
Sign up to save your podcasts
Or


ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของสมาคมฯ ได้มีการจัด นิทรรศการ "ฮิโนกิเก่า ศิลปะเจียอี้ใหม่ " ณ สำนักวัฒนธรรมเมืองเจียอี้ โดยมุ่งเน้นการสืบทอดมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นและแนวคิด "การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน" ทั้งนี้ ไม้ฮิโนกิ ถือเป็นราชาแห่งป่าไม้ไต้หวัน ท่ามกลางป่าเขาของไต้หวัน ต้นฮิโนกิแดงขนาดมหึมาตั้งตระหง่าน ลำต้นสูงสง่า ส่งกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับฉายาว่า "ราชาแห่งป่าไม้ไต้หวัน" ป่าไม้ฮิโนกิถือเป็น สมบัติล้ำค่าของไต้หวัน และเป็นหลักฐานทางธรรมชาติที่สะท้อนวิวัฒนาการของป่าไม้บนเกาะแห่งนี้
ศิลปะเผาขึ้นลายไม้ฮิโนกิ
ในอดีต ไม้ฮิโนกิเป็นสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เมืองเจียอี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายไม้ฮิโนกิ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1912 เมื่อญี่ปุ่นสร้างทางรถไฟสายอาลีซาน ซึ่งช่วยให้การขนส่งไม้ฮิโนกิทำได้สะดวกขึ้น ส่งผลให้มีการตัดไม้ฮิโนกิอย่างมหาศาลเพื่อใช้ในการก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และส่งออกไปยังต่างประเทศ
ศิลปะเผาขึ้นลายไม้ฮิโนกิ
คุณหยางหลิง ยังกล่าวด้วยว่า "เศรษฐกิจหมุนเวียนของไม้ฮิโนกิ เป็นเป้าหมายที่เราร่วมกันผลักดัน" โดยสมาคมฯ นำไม้เก่ามาสร้างมูลค่าใหม่ผ่านศิลปะหลากหลายแขนง เช่น งานหัตถกรรมไม้ฮิโนกิ, ศิลปะเผาไม้ (Pyrography), แบบจำลองสถาปัตยกรรมไม้ฮิโนกิ เป็นต้น ซึ่งทุกชิ้นงานเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมยุคสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวของอดีต ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น ทุกครั้งที่สร้างสรรค์ผลงานสำเร็จ เป็นแรงบันดาลใจให้สมาชิกคิดค้นแนวทางใหม่ ๆ ในการสืบทอดศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์นี้ต่อไป
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiในโอกาสครบรอบ 10 ปีของสมาคมฯ ได้มีการจัด นิทรรศการ "ฮิโนกิเก่า ศิลปะเจียอี้ใหม่ " ณ สำนักวัฒนธรรมเมืองเจียอี้ โดยมุ่งเน้นการสืบทอดมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นและแนวคิด "การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน" ทั้งนี้ ไม้ฮิโนกิ ถือเป็นราชาแห่งป่าไม้ไต้หวัน ท่ามกลางป่าเขาของไต้หวัน ต้นฮิโนกิแดงขนาดมหึมาตั้งตระหง่าน ลำต้นสูงสง่า ส่งกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับฉายาว่า "ราชาแห่งป่าไม้ไต้หวัน" ป่าไม้ฮิโนกิถือเป็น สมบัติล้ำค่าของไต้หวัน และเป็นหลักฐานทางธรรมชาติที่สะท้อนวิวัฒนาการของป่าไม้บนเกาะแห่งนี้
ศิลปะเผาขึ้นลายไม้ฮิโนกิ
ในอดีต ไม้ฮิโนกิเป็นสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เมืองเจียอี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายไม้ฮิโนกิ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1912 เมื่อญี่ปุ่นสร้างทางรถไฟสายอาลีซาน ซึ่งช่วยให้การขนส่งไม้ฮิโนกิทำได้สะดวกขึ้น ส่งผลให้มีการตัดไม้ฮิโนกิอย่างมหาศาลเพื่อใช้ในการก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และส่งออกไปยังต่างประเทศ
ศิลปะเผาขึ้นลายไม้ฮิโนกิ
คุณหยางหลิง ยังกล่าวด้วยว่า "เศรษฐกิจหมุนเวียนของไม้ฮิโนกิ เป็นเป้าหมายที่เราร่วมกันผลักดัน" โดยสมาคมฯ นำไม้เก่ามาสร้างมูลค่าใหม่ผ่านศิลปะหลากหลายแขนง เช่น งานหัตถกรรมไม้ฮิโนกิ, ศิลปะเผาไม้ (Pyrography), แบบจำลองสถาปัตยกรรมไม้ฮิโนกิ เป็นต้น ซึ่งทุกชิ้นงานเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมยุคสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวของอดีต ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น ทุกครั้งที่สร้างสรรค์ผลงานสำเร็จ เป็นแรงบันดาลใจให้สมาชิกคิดค้นแนวทางใหม่ ๆ ในการสืบทอดศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์นี้ต่อไป