มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 23 ก.ย.2567


Listen Later

   ตามริมถนนหนทางในไต้หวันไม่ว่าจะในเมืองหรือต่างจังหวัดล้วนมีอุโมงค์สีเขียวขนาบข้างอยู่ตลอดทาง ต้นไม้ที่ปลูกริมถนนทำให้บรรยากาศของเมืองเปี่ยมด้วยสีเขียวสดใสดูแล้วสบายตา แถมยังมีส่วนช่วยปรับอุณหภูมิ ช่วยฟอกอากาศ ช่วยดูดเสียงรบกวน อนุรักษ์แหล่งน้ำ และที่เด่นชัดที่สุดคือ ช่วยแต่งแต้มภูมิทัศน์ของตัวเมืองให้ดูสดใสมีชีวิตชีวา และที่สำคัญยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของไต้หวันในแต่ละยุคแต่ละสมัยด้วย

ต้นหางนกยูงที่ปลูกริมทางที่ตำบลซีโจว เมืองจางฮั่ว

   ยกตัวอย่าง ในช่วงที่ไต้หวันถูกปกครองโดยชาวฮอลแลนด์ (ค.ศ. 1624–1661) ชาวฮอลแลนด์ได้นำต้นงิ้ว ต้นลีลาวดี ต้นราชพฤกษ์เข้ามาปลูกในไต้หวันด้วย ส่วนช่วงที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน (ค.ศ. 1895–1945) ก็มีการนำต้นหางนกยูงฝรั่ง(鳳凰木) และต้นปาล์มขวด(椰子樹)เข้ามาปลูกเช่นกัน ต้นไม้ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเข้ามาปลูกในไต้หวันเหล่านี้ ได้เชื่อมโยงไต้หวันกับโลกภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน และทำให้พันธุ์ไม้บนเกาะแห่งนี้มีความหลากหลายมากขึ้น

   ดร. หยางจื้อข่าย(楊智凱) คณะวนศาสตร์ ม.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผิงตง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน บอกว่า การรับประทานมะม่วง ฝรั่ง หรือชมพู่ อาจถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่ที่จริงแล้ว ผลไม้ที่หวานฉ่ำแสนอร่อยเหล่านี้ ถูกนำเข้ามาปลูกในไต้หวันโดยบริษัทดัตช์อีสต์อินเดีย ในยุคที่ฮอนแลนด์ปกครองไต้หวัน จนทำให้ไต้หวันกลายเป็นอาณาจักรแห่งผลไม้เช่นในปัจจุบัน

ต้นมะม่วงริมทางในแถบกวนเถียน นครไถหนาน

   นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานด้วยว่า ในสมัยแรก ๆ บริเวณฟานจ่ายตู้โถว (番仔渡頭) ในแถบกวนเถียน นครไถหนาน จะเห็นต้นมะม่วงที่คนฮอลแลนด์ปลูกเอาไว้ขึ้นเป็นทิวแถว ถือได้ว่าเป็นต้นไม้ริมถนนยุคแรกของไต้หวัน ซึ่งผลไม้ที่คนฮอลแลนด์นำเข้ามาปลูก มีการคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยในทางยุทธศาสตร์ด้วย ถ้าไม่ใช่เพื่อใช้เป็นอาหาร ก็จะถูกนำไปใช้ทางการทหาร หรือใช้สำหรับการช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และใช้เป็นยารักษาโรค ดร. หยางจื้อข่าย มองต้นไม้เหล่านี้เป็นเสมือนสมบัติล้ำค่าประจำบ้าน ยกตัวอย่าง ผลฝรั่งสามารถนำมารับประทานได้ ใบของมันสามารถบรรเทาอาการท้องเสียและลดความดันโลหิต แม้แต่กิ่งก็สามารถนำมาใช้ทำยาได้

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

มองปัจจุบัน ย้อนอดีตBy แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rti