
Sign up to save your podcasts
Or


การทำความสะอาดบ้านก่อนตรุษจีนครั้งใหญ่หรือที่เรียกว่า ต้าเส่าฉู(大掃除) ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันเพื่อต้อนวันตรุษจีนซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน นอกจากนี้ยังต้องมีการจัดบ้านและตกแต่งบ้านให้ดูดี พร้อมรับสิ่งดีๆ เพื่อเพิ่มความสิริมงคลให้กับผู้อยู่อาศัย โดยต้าเส่าฉูส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 เดือน 12 ตามปฏิทินจีน หรือวันที่ส่งเทพเจ้าเตาไฟขึ้นสวรรค์(ปีนี้ตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์)จนถึงช่วงเย็นของวันไหว้หรือฉูซี่(除夕) ซึ่งตรงกับวันที่ 30 เดือน 12 ตามปฏิทินจีน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 9 กุมภาพันธ์) ถือเป็นวันสุดท้ายของปีเหมาะที่สุด นอกจากนี้ ต้าเส่าฉูยังสื่อถึงการต้อนรับปีใหม่และขจัดสิ่งเก่าๆ ออกไป(迎新除舊) กวาดล้างความโชคร้ายในปีที่ผ่านมาและต้อนรับการเริ่มต้นปีใหม่
ส่วนช่วงตรุษจีนที่ต้องหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดบ้าน คือตั้งแต่ชูอีถึงชูอู่(วันแรกของปีใหม่จีนจนถึงวันที่ 5 ตามปฏิทินจีน) แต่ถ้ามีความจำเป็นก็ให้กวาดบ้านจากด้านนอกเข้าด้านใน เมื่อกวาดแล้วให้เก็บขยะไว้รอถึงวันที่ 6 ตามปฏิทินจีนจึงค่อยนำไปทิ้ง
เนื่องจากขนาดของแต่ละครัวเรือนแตกต่างกัน ลำดับการทำความสะอาดบ้านอาจแตกต่างกันไป แต่โดยพื้นฐานมีลำดับดังต่อไปนี้:
1: ตรวจดูภายในบ้านว่ามีเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้แล้วและพร้อมที่จะกำจัดหรือไม่ และพร้อมที่จะสละบางอย่างที่ไม่ได้ใช้แต่ยังมีประโยชน์แล้วมอบให้กับคนอื่นที่ต้องการ เพื่อให้บ้านได้รับความเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ
2: เริ่มต้นจากสิ่งของชิ้นเล็ก เพราะการทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่ในคราวเดียวจะทำให้รู้สึกเหนื่อยและหมดกำลังใจก่อน ยกตัวอย่างห้องนอน เริ่มด้วยการจัดตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ โต๊ะข้างเตียง โต๊ะทำงาน และโต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่ด้วยการกวาดพื้น ถูพื้น เช็ดตู้ เป็นต้น
3: จากบนลงล่าง หากทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่ ให้เริ่มจากที่สูง เช่น ปัดฝุ่นบนเพดาน หรือด้านบนของตู้ เพราะฝุ่นจะตกลงบนพื้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าทำความสะอาดพื้นก่อนจะอารมณ์เสียเมื่อฝุ่นตกลงมาและต้องทำความสะอาดอีกครั้ง
4: จากห้องนอนและห้องนั่งเล่นไปจนถึงห้องครัวและห้องน้ำ
5: ยึดหลักการทำความสะอาดเริ่มจากภายในสู่ภายนอก หากมีระเบียง ลานบ้าน หรือโรงจอดรถที่บ้าน ให้จัดไว้หลังสุด
จะป้องกันการบาดเจ็บระหว่างการทำความสะอาดบ้าน มี 5 อย่างที่ไม่ควรทำ
1. พักเมื่อทำไปแล้วประมาณ 30 นาที การทำความสะอาดทั่วไปอาจสลับกันทำระหว่างหน้าต่าง มุ้งลวด กวาดหยากไย่ กวาดพื้น ถูพื้น ฯลฯ ควรผลัดกันใช้กล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ส่วนเดิมๆ เพราะถ้าใช้งานนานอาจได้รับบาดเจ็บ แนะนำให้หยุดทุกๆ 30 นาที เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อก่อนกลับไปทำ
2. หลีกเลี่ยงการงอมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหลัง ให้งอต้นขาและเข่าเล็กน้อยแล้วใช้ท่าก้าวไปข้างหน้า เพื่อกวาดและถูพื้น
3. หลีกเลี่ยงการยกแขนขึ้นนานเกินไป เวลาเช็ดสิ่งของด้วยผ้าขี้ริ้ว ให้หลีกเลี่ยงการยกแขนขึ้นเป็นเวลานาน ความสูงที่ประหยัดแรงที่สุดสำคือ ระหว่างสะดือกับส่วนบนของศีรษะ หากต้องการยกแขนขึ้นเพื่อทำความสะอาดสิ่งของที่สูง ให้ใช้แปรงด้ามยาวเพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดคอและเมื่อยล้าไหล่
4. ห้ามนั่งยองๆ หรือคุกเข่าเป็นเวลานาน เมื่องอเข่าเกิน 90 องศา แรงกดบนข้อต่อจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือเสื่อมตามข้อได้ หาเก้าอี้ที่มีความสูงที่เหมาะสม เวลานั่ง เข่าและข้อสะโพกสามารถงอได้ประมาณ 70 องศา และงอคอไปข้างหน้าเล็กน้อยซึ่งจะช่วยลดอาการปวดไหล่และคอได้
5. หลีกเลี่ยงการก้มตัวเมื่อยกของหนัก วิธียกของหนักที่ถูกต้อง คือ ย่อตัวลง กางขาออก และให้ลำตัวเข้าใกล้ของหนักมากที่สุด จากนั้นยืนขึ้นด้วยแรงของต้นขา โค้งงอเอวเล็กน้อย จะช่วยลดอาการเอวเคล็ดได้
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiการทำความสะอาดบ้านก่อนตรุษจีนครั้งใหญ่หรือที่เรียกว่า ต้าเส่าฉู(大掃除) ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันเพื่อต้อนวันตรุษจีนซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน นอกจากนี้ยังต้องมีการจัดบ้านและตกแต่งบ้านให้ดูดี พร้อมรับสิ่งดีๆ เพื่อเพิ่มความสิริมงคลให้กับผู้อยู่อาศัย โดยต้าเส่าฉูส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 เดือน 12 ตามปฏิทินจีน หรือวันที่ส่งเทพเจ้าเตาไฟขึ้นสวรรค์(ปีนี้ตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์)จนถึงช่วงเย็นของวันไหว้หรือฉูซี่(除夕) ซึ่งตรงกับวันที่ 30 เดือน 12 ตามปฏิทินจีน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 9 กุมภาพันธ์) ถือเป็นวันสุดท้ายของปีเหมาะที่สุด นอกจากนี้ ต้าเส่าฉูยังสื่อถึงการต้อนรับปีใหม่และขจัดสิ่งเก่าๆ ออกไป(迎新除舊) กวาดล้างความโชคร้ายในปีที่ผ่านมาและต้อนรับการเริ่มต้นปีใหม่
ส่วนช่วงตรุษจีนที่ต้องหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดบ้าน คือตั้งแต่ชูอีถึงชูอู่(วันแรกของปีใหม่จีนจนถึงวันที่ 5 ตามปฏิทินจีน) แต่ถ้ามีความจำเป็นก็ให้กวาดบ้านจากด้านนอกเข้าด้านใน เมื่อกวาดแล้วให้เก็บขยะไว้รอถึงวันที่ 6 ตามปฏิทินจีนจึงค่อยนำไปทิ้ง
เนื่องจากขนาดของแต่ละครัวเรือนแตกต่างกัน ลำดับการทำความสะอาดบ้านอาจแตกต่างกันไป แต่โดยพื้นฐานมีลำดับดังต่อไปนี้:
1: ตรวจดูภายในบ้านว่ามีเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้แล้วและพร้อมที่จะกำจัดหรือไม่ และพร้อมที่จะสละบางอย่างที่ไม่ได้ใช้แต่ยังมีประโยชน์แล้วมอบให้กับคนอื่นที่ต้องการ เพื่อให้บ้านได้รับความเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ
2: เริ่มต้นจากสิ่งของชิ้นเล็ก เพราะการทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่ในคราวเดียวจะทำให้รู้สึกเหนื่อยและหมดกำลังใจก่อน ยกตัวอย่างห้องนอน เริ่มด้วยการจัดตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ โต๊ะข้างเตียง โต๊ะทำงาน และโต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่ด้วยการกวาดพื้น ถูพื้น เช็ดตู้ เป็นต้น
3: จากบนลงล่าง หากทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่ ให้เริ่มจากที่สูง เช่น ปัดฝุ่นบนเพดาน หรือด้านบนของตู้ เพราะฝุ่นจะตกลงบนพื้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าทำความสะอาดพื้นก่อนจะอารมณ์เสียเมื่อฝุ่นตกลงมาและต้องทำความสะอาดอีกครั้ง
4: จากห้องนอนและห้องนั่งเล่นไปจนถึงห้องครัวและห้องน้ำ
5: ยึดหลักการทำความสะอาดเริ่มจากภายในสู่ภายนอก หากมีระเบียง ลานบ้าน หรือโรงจอดรถที่บ้าน ให้จัดไว้หลังสุด
จะป้องกันการบาดเจ็บระหว่างการทำความสะอาดบ้าน มี 5 อย่างที่ไม่ควรทำ
1. พักเมื่อทำไปแล้วประมาณ 30 นาที การทำความสะอาดทั่วไปอาจสลับกันทำระหว่างหน้าต่าง มุ้งลวด กวาดหยากไย่ กวาดพื้น ถูพื้น ฯลฯ ควรผลัดกันใช้กล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ส่วนเดิมๆ เพราะถ้าใช้งานนานอาจได้รับบาดเจ็บ แนะนำให้หยุดทุกๆ 30 นาที เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อก่อนกลับไปทำ
2. หลีกเลี่ยงการงอมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหลัง ให้งอต้นขาและเข่าเล็กน้อยแล้วใช้ท่าก้าวไปข้างหน้า เพื่อกวาดและถูพื้น
3. หลีกเลี่ยงการยกแขนขึ้นนานเกินไป เวลาเช็ดสิ่งของด้วยผ้าขี้ริ้ว ให้หลีกเลี่ยงการยกแขนขึ้นเป็นเวลานาน ความสูงที่ประหยัดแรงที่สุดสำคือ ระหว่างสะดือกับส่วนบนของศีรษะ หากต้องการยกแขนขึ้นเพื่อทำความสะอาดสิ่งของที่สูง ให้ใช้แปรงด้ามยาวเพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดคอและเมื่อยล้าไหล่
4. ห้ามนั่งยองๆ หรือคุกเข่าเป็นเวลานาน เมื่องอเข่าเกิน 90 องศา แรงกดบนข้อต่อจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือเสื่อมตามข้อได้ หาเก้าอี้ที่มีความสูงที่เหมาะสม เวลานั่ง เข่าและข้อสะโพกสามารถงอได้ประมาณ 70 องศา และงอคอไปข้างหน้าเล็กน้อยซึ่งจะช่วยลดอาการปวดไหล่และคอได้
5. หลีกเลี่ยงการก้มตัวเมื่อยกของหนัก วิธียกของหนักที่ถูกต้อง คือ ย่อตัวลง กางขาออก และให้ลำตัวเข้าใกล้ของหนักมากที่สุด จากนั้นยืนขึ้นด้วยแรงของต้นขา โค้งงอเอวเล็กน้อย จะช่วยลดอาการเอวเคล็ดได้