
Sign up to save your podcasts
Or


การเก็บหอยนางรมบริเวณริมชายฝั่งน้ำตื้น เป็นวิธีการประมงที่มีมาตั้งแต่ยุคญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน ชาวประมงใช้วัวที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยขนหอยนางรมที่เก็บได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ความรู้และเทคนิคการฝึกวัวเทียมเกวียน ทางเทศบาลเมืองจางฮั่วจึงจัดกิจกรรมนี้ให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งแรกของเมืองในปี 2020
วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา เมืองจางฮั่วจัดกิจกรรมสัมผัสวัวเทียมเกวียนที่ศาลเจ้าผู่เถียนกงในตำบลฟางย่วน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี ในงานมีการแข่งขันการเต้นรำสร้างสรรค์ แข่งขันการวาดภาพ ตลาดนัดการเกษตร ฯลฯ ปัจจุบันทั่วไต้หวันเหลือวัวเทียมเกวียนริมชายฝั่งเพียง 12 ตัว เพราะฉะนั้นวัวเทียมเกวียนจึงกลายเป็นไฮไลต์ของงาน และในปีนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่าพันคน
หวังฮุ่ยเหม่ย(王惠美) ผู้ว่าเมืองจางฮั่ว บอกว่า เนื่องจากเครื่องจักรเข้ามาแทนที่วัว ภาพการขนส่งหอยนางรมด้วยวัวเทียมเกวียนริมชายฝั่งของตำบลฟางย่วนกำลังจะสูญหายไป ทั้งนี้ ในยุคราชวงศ์ชิง ที่ริมชายฝั่งของตำบลฟางย่วนเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าที่สำคัญ หลังจากที่ท่าเรือเกยตื้นและมีความซบเซาแล้ว แต่ก็ยังอนุรักษ์การเลี้ยงหอยนางรมแบบธรรมชาติ โดยหอยนางรมมีการแช่อยู่ในน้ำทะเลในช่วงน้ำขึ้น และตากแดดในช่วงน้ำลงสลับกันไป ทำให้เนื้อหอยนางรมที่เลี้ยงได้มีรสหวาน เนื้อแน่น อร่อย จนได้รับฉายา “หอยนางรมไข่มุก”
การจัดงาน "เทศกาลวัฒนธรรมวัวชายฝั่งนานาชาติ國際海牛文化節" ของเมืองจางฮั่วในครั้งนี้ เพื่อหวังให้ผู้คนเข้าใจระบบนิเวศในเขตน้ำขึ้นน้ำลงของชายฝั่งทะเล เพิ่มโอกาสการพัฒนาไปสู่ตำบลฟางย่วน นอกจากนี้ยังมีการวางแผนเส้นทางการท่องเที่ยวแบบสบายๆ เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และทางเมืองจางฮั่วยังเชิญชวนให้ผู้คนไปร่วมงานเทศกาลดนตรีที่ท่าเรือหวังกง(王功漁火節) ที่จะขึ้นในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนในวันที่ 13-14 กรกฎาคมนี้ด้วย
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiการเก็บหอยนางรมบริเวณริมชายฝั่งน้ำตื้น เป็นวิธีการประมงที่มีมาตั้งแต่ยุคญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน ชาวประมงใช้วัวที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยขนหอยนางรมที่เก็บได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ความรู้และเทคนิคการฝึกวัวเทียมเกวียน ทางเทศบาลเมืองจางฮั่วจึงจัดกิจกรรมนี้ให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งแรกของเมืองในปี 2020
วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา เมืองจางฮั่วจัดกิจกรรมสัมผัสวัวเทียมเกวียนที่ศาลเจ้าผู่เถียนกงในตำบลฟางย่วน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี ในงานมีการแข่งขันการเต้นรำสร้างสรรค์ แข่งขันการวาดภาพ ตลาดนัดการเกษตร ฯลฯ ปัจจุบันทั่วไต้หวันเหลือวัวเทียมเกวียนริมชายฝั่งเพียง 12 ตัว เพราะฉะนั้นวัวเทียมเกวียนจึงกลายเป็นไฮไลต์ของงาน และในปีนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่าพันคน
หวังฮุ่ยเหม่ย(王惠美) ผู้ว่าเมืองจางฮั่ว บอกว่า เนื่องจากเครื่องจักรเข้ามาแทนที่วัว ภาพการขนส่งหอยนางรมด้วยวัวเทียมเกวียนริมชายฝั่งของตำบลฟางย่วนกำลังจะสูญหายไป ทั้งนี้ ในยุคราชวงศ์ชิง ที่ริมชายฝั่งของตำบลฟางย่วนเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าที่สำคัญ หลังจากที่ท่าเรือเกยตื้นและมีความซบเซาแล้ว แต่ก็ยังอนุรักษ์การเลี้ยงหอยนางรมแบบธรรมชาติ โดยหอยนางรมมีการแช่อยู่ในน้ำทะเลในช่วงน้ำขึ้น และตากแดดในช่วงน้ำลงสลับกันไป ทำให้เนื้อหอยนางรมที่เลี้ยงได้มีรสหวาน เนื้อแน่น อร่อย จนได้รับฉายา “หอยนางรมไข่มุก”
การจัดงาน "เทศกาลวัฒนธรรมวัวชายฝั่งนานาชาติ國際海牛文化節" ของเมืองจางฮั่วในครั้งนี้ เพื่อหวังให้ผู้คนเข้าใจระบบนิเวศในเขตน้ำขึ้นน้ำลงของชายฝั่งทะเล เพิ่มโอกาสการพัฒนาไปสู่ตำบลฟางย่วน นอกจากนี้ยังมีการวางแผนเส้นทางการท่องเที่ยวแบบสบายๆ เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และทางเมืองจางฮั่วยังเชิญชวนให้ผู้คนไปร่วมงานเทศกาลดนตรีที่ท่าเรือหวังกง(王功漁火節) ที่จะขึ้นในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนในวันที่ 13-14 กรกฎาคมนี้ด้วย