มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 28 เม.ย.2568


Listen Later

   Launcher Lab หรือภาษาจีนเรียกว่า “หั่วเจี้ยนเหรินสือเยี่ยนซื่อ火箭人實驗室” เป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันด้านศิลปะและวัฒนธรรม ตั้งอยู่ในตำบลเหิงชุน เมืองผิงตง ที่สะท้อนถึงพลังและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ที่มารวมตัวกัน และผลักดันวัฒนธรรมของเหิงชุนไปสู่ที่ต่างๆ

   เนื่องจาก ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ การท่องเที่ยวในไต้หวันซบเซาลง เพื่อแก้ปัญหาการท่องเที่ยวในคาบสมุทรเหิงชุน กลุ่มพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและวัฒนธรรม  Launcher Lab ให้ความสนใจกับตลาดของนักท่องเที่ยวดิจิทัลโนแมด(Digital Nomad คือกลุ่มคนที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและอินเทอร์เน็ตในการทำงานและท่องเที่ยวพร้อมกัน) โดยจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีอยู่ และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น ทั้งนี้ มีกำหนดเปิดตัวแพลตฟอร์มแบบบูรณาการในเดือนมิถุนายน
   Launcher Lab ก่อตั้งขึ้นโดยทีมงานที่มุ่งมั่นส่งเสริมบทเพลงพื้นบ้านดั้งเดิมของเหิงชุนมาตลอดหลายปี เหิงชุนเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมและเสียงธรรมชาติหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงพื้นบ้านของเหิงชุน (恆春民謠) เพลงดั้งเดิมของชนเผ่าไพวาน (排灣古調) หรือแม้แต่แนวดนตรีอินดี้ ด้วยเหตุนี้       Launcher Labจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบเสียง การสร้างสรรค์ดนตรี และการจัดกิจกรรมเทศกาลต่างๆ นำไปสู่โครงการทางศิลปะและวัฒนธรรมมากมาย เช่นเทศกาลเพลงแห่งคาบสมุทร (半島歌謠祭), โครงการ "เสียงใหม่จากท่วงทำนองเก่า" (老調新聲), พิพิธภัณฑ์เสียงของหมู่บ้านหม่านโจว (滿州聲音博物館), หนังสือเสียงและนิทานภาพ และการผลิตละครเวที
   ตั้งแต่ปี 2023 กลุ่มนี้ได้ร่วมมือกับสภาพัฒนาแห่งชาติและสำนักงานพัฒนาแรงงานและเยาวชนของเมืองผิงตง จัดงาน Far Far Away Festival (半島花花生活節) ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการ ร้านอาหาร เกสต์เฮาส์ นักดนตรี และศิลปินกว่า 100 รายทั่วคาบสมุทรเหิงชุน โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมในพื้นที่ และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลากหลาย
   ทั้งนี้ ไต้หวันได้เริ่มออกวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวดิจิทัลโนแมดอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปี 2025 Launcher Lab จึงมองเห็นโอกาสจากกระแสนี้ และกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มแบบบูรณาการสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว โดยมีการประชุมชี้แจงแผนงานให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
  นายสวี่ข่าย(徐愷) ประธานสมาคมดิจิทัลโนแมดแห่งไต้หวัน กล่าวว่าดิจิทัลโนแมดจะพำนักอยู่ในแต่ละพื้นที่เฉลี่ย 28 ถึง 90 วัน ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับธุรกิจที่พัก เช่น ที่เชียงใหม่ ประเทศไทย และบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย อัตราการเข้าพักของธุรกิจที่พักในช่วงโลว์ซีซันยังคงอยู่ที่ 70% ปัจจุบันมีดิจิทัลโนแมดประมาณ 35 ล้านคนทั่วโลก เกือบ 70 ประเทศทั่วโลกที่ออกวีซ่าเฉพาะเพื่อดึงดูดกลุ่มนักเดินทางระยะยาวนี้

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

มองปัจจุบัน ย้อนอดีตBy แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rti