วันเช็งเม้งคือวันที่ชาวจีนจะไปปัดกวาดทำความสะอาดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ พร้อมกับเอาอาหารไปเซ่นไหว้ ถือเป็นเทศกาลที่มีประวัติสืบทอดมายาวนาน แนวความคิดของชาวจีนตั้งแต่โบราณมาต่างก็มีการเซ่นไหว้สิ่งที่เป็นธรรมชาติและบรรพบุรุษที่หยั่งรากลึกในลัทธิขงจื๊อและศาสนาเต๋า สำหรับวันเช็งเม้งในไต้หวันในปี 2025 ตรงกับวันที่ 4 เมษายน ตามปฏิทินสากลและถือเป็นวันหยุดราชการ หลายคนจึงใช้ช่วงเวลานี้ไปปัดกวาดหลุมฝังศพและเซ่นไหว้ แต่ในทางปฏิบัติจริง ก็สามารถไปเซ่นไหว้ก่อนวันเทศกาลเช็งเม้งได้ โดยเริ่มตั้งแต่เดือน 2 ตามปฏิทินจีน
อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงเทศกาลเช็งเม้ง ก็ต้องเตรียมสถานที่สำหรับการเซ่นไหว้บรรพบุรุพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุสานรวมที่มีหลุมฝังศพที่มีหญ้าหรือวัชพืชขึ้นรกรุงรัง ดังนั้นเพื่อป้องกันอัคคีภัยจากการเผากระดาษเงินกระดาษทอง สิ่งของเครื่องใช้เช่นหีบสมบัติที่ต้องการเผาให้บรรพบุรุษ หรือการจุดธูปไหว้บรรพบุรุษ ทางหน่วยงานท้องถิ่นในไต้หวันต่างเร่งตัดวัชพืชในบริเวณสุสาน จึงมีคำถามว่าหลังจากตัดหญ้าแล้วเอาไปไหนต่อ? ยกตัวอย่าง ที่นครไทจงมีการรณรงค์นำหญ้าสุสานที่ตัดแล้วทำเป็นปุ๋ยหมัก สถิติสำนักงานสิ่งแวดล้อมของนครไทจง ระบุ ในปีที่แล้ว(ปี 2024) มีการขนย้ายวัชพืชมากถึง 670 เที่ยว รวมทั้งหมด 817 ตัน โดยวัชพืชจากเขตชนบทถูกนำไปกองรวมที่หลุมฝังกลบ แล้วนำมาผสมกันเพื่อทำปุ๋ยหมัก ขณะที่วัชพืชจาก 8 เขตในตัวเมืองไทจงถูกส่งไปยังศูนย์กลางที่เขตอู้โฟง และนำมาทำปุ๋ยในลักษณะเดียวกัน
ทั้งนี้ โรงเผาขยะของนครไทจงเต็มความสามารถในการจัดการขยะจากครัวเรือน จึงปฏิเสธการรับเผาหญ้าจากสุสาน ส่งผลให้แต่ละเขตต้องจัดการด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือว่าบางพื้นที่ได้จ้างเอกชนมาจัดการหญ้าเหล่านี้ แต่กลับมีการลักลอบนำไปเผาที่โรงงานเผาขยะ โดยอำพรางด้วยการวางหญ้าไว้ด้านล่างและคลุมด้วยขยะทั่วไป แม้ข่าวลือนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ก็เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ
เนื่องจากในช่วงเทศกาลเช็งเม้งของทุกปี มักเกิดเหตุไฟไหม้ซ้ำซากที่สุสานบนภูเขาต้าตู้ในนครไทจง เพื่อป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ สำนักงานกิจการพลเรือนของเมืองไทจงจึงได้จัดสรรงบประมาณ 46 ล้านเหรียญไต้หวันตั้งแต่ปี 2024 เพื่อดำเนินการตัดหญ้าและขนย้ายวัชพืชจากสุสาน 152 แห่งทั่วเมือง อู๋ซื่อเหว่ย(吳世瑋) ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการพลเรือนนครไทจง กล่าวว่า ปีนี้ไทจงจะเดินหน้าสานต่อมาตรการที่ประสบความสำเร็จจากปีก่อน
สำหรับวัชพืชที่ตัดออกจะถูกนำไปจัดการรวมกัน แล้วแปรรูปเป็นปุ๋ยสำหรับหน่วยงานภาครัฐ หรือจำหน่ายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป หวังเจิ้นเหลียง(王鎭樑) ผู้ใหญ่บ้านจงเคอ เขตตงซื่อ บอกว่าก่อนหน้านี้ วัชพืชที่ถูกตัดมักถูกทิ้งไว้ให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้บ่อยครั้ง แต่ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา เมืองไทจงได้เพิ่มงบประมาณ ทำให้มีการขนย้ายหญ้าทันทีหลังการตัด ส่งผลให้ประชาชนสะดวกขึ้นในการทำพิธีเช็งเม้ง ลดความเสี่ยงไฟไหม้ และช่วยลดมลพิษทางอากาศ ดังนั้น ในปีนี้ นครไทจงยังคงดำเนินมาตรการเดิม โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมได้ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าการขนย้ายวัชพืชจากสุสานเป็นไปตามแผนที่วางไว้