มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564


Listen Later

พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำจินกวาสือ(黃金博物館) ตั้งอยู่ที่จินกวาสือ เขตรุ่ยฟางของนครนิวไทเป เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดที่ผู้เข้าชมสามารถเดินชมสถานที่ต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคาร หลุมบ่อทองคำที่ผ่านการบูรณะแล้ว เครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ในการทำเหมืองทองคำ ตลอดจนป้ายรำลึกต่างๆ และภายในเขตพิพิธภัณฑ์ยังมีทั้งร้านอาหาร ไปรษณีย์ สถานีตำรวจ ร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น และที่น่าสนใจคือ มีร้านอาหารขายข้าวกล่องหรือเบนโตะรสชาติย้อนยุคคนงานที่ทำงานในเหมืองทองคำ(礦工便當) เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เมื่อถึงวันหยุดก็จะมีผู้คนเข้าแถวซื้อกันอย่างล้นหลาม แต่ปีที่แล้วได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ทำให้ต้องหยุดกิจการไป แต่ตอนนี้ได้เริ่มเปิดกิจการขายข้าวกล่องอีกครั้ง และกล่องข้าวที่นำมาใส่อาหารนั้นก็มีคุณค่าต่อการเก็บสะสมด้วย เพราะว่าสไตล์ของกล่องข้าวมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมผนวกกับการคงไว้ซึ่งรสชาติแบบดั้งเดิมในยุคสมัยที่คนงานในเหมืองแร่รับประทานกัน เซี่ยเหวินเสียง(謝文祥) ผอ.พิพิธภัณฑ์ทองคำจินกวาสือ บอกว่า ตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีนี้ ทางร้านเริ่มเปิดกิจการอีกครั้ง และเพื่อต้องการคืนกำไรให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ ก่อนวันแรงงานคือวันที่ 26-30 เม.ย. ทางร้านจัดกิจกรรมข้าวกล่องซื้อ 1 แถม 1 ซึ่งกล่องข้าวเบนโตะ 1 ชุดประกอบไปด้วย หมูทอด 1 ชิ้นใหญ่ มีกับแกล้มเป็นเต้าหู้แข็งพะโล้หั่นชิ้นเล็กๆ ผัดเกี่ยมไฉ่และผัดไชโป๊ นอกจากนี้ยังมีการผนวกเข้ากับวัฒนธรรมในท้องถิ่น โดยกล่องข้าวสแตนเลสห่อด้วยผ้าสีน้ำเงินที่เสมือนเป็นแผนที่ของพิพิธภัณฑ์ อย่างเช่น หอเจ้าฟ้าชายญี่ปุ่น อุโมงค์ค์อู่เคิง ตึกร่อนทองคำ โบสถ์คาธอลิก โรงเรียนมัธยมสืออวี่(時雨中學-อดีตเป็นโรงเรียนเอกชนยุคญี่ปุ่นยึดครองไต้หวัน สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานศึกษาของลูกหลานญี่ปุ่นที่ขุดทอง) สวนสาธารณะรำลึกค่ายเชลยศึก เป็นต้น พร้อมตะเกียบไม้ไผ่ 1 คู่ สำหรับรับประทานข้าวกล่อง

กล่องข้าวสแตนเลสห่อด้วยผ้าสีน้ำเงินที่เสมือนเป็นแผนที่ของพิพิธภัณฑ์

ย้อนอดีต ในปลายยุคศตวรรษที่ 19 สมัยที่ราชชิงปกครองไต้หวัน หลิวหมิงฉวน ผู้ตรวจการประจำไต้หวันคนแรก ได้นำพากลุ่มคนงานทำการซ่อมแซมเส้นทางรถไฟ ได้พบทรายทองคำที่ส่งประกายระยิบระยับที่ก้นแม่น้ำจีหลง ย้อนขึ้นไปถึงจนถึงจิ่วเฟิ่น เป็นสายทองที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง หลังเกิดสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่น จีนต้องยกไต้หวันให้แก่ญี่ปุ่น เท่ากับเป็นการประเคนเหมืองทองมูลค่ามหาศาลให้แก่ญี่ปุ่นด้วย และเพื่อหาเงินทุนในการทำสงคราม ญี่ปุ่นได้นำเข้าเครื่องจักรทันสมัย เก็บเกี่ยวทองคำทุกวิถีทาง ทำให้ปริมาณการผลิตทองของไต้หวันพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของเอเชียภายในพริบตา ทองคำดึงดูดนักแสวงโชคหลั่งไหลมามากมาย มีการพัฒนาคุณภาพชีวิต ในยุคนั้นจินกัวสือเคยได้รับฉายาว่า “กินซ่าน้อย”(ย่านที่มีความรุ่งเรืองกรุงโตเกียว) หรือ “เซี่ยงไฮ้น้อย” ในอดีต เขตจิ่วเฟิ่นจินกัวสือ มีกำลังเศรษฐกิจสูงกว่าเมืองไทเป มีโรงภาพยนต์แห่งแรกของไต้หวัน มีทั้งที่ทำการไปรษณีย์ โรงพยาบาล โรงเรียน สถานีตำรวจ สถานีรถไฟ มีสาธารณูปโภคครบครัน เป็นสิ่งที่ยืนยันความรุ่งเรืองของจิ่วเฟิ่นจินกัวสือในอดีตได้เป็นอย่างดี

พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำจินกวาสือ(黃金博物館)

หลังจากที่แร่ทองคำที่มีค่าร่อยหรอไป อุโมงค์แต่ละแห่งได้ถูกปิดลง ในช่วง 20 – 30 ปีหลังจากเหมืองทองปิดตัวลง ผู้คนได้ทยอยออกจากพื้นที่ ภูเขาค่อย ๆ รกร้างมากขึ้น เพื่อเป็นการรำลึกช่วงเวลาประวัติศาสตร์การผลิตทองคำของไต้หวันที่มีค่านี้ เมืองไทเป(ปัจจุบันคือนครนิวไทเป)จึงได้เสนอโครงการพัฒนาเขตสวนพิพิธภัณฑ์ทองคำ เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมการขุดทอง บันทึกทางประวัติศาสตร์ 

ทองคำแท่งบริสุทธิ์ 999 หนัก 220 กิโลกรัม

คนทั่วไปจะเรียกสถานที่นี้ว่า พิพิธภัณฑ์ทองคำ แต่ในความเป็นจริง เขตสวนพิพิธภัณฑ์ทองคำ ทั้งหมดประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ทองคำ หอสิ่งแวดล้อม หอประทับเจ้าฟ้าชายจินกัวสือ หอสัมผัสความงามชีวิต รวม 4 หอใหญ่ ซึ่งในส่วนของหอพิพิธภัณฑ์ทองคำแห่งนี้อดีตคือสำนักงานใหญ่ของบริษัทเหมืองทองคำไต้หวัน เป็นตึก 3 ชั้นเป็นแนวยาว ภายนอกสีเทา หลังการบูรณะซ่อมแซม ได้ใช้คานโลหะห่อหุ้มตึก เป็นความหมายทองหุ้มหิน และเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้แก่โครงสร้างเดิม สิ่งที่อยู่ใน “พิพิธภัณฑ์ทองคำ” ล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับทองคำ ที่ทางเข้ามีหุ่นรูปหล่อคนงานเหมืองทอง ที่ชั้น 1ของตึกวางเรียงรายไว้ด้วยเครื่องมือเครื่องใช้ชนิดต่าง ๆ ของคนงานเหมืองทอง เมื่อมองผ่านไปที่พื้นกระจกบนทางเดินจะเห็นเส้นทางของอุโมงค์ใต้พื้นดิน โมเดลจำลองที่แสดงเส้นทางอุโมงค์จากภูเขาลูกนี้ ไปยังจิ่วเคิง และ แนวเปลือกโลกเส้นทางแร่ ทำให้รู้ว่าเหมืองทองอายุร้อยปีแห่งนี้มีเส้นทางใต้ดินที่ยาวถึง 600 กิโลเมตร ชั้น 2 คือส่วนการจัดแสดงเกี่ยวกับทองคำ มีการจัดแสดงพิเศษหลายอย่าง ที่สำคัญคือ สมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ที่ทำลายสถิติกินเนสบุค นั่นก็คือ ทองคำแท่งบริสุทธิ์ 999 หนัก 220 กิโลกรัม นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนจะต้องเอื้อมมือไปลูบสัมผัส เพื่อต้องการความเป็นมงคลและโชคลาภ(แต่ว่าขณะนี้เนื่องจากการระบาดโควิด 19 ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลูบสัมผัส) สำหรับที่ชั้น 3 คือลานกลางแจ้งที่เปิดโอกาสให้ นักท่องเที่ยวสานฝันในการร่อนทอง ทางพิพิธภัณฑ์ได้ซื้อทรายทองคำแท้ ผสมลงในทรายแม่น้ำ ผู้ที่ร่อนพบทรายทองคำนำกลับไปได้ (แต่ต้องซื้อบัตรเข้าไปร่อนคนละ 100 เหรียญไต้หวันต่างหาก)

โมเดลจำลองแสดงเส้นทางอุโมงค์ของภูเขาลูกนี้ไปยังจิ่วเคิงและแนวเปลือกโลกเส้นทางแร่

หากไปเที่ยวเขตสวนพิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำแล้วรู้สึกว่ายังไม่จุใจ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ คือ ศาลจินกัวสือ(金瓜石神社) ภูเขากาน้ำชา(茶壼山) สวนสาธารณะธรณีวิทยา (地質公園) ค่ายเฉลยศึก (戰俘營) หรือว่าน้ำพุทองคำ (黃金瀑布) แต่ถ้าหิวก็อย่างลืมซื้อกล่องข้าวคนงานเหมืองที่บรรจุในกล่องสแตนเลสมีกับข้าวแบบย้อนยุครสชาติดั้งเดิม เมื่อรับประทานอิ่มแล้วให้นำประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่าง ๆ ของจินกัวสือกลับไปบ้าน เพื่อค่อย ๆ หวนรำลึก “ตำนานทองคำ” อย่างละเมียดละไมในภายหลังได้

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

มองปัจจุบัน ย้อนอดีตBy แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rti