
Sign up to save your podcasts
Or


ตามริมถนนหนทางในไต้หวันไม่ว่าจะในเมืองหรือต่างจังหวัดล้วนมีอุโมงค์สีเขียวขนาบข้างอยู่ตลอดทาง ต้นไม้ที่ปลูกริมถนนทำให้บรรยากาศของเมืองเปี่ยมด้วยสีเขียวสดใสดูแล้วสบายตา แถมยังมีส่วนช่วยปรับอุณหภูมิ ช่วยฟอกอากาศ ช่วยดูดเสียงรบกวน อนุรักษ์แหล่งน้ำ และที่เด่นชัดที่สุดคือ ช่วยแต่งแต้มภูมิทัศน์ของตัวเมืองให้ดูสดใสมีชีวิตชีวา และที่สำคัญยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของไต้หวันในแต่ละยุคแต่ละสมัยด้วย
ต้นหางนกยูงที่ปลูกริมทางที่ตำบลซีโจว เมืองจางฮั่ว
ยกตัวอย่าง ในช่วงที่ไต้หวันถูกปกครองโดยชาวฮอลแลนด์ (ค.ศ. 1624–1661) ชาวฮอลแลนด์ได้นำต้นงิ้ว ต้นลีลาวดี ต้นราชพฤกษ์เข้ามาปลูกในไต้หวันด้วย ส่วนช่วงที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน (ค.ศ. 1895–1945) ก็มีการนำต้นหางนกยูงฝรั่ง(鳳凰木) และต้นปาล์มขวด(椰子樹)เข้ามาปลูกเช่นกัน ต้นไม้ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเข้ามาปลูกในไต้หวันเหล่านี้ ได้เชื่อมโยงไต้หวันกับโลกภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน และทำให้พันธุ์ไม้บนเกาะแห่งนี้มีความหลากหลายมากขึ้น
ดร. หยางจื้อข่าย(楊智凱) คณะวนศาสตร์ ม.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผิงตง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน บอกว่า การรับประทานมะม่วง ฝรั่ง หรือชมพู่ อาจถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่ที่จริงแล้ว ผลไม้ที่หวานฉ่ำแสนอร่อยเหล่านี้ ถูกนำเข้ามาปลูกในไต้หวันโดยบริษัทดัตช์อีสต์อินเดีย ในยุคที่ฮอนแลนด์ปกครองไต้หวัน จนทำให้ไต้หวันกลายเป็นอาณาจักรแห่งผลไม้เช่นในปัจจุบัน
ต้นมะม่วงริมทางในแถบกวนเถียน นครไถหนาน
นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานด้วยว่า ในสมัยแรก ๆ บริเวณฟานจ่ายตู้โถว (番仔渡頭) ในแถบกวนเถียน นครไถหนาน จะเห็นต้นมะม่วงที่คนฮอลแลนด์ปลูกเอาไว้ขึ้นเป็นทิวแถว ถือได้ว่าเป็นต้นไม้ริมถนนยุคแรกของไต้หวัน ซึ่งผลไม้ที่คนฮอลแลนด์นำเข้ามาปลูก มีการคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยในทางยุทธศาสตร์ด้วย ถ้าไม่ใช่เพื่อใช้เป็นอาหาร ก็จะถูกนำไปใช้ทางการทหาร หรือใช้สำหรับการช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และใช้เป็นยารักษาโรค ดร. หยางจื้อข่าย มองต้นไม้เหล่านี้เป็นเสมือนสมบัติล้ำค่าประจำบ้าน ยกตัวอย่าง ผลฝรั่งสามารถนำมารับประทานได้ ใบของมันสามารถบรรเทาอาการท้องเสียและลดความดันโลหิต แม้แต่กิ่งก็สามารถนำมาใช้ทำยาได้
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiตามริมถนนหนทางในไต้หวันไม่ว่าจะในเมืองหรือต่างจังหวัดล้วนมีอุโมงค์สีเขียวขนาบข้างอยู่ตลอดทาง ต้นไม้ที่ปลูกริมถนนทำให้บรรยากาศของเมืองเปี่ยมด้วยสีเขียวสดใสดูแล้วสบายตา แถมยังมีส่วนช่วยปรับอุณหภูมิ ช่วยฟอกอากาศ ช่วยดูดเสียงรบกวน อนุรักษ์แหล่งน้ำ และที่เด่นชัดที่สุดคือ ช่วยแต่งแต้มภูมิทัศน์ของตัวเมืองให้ดูสดใสมีชีวิตชีวา และที่สำคัญยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของไต้หวันในแต่ละยุคแต่ละสมัยด้วย
ต้นหางนกยูงที่ปลูกริมทางที่ตำบลซีโจว เมืองจางฮั่ว
ยกตัวอย่าง ในช่วงที่ไต้หวันถูกปกครองโดยชาวฮอลแลนด์ (ค.ศ. 1624–1661) ชาวฮอลแลนด์ได้นำต้นงิ้ว ต้นลีลาวดี ต้นราชพฤกษ์เข้ามาปลูกในไต้หวันด้วย ส่วนช่วงที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน (ค.ศ. 1895–1945) ก็มีการนำต้นหางนกยูงฝรั่ง(鳳凰木) และต้นปาล์มขวด(椰子樹)เข้ามาปลูกเช่นกัน ต้นไม้ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเข้ามาปลูกในไต้หวันเหล่านี้ ได้เชื่อมโยงไต้หวันกับโลกภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน และทำให้พันธุ์ไม้บนเกาะแห่งนี้มีความหลากหลายมากขึ้น
ดร. หยางจื้อข่าย(楊智凱) คณะวนศาสตร์ ม.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผิงตง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน บอกว่า การรับประทานมะม่วง ฝรั่ง หรือชมพู่ อาจถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่ที่จริงแล้ว ผลไม้ที่หวานฉ่ำแสนอร่อยเหล่านี้ ถูกนำเข้ามาปลูกในไต้หวันโดยบริษัทดัตช์อีสต์อินเดีย ในยุคที่ฮอนแลนด์ปกครองไต้หวัน จนทำให้ไต้หวันกลายเป็นอาณาจักรแห่งผลไม้เช่นในปัจจุบัน
ต้นมะม่วงริมทางในแถบกวนเถียน นครไถหนาน
นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานด้วยว่า ในสมัยแรก ๆ บริเวณฟานจ่ายตู้โถว (番仔渡頭) ในแถบกวนเถียน นครไถหนาน จะเห็นต้นมะม่วงที่คนฮอลแลนด์ปลูกเอาไว้ขึ้นเป็นทิวแถว ถือได้ว่าเป็นต้นไม้ริมถนนยุคแรกของไต้หวัน ซึ่งผลไม้ที่คนฮอลแลนด์นำเข้ามาปลูก มีการคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยในทางยุทธศาสตร์ด้วย ถ้าไม่ใช่เพื่อใช้เป็นอาหาร ก็จะถูกนำไปใช้ทางการทหาร หรือใช้สำหรับการช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และใช้เป็นยารักษาโรค ดร. หยางจื้อข่าย มองต้นไม้เหล่านี้เป็นเสมือนสมบัติล้ำค่าประจำบ้าน ยกตัวอย่าง ผลฝรั่งสามารถนำมารับประทานได้ ใบของมันสามารถบรรเทาอาการท้องเสียและลดความดันโลหิต แม้แต่กิ่งก็สามารถนำมาใช้ทำยาได้