
Sign up to save your podcasts
Or


หน่วยงานวัฒนธรรมไต้หวันประจำประเทศอังกฤษร่วมมือกับสมาคมจักสานกกไต้หวัน (Taiwan Yuan-Li Handiwork Association) เข้าร่วมงานแสดงนิทรรศการ "สัปดาห์งานฝีมือลอนดอน (London Craft Week) ปี 2021”จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายนถึงวันที่ 10 ตุลาคม ณ ห้องจัดแสดงวัฒนธรรมมีชื่อของลอนดอน (gallery@oxo) ผนวกกับกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น ประวัติความเป็นมาของเครื่องจักสาน วิธีการทำ สินค้าที่เป็นผลงานที่เด่นๆ นับสิบชนิด ที่เป็นเอกลักษณ์งานฝีมือของไต้หวัน ซึ่งการจัดแสดงหลักๆ แล้วจะเกี่ยวกับการพัฒนาจักสานกกของไต้หวัน ตั้งแต่ยุคเจริญรุ่งเรือง จนถึงยุคซบเซาและมีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ ในงานนิทรรศกาลยังมีการฉายวีดีโอหมู่บ้านจักสานย่วนหลี่ของเมืองเหมียวลี่ด้วย ซึ่งทางหน่วยงานวัฒนธรรมไต้หวันประจำประเทศอังกฤษบอกว่า การจัดแสดงงานศิลปะการจักสานจากพืชในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นของความเหมือนและต่างกันระหว่างไต้หวันกับอังกฤษ ซึ่งจุดที่เหมือนกันคือเป็นงานฝีมือจักสานจากพืช แต่ความต่างคือแหล่งวัสดุจากธรรมชาติและตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ และเครื่องจักสานของตำบลย่วนหลี่เคยผ่านยุคเจริญรุ่งเรืองที่มีผลิตภัณฑ์จำนวนมาก จนกระทั่งเข้าสู่ยุคซบเซา แต่อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ปีมานี้ เยาวชนรุ่นใหม่เริ่มหันมาให้ความสนใจ ทุ่มเทกับงานจักสาน และมีการร่วมมือกับธุรกิจอื่น มีการยกระดับจากธุรกิจดั้งเดิมเป็นธุรกิจสร้างสรรค์ กลายเป็นผลงานสร้างสรรค์อันทรงคุณค่า คงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนงานฝีมือของไต้หวันให้คนลอนดอนได้ชื่นชมเท่านั้น
งานฝีมือจักสานจากกก
สำหรับงานหัตถกรรมจักสานจากกกของไต้หวันจะใช้กกสามเหลี่ยมที่มีในไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันมีสภาพอากาศที่ได้รับแสงแดดเต็มที่ กกที่ตากแห้งจะมีความเหนียว แข็งแรง มีการนำมาใช้อย่างกว้างขวาง การพัฒนาจักสานจากกกของไต้หวันมีประวัติความเป็นมาเกือบ 300 ปีแล้ว มีการหลอมรวมกับวัฒนธรรมของชนกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวจีนฮากกา ชาวฮกเกี้ยน หรือชนพื้นเมือง ทำให้กลายเป็นศิลปะการถักทอที่เป็นเอกลักษณ์ ในยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวันเคยเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับไต้หวัน ในยุครุ่งเรือง กว่า 60% ของหมวกและเสื่อที่ขายไปทั่วโลก มาจากฝีมือของแม่บ้านที่ช่วยกันสร้างรายได้ของตำบลและหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ภาคกลางของริมฝั่งทะเลไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ตำบลย่วนหลี่ของเมืองเหมียวลี่ที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าเครื่องจักสานที่สำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด เคยเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญอันอับ 3 ของไต้หวันด้วย และเพื่อเป็นการฟื้นฟูงานฝีมือจักสานจากกก ปี 2009 ได้จัดตั้งสมาคมจักสานจากกกในไต้หวัน โดยร่วมมือกับคนในท้องถิ่น จัดกิจกรรมแข่งขัน ผลักดันโครงการฟื้นฟูเครื่องจักสานจากกก มีการร่วมมือกับนักออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ต้องการของตลาด
ต้นกกสามเหลี่ยม วัตถุดิบที่ใช้ทำเครื่องจักสาน
“กก” นับเป็นวัตถุดิบยอดฮิตสำหรับสินค้างานจักสาน ด้วยคุณสมบัติที่ที่ยืดหยุ่นสามารถดัดงอตามรูปทรงที่ต้องการ ทนทานไม่ฉีกขาดง่าย แต่ก็ใช่ว่าทุกที่จะมีกกอยู่ พืชชนิดนี้จะเติบโตเฉพาะในบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำแหละแร่ธาตุในดินเพียงพอเท่านั้น อย่างที่ตำบลย่วนหลี่เมืองเหมียวลี่ของไต้หวันที่เป็นแหล่งทำเครื่องจักสานจากกก เนื่องจากมีแม่น้ำต้าอันไหลผ่าน ทำให้ที่นี่มีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม มีต้นกกที่มีคุณภาพดี สามารถดูดซับเหงื่อดีกว่าพืชชนิดอื่น 2-3 เท่าเมื่อนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์จักสาน เวลาใช้จะให้ความรู้สึกสัมผัสที่สบาย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีลักษณะเด่นอีกอย่างคือ ตากแดดแล้วไม่เปลี่ยนรูป ไม่เสียหาย และการนำผลิตภัณฑ์มาตากแดดถือเป็นการถนุถนอมสินค้าที่ดีที่สุดด้วย
กกเป็นวัตถุดิบยอดฮิตสำหรับสินค้างานจักสาน มีความยืดหยุ่น ทนทาน ดัดงอให้เป็นรูปที่ต้องการ มีความสวย
ขอยกตัวอย่าง คนรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจงานฝีมือจักสานจากกกของไต้หวันได้แก่ สตูดิโอ "ลิ่นจื่อ-藺子" ที่ตั้งอยู่ตำบลย่วนหลี่ เมืองเหมียวลี่ เป็นห้องทำงานที่คุณเลี่ยวอี๋หย่ากับสามีตั้งขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ในช่วงเริ่มแรกมีการร่วมมือกับช่างฝีมือจักสานเพียง 4 คนเท่านั้น และอาม่าจางเยี่ยก็เป็นหนึ่งในช่างฝีมือที่ร่วมมือกัน แต่ถ้าจะถามว่าคุณเลี่ยวอี๋หย่ามีความผูกพันกับเครื่องจักสานของย่วนหลี่ได้ยังไง ก็ต้องบอกว่าต้องย้อนกลับไปก่อนหน้าโน้น ตอนที่เธอเรียนปี 3 สาขาแฟชั่นดีไซน์ เคยเดินทางไปตำบลย่วนหลี่เพื่อออกแบบผลงาน และในปี 2013 หลังจบป.โทแล้ว เธอได้เข้าไปทำงานในสมาคมพัฒนาท้องถิ่น เธอเป็นผู้รับผิดชอบของบประมาณจากรัฐบาลเพื่อด้วยเหลือผู้ประกอบการเครื่องจักสาน และเธอก็ได้รู้จักกับอาม่าจางเยี่ย แต่ว่าในเวลาต่อมา รัฐบาลลดการให้เงินอุดหนุนน้อยลงไปเรื่อยๆ สุดท้าย อาม่าจางเยี่ยก็ตกงานไม่มีรายได้ เนื่องจากผู้คนซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากกกน้อยลง อย่างไรก็ตาม เลี่ยวอี๋หย่าคิดว่า การที่จะทำให้ธุรกิจจักสานดำรงอยู่ได้นาน จำเป็นต้องมีการออกแบบสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาด และในช่วงแรกของการทำธุรกิจ ผู้อาวุโสต่างไม่เห็นด้วยกับการลงทุน แต่ด้วยความตั้งใจ ทำให้เวลาสั้นๆ เพียง 3 ปี แบรนด์ของสตูดิโอหลินจื่อเริ่มดีขึ้นและเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน ทางร้านมีการร่วมมือกับช่างฝีมือจักสานจากกกมากถึง 41 คน และยังได้ร่วมมือกับร้านเก่าแก่ที่ทำจักสานหมวกและเสื่ออีก 2 ร้าน มีการเน้นการออกแบบงานฝีมือที่ใช้ดีและมีความสวย อย่างหมวกที่สานจากกก สวมสบาย ดูดซับเหงื่อได้ดี มีช่วงห่างจากศีรษะ 4-5 ซม. เป็นหมวกที่เหมาะสำหรับทรงผมที่ต่างกัน และเพื่อยืดอายุการใช้งานของหมวก อย่างประเภทหมวกแจ๊สจะเสริมซิลิโคน และเพื่อความงดงามของหมวกยังมีการประยุกต์ใช้วัสดุที่ต่างกัน อย่างเช่น ผืนผ้าใบ หนังฟอก หมวกรูปแบบต่างๆ สามารถเจาะตลาดวัยกลางคนและวัยรุ่นได้ และยังเหมาะในการใช้เป็นของฝากด้วย
หมวกสานจากกก สวยงาม สวมสบาย พร้อมการออกแบบที่เก๋ไก๋
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiหน่วยงานวัฒนธรรมไต้หวันประจำประเทศอังกฤษร่วมมือกับสมาคมจักสานกกไต้หวัน (Taiwan Yuan-Li Handiwork Association) เข้าร่วมงานแสดงนิทรรศการ "สัปดาห์งานฝีมือลอนดอน (London Craft Week) ปี 2021”จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายนถึงวันที่ 10 ตุลาคม ณ ห้องจัดแสดงวัฒนธรรมมีชื่อของลอนดอน (gallery@oxo) ผนวกกับกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น ประวัติความเป็นมาของเครื่องจักสาน วิธีการทำ สินค้าที่เป็นผลงานที่เด่นๆ นับสิบชนิด ที่เป็นเอกลักษณ์งานฝีมือของไต้หวัน ซึ่งการจัดแสดงหลักๆ แล้วจะเกี่ยวกับการพัฒนาจักสานกกของไต้หวัน ตั้งแต่ยุคเจริญรุ่งเรือง จนถึงยุคซบเซาและมีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ ในงานนิทรรศกาลยังมีการฉายวีดีโอหมู่บ้านจักสานย่วนหลี่ของเมืองเหมียวลี่ด้วย ซึ่งทางหน่วยงานวัฒนธรรมไต้หวันประจำประเทศอังกฤษบอกว่า การจัดแสดงงานศิลปะการจักสานจากพืชในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นของความเหมือนและต่างกันระหว่างไต้หวันกับอังกฤษ ซึ่งจุดที่เหมือนกันคือเป็นงานฝีมือจักสานจากพืช แต่ความต่างคือแหล่งวัสดุจากธรรมชาติและตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ และเครื่องจักสานของตำบลย่วนหลี่เคยผ่านยุคเจริญรุ่งเรืองที่มีผลิตภัณฑ์จำนวนมาก จนกระทั่งเข้าสู่ยุคซบเซา แต่อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ปีมานี้ เยาวชนรุ่นใหม่เริ่มหันมาให้ความสนใจ ทุ่มเทกับงานจักสาน และมีการร่วมมือกับธุรกิจอื่น มีการยกระดับจากธุรกิจดั้งเดิมเป็นธุรกิจสร้างสรรค์ กลายเป็นผลงานสร้างสรรค์อันทรงคุณค่า คงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนงานฝีมือของไต้หวันให้คนลอนดอนได้ชื่นชมเท่านั้น
งานฝีมือจักสานจากกก
สำหรับงานหัตถกรรมจักสานจากกกของไต้หวันจะใช้กกสามเหลี่ยมที่มีในไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันมีสภาพอากาศที่ได้รับแสงแดดเต็มที่ กกที่ตากแห้งจะมีความเหนียว แข็งแรง มีการนำมาใช้อย่างกว้างขวาง การพัฒนาจักสานจากกกของไต้หวันมีประวัติความเป็นมาเกือบ 300 ปีแล้ว มีการหลอมรวมกับวัฒนธรรมของชนกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวจีนฮากกา ชาวฮกเกี้ยน หรือชนพื้นเมือง ทำให้กลายเป็นศิลปะการถักทอที่เป็นเอกลักษณ์ ในยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวันเคยเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับไต้หวัน ในยุครุ่งเรือง กว่า 60% ของหมวกและเสื่อที่ขายไปทั่วโลก มาจากฝีมือของแม่บ้านที่ช่วยกันสร้างรายได้ของตำบลและหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ภาคกลางของริมฝั่งทะเลไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ตำบลย่วนหลี่ของเมืองเหมียวลี่ที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าเครื่องจักสานที่สำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด เคยเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญอันอับ 3 ของไต้หวันด้วย และเพื่อเป็นการฟื้นฟูงานฝีมือจักสานจากกก ปี 2009 ได้จัดตั้งสมาคมจักสานจากกกในไต้หวัน โดยร่วมมือกับคนในท้องถิ่น จัดกิจกรรมแข่งขัน ผลักดันโครงการฟื้นฟูเครื่องจักสานจากกก มีการร่วมมือกับนักออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ต้องการของตลาด
ต้นกกสามเหลี่ยม วัตถุดิบที่ใช้ทำเครื่องจักสาน
“กก” นับเป็นวัตถุดิบยอดฮิตสำหรับสินค้างานจักสาน ด้วยคุณสมบัติที่ที่ยืดหยุ่นสามารถดัดงอตามรูปทรงที่ต้องการ ทนทานไม่ฉีกขาดง่าย แต่ก็ใช่ว่าทุกที่จะมีกกอยู่ พืชชนิดนี้จะเติบโตเฉพาะในบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำแหละแร่ธาตุในดินเพียงพอเท่านั้น อย่างที่ตำบลย่วนหลี่เมืองเหมียวลี่ของไต้หวันที่เป็นแหล่งทำเครื่องจักสานจากกก เนื่องจากมีแม่น้ำต้าอันไหลผ่าน ทำให้ที่นี่มีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม มีต้นกกที่มีคุณภาพดี สามารถดูดซับเหงื่อดีกว่าพืชชนิดอื่น 2-3 เท่าเมื่อนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์จักสาน เวลาใช้จะให้ความรู้สึกสัมผัสที่สบาย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีลักษณะเด่นอีกอย่างคือ ตากแดดแล้วไม่เปลี่ยนรูป ไม่เสียหาย และการนำผลิตภัณฑ์มาตากแดดถือเป็นการถนุถนอมสินค้าที่ดีที่สุดด้วย
กกเป็นวัตถุดิบยอดฮิตสำหรับสินค้างานจักสาน มีความยืดหยุ่น ทนทาน ดัดงอให้เป็นรูปที่ต้องการ มีความสวย
ขอยกตัวอย่าง คนรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจงานฝีมือจักสานจากกกของไต้หวันได้แก่ สตูดิโอ "ลิ่นจื่อ-藺子" ที่ตั้งอยู่ตำบลย่วนหลี่ เมืองเหมียวลี่ เป็นห้องทำงานที่คุณเลี่ยวอี๋หย่ากับสามีตั้งขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ในช่วงเริ่มแรกมีการร่วมมือกับช่างฝีมือจักสานเพียง 4 คนเท่านั้น และอาม่าจางเยี่ยก็เป็นหนึ่งในช่างฝีมือที่ร่วมมือกัน แต่ถ้าจะถามว่าคุณเลี่ยวอี๋หย่ามีความผูกพันกับเครื่องจักสานของย่วนหลี่ได้ยังไง ก็ต้องบอกว่าต้องย้อนกลับไปก่อนหน้าโน้น ตอนที่เธอเรียนปี 3 สาขาแฟชั่นดีไซน์ เคยเดินทางไปตำบลย่วนหลี่เพื่อออกแบบผลงาน และในปี 2013 หลังจบป.โทแล้ว เธอได้เข้าไปทำงานในสมาคมพัฒนาท้องถิ่น เธอเป็นผู้รับผิดชอบของบประมาณจากรัฐบาลเพื่อด้วยเหลือผู้ประกอบการเครื่องจักสาน และเธอก็ได้รู้จักกับอาม่าจางเยี่ย แต่ว่าในเวลาต่อมา รัฐบาลลดการให้เงินอุดหนุนน้อยลงไปเรื่อยๆ สุดท้าย อาม่าจางเยี่ยก็ตกงานไม่มีรายได้ เนื่องจากผู้คนซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากกกน้อยลง อย่างไรก็ตาม เลี่ยวอี๋หย่าคิดว่า การที่จะทำให้ธุรกิจจักสานดำรงอยู่ได้นาน จำเป็นต้องมีการออกแบบสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาด และในช่วงแรกของการทำธุรกิจ ผู้อาวุโสต่างไม่เห็นด้วยกับการลงทุน แต่ด้วยความตั้งใจ ทำให้เวลาสั้นๆ เพียง 3 ปี แบรนด์ของสตูดิโอหลินจื่อเริ่มดีขึ้นและเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน ทางร้านมีการร่วมมือกับช่างฝีมือจักสานจากกกมากถึง 41 คน และยังได้ร่วมมือกับร้านเก่าแก่ที่ทำจักสานหมวกและเสื่ออีก 2 ร้าน มีการเน้นการออกแบบงานฝีมือที่ใช้ดีและมีความสวย อย่างหมวกที่สานจากกก สวมสบาย ดูดซับเหงื่อได้ดี มีช่วงห่างจากศีรษะ 4-5 ซม. เป็นหมวกที่เหมาะสำหรับทรงผมที่ต่างกัน และเพื่อยืดอายุการใช้งานของหมวก อย่างประเภทหมวกแจ๊สจะเสริมซิลิโคน และเพื่อความงดงามของหมวกยังมีการประยุกต์ใช้วัสดุที่ต่างกัน อย่างเช่น ผืนผ้าใบ หนังฟอก หมวกรูปแบบต่างๆ สามารถเจาะตลาดวัยกลางคนและวัยรุ่นได้ และยังเหมาะในการใช้เป็นของฝากด้วย
หมวกสานจากกก สวยงาม สวมสบาย พร้อมการออกแบบที่เก๋ไก๋