
Sign up to save your podcasts
Or


บ๊วยดองที่รับประทานกันในญี่ปุ่น มีการเผยแพร่มาจากจีนเมื่อประมาณ 1,500 ปีก่อน ซึ่งในอดีตบ๊วยดองแห้งไม่ถือเป็นอาหารแต่เป็นยารักษาโรคที่รักษาท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหารได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานระบุว่า ชาวญี่ปุ่นเริ่มรู้จักดองบ๊วยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ในยุคสงคราม บ๊วยดองก็ยังกลายเป็นเสบียงของทหารที่ทำสงคราม จนกระทั่งยุคเอโดะ บ๊วยดองได้กลายเป็นอาหารที่มีความแพร่หลายที่มีการบริโภคในหมู่ประชาชน แต่ละบ้านแต่ละครัวเรือนล้วนดองบ๊วยเอง ซึ่งวิธีการดองบ๊วยที่คุ้นเคยมากที่สุดก็คือใช้เกลือกับใบชิโซะ(ภาษาจีนเรียก “จื่อซู紫蘇”) ส่วนวิธีการดองบ๊วยแบบอื่น เช่น บ๊วยดองปลาโบนิโตะแห้ง บ๊วยดองคมบุ(昆布หรือสาหร่ายชนิดหนึ่ง)
บ๊วยดอง นิยมรับประทานในญี่ปุ่น
แม้บ๊วยดองจะมีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวญี่ปุ่นไปแล้ว เชื่อว่าการทานบ๊วยดองจะช่วยให้ร่างกายมีกำลังวังชา ในยุคเฮอัง มีการบันทึกว่า ฮ่องเต้ประชวร แต่หลังจากเสวยชาบ๊วยดองไปแล้ว ร่างกายได้เข้าสู่ภาวะปกติ และในปัจจุบันมักจะได้ยินคนกล่าวว่า คนที่เป็นหวัดไม่สบาย ถ้าทานบ๊วยดองจะทำให้เกิดความอยากอาหาร หรือเจริญอาหารมากขึ้น
บ๊วยดองได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ช่วยขจัดความเหนื่อยเมื่อยล้า ช่วยกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร ช่วยให้กระเพาะหลั่งกรดน้ำย่อยเพิ่ม ปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหาร ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้เคลื่อนไหว นอกจากนี้หลายคนเมื่อเห็นบ๊วยดองแล้วมักจะน้ำลายไหล(น้ำลายสอ) เป็นเพราะว่าบ๊วยดองมีคุณสมบัติกระตุ้นการหลั่งของต่อมน้ำลาย อีกประการหนึ่งคือ บ๊วยดองช่วยปรับสภาพของกระเพาะอาหารภายใน เนื่องจากบ๊วยดองมีแอนตี้ออกซิแดนซ์ มีคุณสมบัติในการกดแบคทีเรียที่เกาะอยู่ที่กระเพาะส่วยปลายสุดที่มีกล้ามเนื้อหูรูด
บ๊วยดองใส่ในข้าวปั้น
นอกจากนี้ บ๊วยดองมีคุณสมบัติในการป้องกันบูดเน่าและต้านแบคทีเรีย นอกจากบ๊วยดองมีกรดมะนาวที่ต้านเชื้อแบคทีเรียให้เจริญเติบโตแล้ว ยังมีหลักฐานชี้ว่าเกลือที่ใช้ดองยังช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียด้วย คนสมัยก่อนมักจะใส่บ๊วยดอง 1 เม็ดไว้ที่กล่องเบนโตะเพื่อคาดหวังให้บ๊วยดองมีประสิทธิภาพดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผู้คนรู้ว่าบ๊วยดองเป็นอาหารที่สามารถเก็บรักษาได้นาน ทานแล้วมีประโยชน์กับสุขภาพ ดังนั้นชาวญี่ปุ่นจึงทานบ๊วยดองสืบทอดกันมาจนกระทั่งปัจจุบัน
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiบ๊วยดองที่รับประทานกันในญี่ปุ่น มีการเผยแพร่มาจากจีนเมื่อประมาณ 1,500 ปีก่อน ซึ่งในอดีตบ๊วยดองแห้งไม่ถือเป็นอาหารแต่เป็นยารักษาโรคที่รักษาท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหารได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานระบุว่า ชาวญี่ปุ่นเริ่มรู้จักดองบ๊วยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ในยุคสงคราม บ๊วยดองก็ยังกลายเป็นเสบียงของทหารที่ทำสงคราม จนกระทั่งยุคเอโดะ บ๊วยดองได้กลายเป็นอาหารที่มีความแพร่หลายที่มีการบริโภคในหมู่ประชาชน แต่ละบ้านแต่ละครัวเรือนล้วนดองบ๊วยเอง ซึ่งวิธีการดองบ๊วยที่คุ้นเคยมากที่สุดก็คือใช้เกลือกับใบชิโซะ(ภาษาจีนเรียก “จื่อซู紫蘇”) ส่วนวิธีการดองบ๊วยแบบอื่น เช่น บ๊วยดองปลาโบนิโตะแห้ง บ๊วยดองคมบุ(昆布หรือสาหร่ายชนิดหนึ่ง)
บ๊วยดอง นิยมรับประทานในญี่ปุ่น
แม้บ๊วยดองจะมีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวญี่ปุ่นไปแล้ว เชื่อว่าการทานบ๊วยดองจะช่วยให้ร่างกายมีกำลังวังชา ในยุคเฮอัง มีการบันทึกว่า ฮ่องเต้ประชวร แต่หลังจากเสวยชาบ๊วยดองไปแล้ว ร่างกายได้เข้าสู่ภาวะปกติ และในปัจจุบันมักจะได้ยินคนกล่าวว่า คนที่เป็นหวัดไม่สบาย ถ้าทานบ๊วยดองจะทำให้เกิดความอยากอาหาร หรือเจริญอาหารมากขึ้น
บ๊วยดองได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ช่วยขจัดความเหนื่อยเมื่อยล้า ช่วยกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร ช่วยให้กระเพาะหลั่งกรดน้ำย่อยเพิ่ม ปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหาร ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้เคลื่อนไหว นอกจากนี้หลายคนเมื่อเห็นบ๊วยดองแล้วมักจะน้ำลายไหล(น้ำลายสอ) เป็นเพราะว่าบ๊วยดองมีคุณสมบัติกระตุ้นการหลั่งของต่อมน้ำลาย อีกประการหนึ่งคือ บ๊วยดองช่วยปรับสภาพของกระเพาะอาหารภายใน เนื่องจากบ๊วยดองมีแอนตี้ออกซิแดนซ์ มีคุณสมบัติในการกดแบคทีเรียที่เกาะอยู่ที่กระเพาะส่วยปลายสุดที่มีกล้ามเนื้อหูรูด
บ๊วยดองใส่ในข้าวปั้น
นอกจากนี้ บ๊วยดองมีคุณสมบัติในการป้องกันบูดเน่าและต้านแบคทีเรีย นอกจากบ๊วยดองมีกรดมะนาวที่ต้านเชื้อแบคทีเรียให้เจริญเติบโตแล้ว ยังมีหลักฐานชี้ว่าเกลือที่ใช้ดองยังช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียด้วย คนสมัยก่อนมักจะใส่บ๊วยดอง 1 เม็ดไว้ที่กล่องเบนโตะเพื่อคาดหวังให้บ๊วยดองมีประสิทธิภาพดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผู้คนรู้ว่าบ๊วยดองเป็นอาหารที่สามารถเก็บรักษาได้นาน ทานแล้วมีประโยชน์กับสุขภาพ ดังนั้นชาวญี่ปุ่นจึงทานบ๊วยดองสืบทอดกันมาจนกระทั่งปัจจุบัน