มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 14 ส.ค.2566


Listen Later

   ประวัติการเก็บเกี่ยวสาหร่ายเจลิเดียมหรือสือฮัวไช่ที่นำมาทำวุ้นสือฮัวโต้งของไต้หวัน ต้องบอกว่ามีความเป็นนับร้อยปีแล้ว ในยุคสมัยก่อนธุรกิจการประมงยังไม่เจริญ การดำน้ำในทะเลส่วนใหญ่ก็เพื่อจับหอยเป๋าฮื้อ จับเม่นทะเล และเก็บสาหร่าย เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และคนที่ดำน้ำไปเก็บสาหร่ายเจลิเดียมก็เป็นแม่บ้าน มักเรียกว่า “ไถวานไห่หนี่(臺灣海女)นักดำน้ำไต้หวัน”

แม่บ้านดำน้ำไม่อึดจะเก็บสาหร่ายตอนน้ำลง

   แต่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ล้วนมีวัฒนธรรมนักดำน้ำหญิงเช่นกัน แต่ต่างกันที่นักดำน้ำหญิงในไต้หวันจะสวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดาที่สวมอยู่ในบ้าน สวมแว่นกันน้ำธรรมดา ทำหมวกคลุมศีรษะผ้าที่ทำเอง หรือในสมัยก่อนหากต้องการกันน้ำเข้าหูก็ใช้หมากฝรั่งที่ผ่านการเคี้ยวแล้วนำมาอุดหู และนำตะกร้าหรือตาข่ายผูกด้วยเชือกสะพายหลังแล้วดำลงไปเก็บสาหร่าย ส่วนนักดำน้ำหญิงในเกาหลีใต้ เรียกว่า แฮเนียว -Haenyo( sea women) ดำน้ำลึกลงไปเก็บอาหารทะเลโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยหายใจใด ๆ ซึ่งเป็นการทำงานที่สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นมาหลายร้อยปีแล้ว แต่ต่อมาได้พัฒนาให้เป็นชุดยางสีดำที่ช่วยป้องกันอุณหภูมิในร่างกาย และมีอุปกรณ์เพิ่ม ได้แก่ ตีนกบ หน้ากากดำน้ำ ทุ่นสีส้ม ถุงเชือกตาข่าย ฉมวก ฯลฯ และปัจจุบันเป็น สัญลักษณ์สำคัญของเกาะเจจู

สาหร่ายเจลิเดียมที่เก็บจากทะเล

   ส่วนนักดำน้ำหญิงของญี่ปุ่นจะเรียกว่า อามะ(Ama) เป็นชื่อเรียกหญิงชาวประมงผู้ที่มีความสามารถในการดำน้ำลงไปเก็บสัตว์ทะเลต่าง ๆ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีมานานกว่า 2,000 ปี และยังคงสืบทอดมายังปัจจุบันอยู่ที่เมืองโทบะ (Toba) จังหวัดมิเอะ (Mie) และเครื่องแต่งกายของอามะ คือ ชุดคลุมสีขาวและผ้าขนหนูสีขาวที่แยกออกเป็นเป็นเสื้อและที่พันเอวเป็นเสื้อผ้าแบบดั้งเดิมของอามะ และยุคปัจจุบันชุดประดาน้ำที่ทำจากยางได้กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเพื่อให้ทนอยู่ในน้ำเย็นได้นานขึ้น

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

มองปัจจุบัน ย้อนอดีตBy แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rti