังจากเซ่นไหว้เจ้าที่แล้วก็จะนำสิ่งของเซ่นไหว้มาแจกจ่ายให้กับพนักงานรับประทานกัน แต่ต่อมากลายมาเป็นประเพณีเลี้ยงขอบคุณพนักงานในช่วงปลายปี
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiจากการสำรวจของธนาคารทรัพยากรมนุษย์ในปีนี้พบว่า 74.8% ของบริษัทหรือผู้ประกอบการวางแผนจัดงานเลี้ยงเหว่ยหยา(尾牙)ให้กับพนักงาน นับเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่วนผู้ประกอบการที่งดจัดกิจกรรมเหว่ยหยา มี 63.2% นำงบประมาณที่งดจัดกิจกรรมมาสมทบเป็นเงินโบนัสประจำปี หรือให้เป็นของขวัญประจำปี เพื่อให้พนักงานมีความสุขในช่วงเทศกาลตรุษจีน
การให้โบนัสของบริษัทในปีนี้ เฉลี่ย 1.23 เท่าของเงินเดือน แม้ว่าเงินโบนัสที่ให้จะไม่สูงเหมือนก่อนการระบาดของโควิด แต่ถือว่าสูงสุดในรอบ 3 ปีแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจด้านอาหาร การท่องเที่ยว การขายปลีก และธุรกิจการขนส่ง ถือว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากที่สุด และหลังเปิดพรมแดนแล้ว ยอดประกอบการเพิ่มขึ้น พนักงานเริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น
จากการสำรวจทางอินเตอร์ของผู้ที่ทำงานพบว่า 81.9% ของมนุษย์เงินเดือนคิดว่าการจัดกิจกรรมงานเลี้ยงเหว่ยหยามีส่วนช่วยสร้างกำลังใจให้กับพนักงาน มีพนักงานกว่า 85.1% คาดหวังให้มีการจับฉลากของรางวัลมากที่สุด 77.7% คาดหวังให้เถ้าแก่ประกาศขึ้นเงินเดือนบนเวที หรือไม่ก็เพิ่มโบนัส 32.2% คาดหวังให้มีอาหารอร่อยในงานเลี้ยง 18.3% คาดหวังให้มีงานแสดงบนเวทีในช่วงจัดงานเลี้ยงเหว่ยหยา
ย้อนอดีต ความหมายเดิมของคำว่า “เหว่ยหยา尾牙” คือการเซ่นไหว้เจ้าที่ครั้งสุดท้ายในรอบปี เป็นการแสดงความขอบคุณต่อเจ้าที่ที่คอยปกปักรักษาคุ้มครองให้มีผลผลิตหรือรายได้ดีมาตลอดทั้งปี โดยคำว่า “เหว่ย尾” แปลว่า ท้าย หรือหาง ส่วนคำว่า “หยา牙” แปลว่า ฟัน หรือการเซ่นไหว้เจ้าที่ ทั้งนี้ เจ้าที่เป็นเทพเจ้าองค์เดียวที่เชื่อว่าอยู่ใกล้ชิดกับผู้คนมากที่สุด เกี่ยวข้องกับการทำมาหากินของประชาชน ไม่ว่าจะมีอาชีพทำการเกษตรหรือทำการค้าก็จะมีการเซ่นไหว้เจ้าที่กันแพร่หลาย สำหรับในไต้หวันผู้ที่ทำการค้ามักจะไหว้เจ้าที่ทุกวันที่ 2 และ 16 ของเดือนตามปฏิทินจีน โดยการเซ่นไหว้เจ้าที่ครั้งสุดท้ายก็คือวันที่ 16 เดือน 12 ตามปฏิทินจีน และหลังจากเซ่นไหว้เจ้าที่แล้วก็จะนำสิ่งของเซ่นไหว้มาแจกจ่ายให้กับพนักงานรับประทานกัน แต่ต่อมากลายมาเป็นประเพณีเลี้ยงขอบคุณพนักงานในช่วงปลายปี