
Sign up to save your podcasts
Or


ในอดีต ตำบลจู๋ซาน เมืองหนานโถว เคยเป็นศูนย์กลางการผลิตไม้ไผ่ที่สำคัญของไต้หวัน ด้วยโรงงานงานฝีมือจากไม้ไผ่มากกว่า 500 แห่งในช่วงที่รุ่งเรือง แม้ว่าอุตสาหกรรมไม้ไผ่จะเคยมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่เมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม การนำเข้าผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ราคาถูกจากต่างประเทศทำให้ตลาดไม้ไผ่ท้องถิ่นลดลง และตำบลจู๋ซานค่อยๆ สูญเสียความสำคัญไป
ไผ่มีคุณประโยชน์มากมาย ตั้งแต่การใช้หน่อไผ่เป็นอาหารไปจนถึงการผลิตสินค้าหัตถกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยสร้างงานและรายได้เสริมให้แก่ครอบครัวท้องถิ่น แต่เมื่ออุตสาหกรรมพลาสติกเข้ามาแทนที่ ไม้ไผ่ที่สามารถรีไซเคิลได้กลับถูกลดบทบาทลง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอุตสาหกรรมไม้ไผ่ของตำบลจู๋ซานกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นักท่องเที่ยวเริ่มหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้เกี่ยวกับหัตถกรรมไม้ไผ่
ยกตัวอย่างการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมไม้ไผ่ เช่น ร้านหัตถกรรมหยวนไท่ (元泰竹藝社) ที่บริหารโดยหลินเจียหง (林家宏) ผู้สืบทอดรุ่นที่สอง หลินเจียหงเริ่มต้นธุรกิจในสาขาอื่น แต่ตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสืบทอดธุรกิจของครอบครัวและฟื้นฟูอุตสาหกรรมไม้ไผ่ที่กำลังซบเซา เขาได้พัฒนาแปรงสีฟันไม้ไผ่ที่ได้รับความนิยมในตลาดญี่ปุ่น และถ้วยไม้ไผ่ที่ได้รับการยกย่องในตลาดสันทนาการกลางแจ้ง
อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ ไล่เยี่ยนฉือ (賴彥池) เจ้าของร้านหัตถกรรมสร้างสรรค์วัฒนธรรมจู๋ไล่ (竹藝文化創意工坊) เขาใช้แผงไม้ไผ่ขัดแตะ 30,000 ชิ้นและไม้ไผ่เมิ่งจู๋กว่า 300 ต้นในการสร้างศาลาไม้ไผ่ "Bamboo Traces Pavilion" ในงาน Taichung Flower Expo ปี 2018 ซึ่งในช่วงเวลานั้น งาน Flower Expo กำลังจะเริ่มขึ้น แต่สถาปนิกไม่สามารถหาช่างฝีมือที่สามารถสร้างศาลไม้ไผ่นี้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อไล่เยี่ยนฉือ ซึ่งเป็นมือใหม่ในธุรกิจของครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานมาได้เพียงสองปีครึ่ง ได้เห็นการออกแบบดังกล่าว เขาก็เกิดไอเดียและมั่นใจว่าสามารถสร้างศาลาไม้ไผ่ชิ้นนี้ได้ ซึ่งได้รับรางวัล JCD KUKAN Space Award จากญี่ปุ่นและ Red Dot Design Award จากเยอรมนี เป็นต้น
ด้วยการสนับสนุนจากรัฐวิสาหกิจและศูนย์พัฒนาในพื้นที่ ตำบลจู๋ซานกำลังใช้พลังสร้างสรรค์ทั้งเก่าและใหม่ในการนำพาถิ่นกำเนิดจากความซบเซาเข้าสู่เส้นทางแห่งความหวังที่ไร้ขีดจำกัด ผ่านการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ และการฟื้นฟูศิลปะและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับไผ่
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiในอดีต ตำบลจู๋ซาน เมืองหนานโถว เคยเป็นศูนย์กลางการผลิตไม้ไผ่ที่สำคัญของไต้หวัน ด้วยโรงงานงานฝีมือจากไม้ไผ่มากกว่า 500 แห่งในช่วงที่รุ่งเรือง แม้ว่าอุตสาหกรรมไม้ไผ่จะเคยมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่เมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม การนำเข้าผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ราคาถูกจากต่างประเทศทำให้ตลาดไม้ไผ่ท้องถิ่นลดลง และตำบลจู๋ซานค่อยๆ สูญเสียความสำคัญไป
ไผ่มีคุณประโยชน์มากมาย ตั้งแต่การใช้หน่อไผ่เป็นอาหารไปจนถึงการผลิตสินค้าหัตถกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยสร้างงานและรายได้เสริมให้แก่ครอบครัวท้องถิ่น แต่เมื่ออุตสาหกรรมพลาสติกเข้ามาแทนที่ ไม้ไผ่ที่สามารถรีไซเคิลได้กลับถูกลดบทบาทลง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอุตสาหกรรมไม้ไผ่ของตำบลจู๋ซานกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นักท่องเที่ยวเริ่มหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้เกี่ยวกับหัตถกรรมไม้ไผ่
ยกตัวอย่างการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมไม้ไผ่ เช่น ร้านหัตถกรรมหยวนไท่ (元泰竹藝社) ที่บริหารโดยหลินเจียหง (林家宏) ผู้สืบทอดรุ่นที่สอง หลินเจียหงเริ่มต้นธุรกิจในสาขาอื่น แต่ตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสืบทอดธุรกิจของครอบครัวและฟื้นฟูอุตสาหกรรมไม้ไผ่ที่กำลังซบเซา เขาได้พัฒนาแปรงสีฟันไม้ไผ่ที่ได้รับความนิยมในตลาดญี่ปุ่น และถ้วยไม้ไผ่ที่ได้รับการยกย่องในตลาดสันทนาการกลางแจ้ง
อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ ไล่เยี่ยนฉือ (賴彥池) เจ้าของร้านหัตถกรรมสร้างสรรค์วัฒนธรรมจู๋ไล่ (竹藝文化創意工坊) เขาใช้แผงไม้ไผ่ขัดแตะ 30,000 ชิ้นและไม้ไผ่เมิ่งจู๋กว่า 300 ต้นในการสร้างศาลาไม้ไผ่ "Bamboo Traces Pavilion" ในงาน Taichung Flower Expo ปี 2018 ซึ่งในช่วงเวลานั้น งาน Flower Expo กำลังจะเริ่มขึ้น แต่สถาปนิกไม่สามารถหาช่างฝีมือที่สามารถสร้างศาลไม้ไผ่นี้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อไล่เยี่ยนฉือ ซึ่งเป็นมือใหม่ในธุรกิจของครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานมาได้เพียงสองปีครึ่ง ได้เห็นการออกแบบดังกล่าว เขาก็เกิดไอเดียและมั่นใจว่าสามารถสร้างศาลาไม้ไผ่ชิ้นนี้ได้ ซึ่งได้รับรางวัล JCD KUKAN Space Award จากญี่ปุ่นและ Red Dot Design Award จากเยอรมนี เป็นต้น
ด้วยการสนับสนุนจากรัฐวิสาหกิจและศูนย์พัฒนาในพื้นที่ ตำบลจู๋ซานกำลังใช้พลังสร้างสรรค์ทั้งเก่าและใหม่ในการนำพาถิ่นกำเนิดจากความซบเซาเข้าสู่เส้นทางแห่งความหวังที่ไร้ขีดจำกัด ผ่านการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ และการฟื้นฟูศิลปะและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับไผ่